หมากกระดานลวงกับดวงใจจักรพรรดิไร้บัลลังก์•ตอนที่ 9

หลักฐานชิ้นสำคัญ

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
กลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินโชยปะทะนาสิก คล้ายกลิ่นอายของซากศพที่ถูกฝังกลบมานานปี แสงเทียนสีส้มสลัววาดเงาทอดยาวของคนทั้งสองให้ทาบทับไปกับผนังหินศิลาแลงอันเย็นเยียบ หลี่เหมยฟางไม่ยอมขยับเขยื้อนกายแม้แต่น้อย ปลายเท้าของนางหยุดนิ่งอยู่ห่างจากร่างไร้วิญญาณของขันทีหลวงผู้กุมความลับ เพียงคืบเดียว ดวงตากลมโตคู่คมกริบกวาดมองคราบเลือดที่ยังไม่แห้งสนิทดีบนพื้น ก่อนจะเลื่อนขึ้นประสานสายตากับบุรุษผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า "ท่านอ๋องทรงคิดว่า กลิ่นอายของความพินาศครั้งนี้ เจือจางพอที่จะตบตาผู้ตรวจการจากกรมอาญาได้หรือไม่เพคะ" น้ำเสียงของนางราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงใหญ่ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นพรั่นพรึง แม้รอบกายจะรายล้อมด้วยกลิ่นไอสังหาร เฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุบทำลายความเงียบงันราวกับเสียงก้อนศิลาที่ถูกโยนลงบนน้ำแข็งเปราะบาง ร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์สีดำสนิทปักลายมังกรห้าเล็บขยับเข้าประชิด กลิ่นอายบุรุษเพศอันทรงพลังและกลิ่นอายสนิมเหล็กจากสนามรบโอบล้อมร่างบางไว้ในรัศมีกดดัน "เจ้าคิดว่าเป้าหมายของพวกมันคือการใส่ร้ายข้า... หรือต้องการให้หัวของเจ้าหลุดจากบ่ากันแน่ เหมยฟาง" สุ้มเสียงทุบต่ำทรงอำนาจเอ่ยชิดริมใบหู ปลายนิ้วสอบกร้านจากการจับดาบเอื้อมไปแตะปลายคางมนของนางอย่างถือวิสาสะ บีบเบาๆ ให้เงยขึ้นสบตา "หมากตานี้เดินโดยผู้ที่รู้จุดอ่อนของเจ้าและข้าดีที่สุด หากเราก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียว ราชบัลลังก์ที่ยังว่างเปล่าคงไม่ต้องรอให้เราไปแย่งชิง เพราะพวกเราคงกลายเป็นผีเฝ้าสุสานเสียก่อน" เหมยฟางมิได้ปัดป้อง นางเพียงปรายตามองปลายนิ้วที่สัมผัสแกงได ก่อนจะปรายไปยังรอยแยกของพื้นหินใต้ร่างไร้วิญญาณ ที่ซึ่งมุมผ้าแพรเนื้อดีสีม่วงเข้มโผล่พ้นออกมาเล็กน้อย "รวดเร็วและอำมหิตสมเป็นฝีมือของ 'เสนาบดีหลี่' ผู้เป็นบิดาผู้ให้กำเนิดข้าจริงๆ เพคะ" นางเอ่ยชื่อนั้นด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก "เขาย่อมรู้ดีว่าบุตรสาวที่ถูกขับไล่อย่างข้า ไม่มีทางลอบเข้ามาในเขตพระฐานเพื่อสังหารขันทีคนสนิทของไทเฮาได้... เว้นแต่จะมี 'ผู้มีอำนาจล้นฟ้า' คอยชักใยอยู่เบื้องหลัง และผู้นั้นคงหนีไม่พ้น... ฉีอ๋องผู้กุมกำลังพลสามแสนนายเช่นท่าน" เฟยหลงหรี่ตาลง รอยยิ้มพึงใจวาดขึ้นที่มุมปากหยักลึก สตรีผู้นี้ไม่เพียงแต่มีความงามล่มเมือง หากแต่ยังมีสมองที่เฉียบคมราวกับใบมีดที่อาบยาพิษ สมแล้วที่เป็นหมากตัวสำคัญที่เขาจงใจดึงเข้ามาในเกมกระดานมรณะนี้ "ฉลาดนัก... แต่การรู้ทันเกม หาใช่การชนะเกมไม่" ฉีอ๋องสะบัดชายแขนเสื้อ ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ศพของขันทีหลวง ก่อนจะใช้ปลายกระบี่เขี่ยร่างนั้นให้พลิกหงาย เผยให้เห็นรอยสักรูป 'ดอกบัวอัคคี' ที่ถูกกรีดทำลายบริเวณอกเบื้องซ้าย ทว่าใต้รอยแผลเป็นนั้น กลับมีวัตถุบางอย่างร่วงหล่นลงกระทบพื้นหินเสียงดัง *กริ๊ง* ดวงตาของเหมยฟางหดแคบลงทันที บนพื้นศิลาเย็นเยียบ คือ "ตราประทับลับ" ทำจากหยกไข่มุกราตรีสลักรูปพยัคฆ์ซ่อนลาย—ตราประทับประจำกองกำลังลับที่ขึ้นตรงต่อองค์รัชทายาท และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น คือรอยจารึกอักษรย่อตระกูล 'หลี่' ที่สลักฝังไว้ด้านในอย่างแนบเนียน! นี่ไม่ใช่แค่การโยนความผิดฐานฆาตกรรมธรรมดา แต่มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่มัดตัวพวกนางไว้ด้วยข้อหา "ซ่องสุมกำลังพลและเตรียมการก่อกบฏ" ชนิดที่ต่อให้มีปากเป็นร้อยก็ไม่อาจแก้ต่างได้ "เสด็จพี่... ช่างใจกว้างกับข้าเสียจริง" เฟยหลงพึมพำ น้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง "ส่งคนมาตายในเขตอิทธิพลของข้า พร้อมกับตราประทับที่สามารถลากคอตระกูลหลี่และกองทัพชายแดนไปประหารเจ็ดชั่วโคตรได้ในคราเดียว" เหมยฟางก้าวเข้าไปคุกเข่าลงเบื้องหน้าตราประทับนั้น ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนเนื้อหยกเย็นเฉียบ สมองของนางประมวลผลอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ แผนการซ้อนแผน การหักเหลี่ยมเฉือนคม และรอยต่อของผลประโยชน์กำลังถูกถักทอขึ้นในห้วงความคิด "ฮูหยินของท่านอ๋อง... ดูเหมือนจะตกเป็นกบฏแผ่นดินเสียแล้วกระมังเพคะ" เงยหน้าขึ้นสบตาบุรุษผู้สูงศักดิ์ แววตานางพราวระยับด้วยประกายแห่งความท้าทาย มิได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อยนิด "แต่หากท่านอ๋องทรงฉลาดพอ เราย่อมใช้ 'หลักฐานชิ้นนี้' พลิกกระดานกลับมาสังหารคนชั่วให้สิ้นซากได้เช่นกัน" เฟยหลงโน้มตัวลงมา ใบหน้าหล่อเหลาคมคายอยู่ห่างจากนางเพียงคืบ ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน "เจ้ามีความกล้าหาญเกินสตรีทั่วไปนัก เหมยฟาง... บอกข้าซิว่า เจ้าจะเดินหมากตาต่อไปอย่างไรให้พวกเราไม่ถูกบดขยี้จนแหลกคามือ" ก่อนที่เหมยฟางจะได้เอื้อnวาจาตอบโต้ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบชีวิตก็ดังขึ้นก้องกังวานจากบันไดทางลงห้องใต้ดิน ตามมาด้วยแสงคบเพลิงที่สطดสว่างวาบจนแสบตา *ตึง! ตึง! ตึง!* เสียงทุบประตูเหล็กหนาหนักดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงตะโกนกึกก้องที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ "ราชioการด่วนจากท้องพระโรง! ฉีอ๋องและฮูหยินหลี่ ฝ่าฝืนกฎมณเฑียรบาล ซ่องสุมอาวุธและตราประทับกบฏ! จงเปิดประตูรับโทษประหารโดยดี มิฉะนั้นจะหาว่าพวกเราไม่เกรงใจ!" เฟยหลงชะงัก รอยยิ้มเยียบเย็นหายวับไปจากใบหน้า ดวงตาดุจพญาอินทรีวาวโรจน์ด้วยโทสะอันคุกรุ่น ในขณะที่เหมยฟางกลับหันไปมองตราประทับบนพื้นสลับกับบานประตูเหล็กที่กำลังถูกกระแทกอย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่รอยยิ้มลึกลับจะผุดขึ้นที่มุมปากของนาง มือเรียวยาวเอื้อมไปหยิบตราประทับหยกขึ้นมาซ่อนไว้ในอกเสื้ออย่างแนบเนียน ในจังหวะเดียวกับที่บานประตูเหล็กหนาหนักถูกพังทลายลงด้วยกำลังคนนับร้อย... และร่างของราชองครักษ์เสื้อแพรผู้ถือราชโองการสีทองอร่าม ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มแห่งผู้ชนะ... ทว่า เมื่อสายตานั้นกวาดมองผ่านร่างของขันทีหลวงผู้ตาย ไปหยุดอยู่ที่กระบี่ในมือของฉีอ๋อง และสตรีที่ยืนเคียงข้างอย่างสง่างาม... ราชองครักษ์ผู้นั้นกลับหน้าถอดสีทันที เมื่อพบว่าสตรีที่ควรจะหวาดกลัวจนตัวสั่น กลับกำลังจ้องมองเขาราวกับเป็น... "เหยื่อ" ตัวแรกที่จะถูกเชือดบูชายัญบนหกระดานนี้! --- ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินหมากไปกับความลุ่มลึกนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานลวงกับดวงใจจักรพรรดิไร้บัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%