กลิ่นอายจางๆ ของกำยานกฤษณาแทรกซึมอยู่ทั่วตำหนักบูรพา ทว่าบรรยากาศภายในกลับหนาหนักและเยียบเย็นเสียยิ่งกว่าฤดูเหมันต์ หลี่เหมยฟางวางพู่กันขนกระต่ายป่าลงบนแท่นหมึกอย่างเชื่องช้า ดวงตากลมโตคู่คมกริบมองสำรับกระดาษรายงานการค้าและข่าวกรองกองทัพที่แผ่หลาอยู่ตรงหน้า นางไม่ได้ใส่ใจกับตัวเลขผลกำไรมหาศาลเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย สมาธิทั้งหมดถูกดึงดูดด้วยร่างสูงใหญ่ของบุรุษที่นั่งนิ่งอยู่หลังฉากกั้นผ้าโปร่งลายพยัคฆ์ซ่อนลายมาเนิ่นนานนับชั่วยามแล้ว
เฟยหลง หรือฉีอ๋องผู้เกรียงไกรในหน้าประวัติศาสตร์สงครามชายแดน ยามนี้มิได้สวมชุดเกราะเหล็กกล้าที่ส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งน่าเกรงขาม หากแต่สวมอาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นเงินลายเมฆาล่องลอย เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบขึ้นครึ่งศีรษะด้วยปิ่นหยกขาวบริสุทธิ์ ทว่าความดุดันและบรรยากาศอันตรายรอบกายเขากลับมิได้ลดน้อยลงเลย ใบหน้าคมสันด้านข้างที่สะท้อนกับแสงตะเกียงน้ำมันหอมดูราวกับรูปสลักหินอ่อนที่ไร้ซึ่งความรู้สึก แต่หากสังเกตให้ดี กล้ามเนื้อบริเวณกรามที่ขบเข้าหากันแน่นและเส้นเลือดที่ปูดโปนหลังมือหนาซึ่งกำจอกชาจนข้อต่อขาวซีด ย่อมฟ้องชัดว่าบุรุษผู้นี้กำลังอดกลั้นต่อพายุอารมณ์รุนแรงเพียงใด
"ท่านอ๋อง..." เหมยฟางเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของนางราบเรียบ นุ่มนวล ทว่ามั่นคงพอที่จะดึงสติของอีกฝ่ายกลับมา "ชาในจอกเย็นชืดหมดแล้วเพคะ หากท่านยังคงขบคิดเรื่องในอดีตด้วยวิธีทรมานตนเองเช่นนี้ เกรงว่าแผลเก่าที่ยังไม่สมานตัว อาจจะพาลกำเริบขึ้นมาเสียเปล่าๆ"
ฉีอ๋องแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุบทำลายความเงียบงันจนน่ากลัว เขาดื่มรวบเดียวหมดจอกราวกับดื่มน้ำแกงไร้รสชาติ ก่อนจะวางจอกกระเบื้องเคลือบลงบนโต๊ะไม้จันทน์เสียงดัง *'เคร้ง'* จนของเหลวสีอำพันกระฉอกเปรอะเปื้อนขอบโต๊ะ
"แผลเก่าหรือ..." เฟยหลงหันกลับมาสบตากับนาง ดวงเนตรคมกริบคู่นั้นแดงก่ำเล็กน้อย ราวกับพยัคฆ์หนุ่มที่ถูกต้อนจนมุมจนต้องเผยเขี้ยวเล็บอันน่าสะพรึงกลัวออกมา "เหมยฟาง เจ้าเคยรู้หรือไม่ว่า... กลิ่นอายของความตายในตำหนักหลีฮวาเมื่อสิบปีก่อน มันมีกลิ่นเช่นไร"
หัวใจของหลี่เหมยฟางกระตุกวูบ นางนิ่งเงียบ ไม่เอ่ยคำใด ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่เป็นผู้ฟังที่ดี เพราะนางรู้ดีว่า บาดแผลในใจของฉีอ๋องผู้นี้ ไม่เคยได้รับการเยียวยาอย่างแท้จริงนับตั้งแต่คืนวันมหาวิปโยควันนั้น
"ในคืนที่หิมะโปรยปรายหนาหนักที่สุดในรอบศตวรรษ พระมารดาของเปิ่นหวาง พระชายารองหลิวผู้เลอโฉมและอ่อนโยนปานน้ำทิพย์ ถูกบังคับให้ดื่มสุราพิหารโลหิตด้วยพระราชโองการปลอมที่ประทับตราลัญจกรของฮ่องเต้" น้ำเสียงของเฟยหลงสั่นระริกเล็กน้อย มันไม่ใช่ความหวาดกลัว หากแต่เป็นความแค้นเคืองที่ถูกหมักบ่มผ่านกาลเวลาจนกลายเป็นพิษร้ายที่กัดกินวิญญาณ "เปิ่นหวางในวัยเพียงสิบขวบยืนแอบมองอยู่หลังบานประตูแกะสลัก มองดูมารดาผู้ให้กำเนิดกระอักโลหิตสีดำสนิทออกมาเปรอะเปื้อนอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ นางใช้ปลายนิ้วที่สั่นเทาเขียนคำว่า 'แก้แค้น' ลงบนพื้นเรือนด้วยเลือดสดๆ ก่อนจะสิ้นใจตายคาที่... โดยที่ไม่มีแม้แต่หมอหลวงสักคนก้าวเข้ามาช่วยชีวิต!"
ภาพเหตุการณ์อันโหดร้ายฉายชัดขึ้นในห้วงคำนึง ร่างกายของเฟยหลงเกร็งเครียดจนเส้นเอ็นปูดโปน มือหนากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนมีหยดเลือดสีชาดซึมไหลออกมาหยดลงบนพื้นพรม ทว่าเขากลับไม่รู้สึกเจ็บปวดแม้แต่น้อย ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับเศษเสี้ยวของความทรงจำอันอัปลักษณ์ที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานต่อหน้าสตรีที่เขามอบใจให้
หลี่เหมยฟางลุกขึ้นจากเก้าอี้ช้าๆ นางเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาใกล้ร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ กลิ่นหอมเย็นๆ ของดอกโบตั๋นจางๆ ลอยแตะจมูกของเฟยหลง ดึงสติที่หลุดลอยไปไกลให้กลับคืนมา มือนุ่มนวลคู่เรียวเอื้อมออกไปกุมมือหนาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากสนามรบและรอยเล็บที่ตนเองจิกไว้ ค่อยๆ แบมือของเขาออกอย่างทะนุถนอมราวกับกำลังประคับประคองแก้วสารพัดนึกที่เปราะบางที่สุดในใต้หล้า
"ท่านอ๋อง..." เหมยฟางเอ่ยเรียกแผ่วเบา ดวงตาคู่สวยมองลึกเข้าไปในดวงเนตรที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเจ็บปวด "ความแค้นในอดีตเปรียบเสมือนมีดที่ท่านเงื้อขึ้นฟาดF'ฟันศัตรู แต่คมมีดด้านที่หันกลับมาบาดมือจนเลือดอาบ... กลับเป็นตัวท่านเองเพคะ"
"เจ้าไม่เข้าใจ..." เฟยหลงพยายามดึงมือกลับ ทว่านางกลับจับไว้แน่นขึ้นด้วยเรี่ยวแรงที่คาดไม่ถึงจากสตรีร่างระหง
"หม่อมฉันเข้าใจเพคะ... เข้าใจยิ่งกว่าผู้ใด" เหมยฟางสบตาเขากลับอย่างไม่เกรงกลัว แววตาของนางสะท้อนความเด็ดเดี่ยวและมั่นคงดั่งหินผา "เพราะตระกูลหลี่ของหม่อมฉันก็ถูกทำลายด้วยฝีมือของคนกลุ่มเดียวกันกับที่สังหารพระมารดาของท่าน อำนาจในราชสำนักที่ไร้ซึ่งความปรานีนั้นไม่เคยไว้หน้าผู้ใด การที่ท่านจมดิ่งอยู่กับความแค้นในอดีต มิเท่ากับเป็นการต่ออายุให้พวกมันบนความทุกข์ระทมของตัวท่านเองหรอ?"
นางขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชิดกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันท่ามกลางความหนาวเย็นของค่ำคืน
"หากท่านต้องการทวงคืนความยุติธรรม ท่านมิอาจใช้แค่ความโกรธเกรี้ยวได้เพคะ หมากกระดานนี้... พวกเราเดินมาไกลเกินกว่าจะถอยหลังแล้ว หากท่านล้มลงตรงนี้ พระมารดาบนสวรรค์และตระกูลหลี่ที่ตายไปจะมองลงมาด้วยความผิดหวัง... เพราะฉะนั้น จงใช้ความเจ็บปวดนั้นเป็นพลัง ผลักดันให้พวกมันชดใช้ด้วยบัลลังก์และชีวิตของพวกมันเอง ไม่ใช่ด้วยหยดน้ำตาของท่านเช่นนี้"
คำพูดของนางเฉียบคมดั่งลูกศรที่ปักเข้ากลางใจของฉีอ๋อง เฟยหลงนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ดวงเนตรคมปลาบมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากลาย ทั้งลึกซึ้ง หลงใหล และสั่นสะเทือนถึงขั้วหัวใจ ไม่มีสตรีใดในใต้หล้ากล้าต่อกรและตบะธรรมเขาด้วยวาจาที่ทรงพลังเช่นนี้อีกแล้ว มีเพียงหลี่เหมยฟาง... สตรีผู้กุมหัวใจของอ๋องไร้บัลลังก์ผู้นี้ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
มุมปากหนายกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหยันหยือกและประกายตาวับวาวอันตราย มือหนาพลิกกลับมาคว้าจับมือเรียวของนางเข้ามากุมไว้แนบแน่น พร้อมกับดึงร่างบางเข้าไปสู่อ้อมอกกว้างอย่างแนบชิด
"เก่งกล้าสามารถสมกับที่เป็นกุนซือของเปิ่นหวางจริงๆ..." เฟยหลงกระซิบเสียงต่ำพร่าข้างใบหูของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนเหมยฟางขนลุกซู่ "ในเมื่อเจ้าบอกให้เปิ่นหวางใช้ความเจ็บปวดนี้ทวงคืนบัลลังก์... เช่นนั้น คืนนี้... เจ้าต้องอยู่รับฟังแผนการขั้นเด็ดขาดที่จะทำให้ฮ่องเต้ต้องหลั่งเลือดด้วยน้ำมือของเปิ่นหวาง"
ทว่า... ก่อนที่หลี่เหมยฟางจะได้ทันเอ่ยคำใดตอบรับ เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูดังรัวอย่างร้อนรนก็ทำลายบรรยากาศอันลุ่มลึกนั้นลงเสียก่อน
*"กราบทูลท่านอ๋อง! ข่าว่วนจากห้องลับในวังหลวงพ่ะย่ะค่ะ!"* เสียงขันทีสนิทหน้าตำหนักดังแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก *"มีราชโองการลับฉบับใหม่... ประทับตราหยกมังกรทองคำ... ส่งตรงถึงมือพระชายาเอกแห่งตำหนักใหญ่... พร้อมกับ... พระราชทาน 'สุราจันทน์โลหิต' สามจอกให้แก่ท่านอ๋องและพระชายาในคืนนี้พ่ะย่ะค่ะ!"*
รอยยิ้มบนใบหน้าของเฟยหลงแข็งค้างในทันที ดวงเนตรคมกريบหรี่แคบลงจนเหลือเพียงนิด ประกายอำมหิตพวยพุ่งออกมาจากร่างราวกับอสูรกายตื่นจากหลับไหล ในขณะที่หลี่เหมยฟางกลับหรี่ตาลงเล็กน้อย สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องลั่นว่า... หมากตานี้ พวกมันเดินเร็วกว่าที่คาดคิดไว้เสียแล้ว!
***
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาอันเจ็บปวดและงดงามนี้ไปกับกลยุทธ์รักของดอกโบตั๋นพันปีนะคะ
หมากกระดานลวงกับดวงใจจักรพรรดิไร้บัลลังก์•ตอนที่ 18
ความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานลวงกับดวงใจจักรพรรดิไร้บัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!