หมากกระดานลวงกับดวงใจจักรพรรดิไร้บัลลังก์•ตอนที่ 11

ความล้มเหลวของแผนการ

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
กลิ่นคาวเลือดเจือจางผสมกับกลิ่นอับชื้นของคานไม้สนซีดาร์ในโรงเกลือร้างริมชานเมืองหลวง ช่างเป็นกลิ่นที่หลี่เหมยฟางคุ้นเคยเสียยิ่งกว่ากลิ่นแป้งร่ำในห้องหอ เสื้อผ้าแพรต่วนปักลายดอกโบตั๋นพันปีที่เคยพลิ้วไหวอย่างสง่างาม บัดนี้กลับเปรอะเปื้อนด้วยคราบเขม่าดินปืนและรอยเลือดแห้งกรัง นางไม่ได้หลั่งน้ำตาแม้แต่หยดเดียว ดวงตากลมโตคู่คมกริบดั่งหงส์ทอดมองผ่านรอยแตกของผนังไม้ผุๆ ออกไปยังลานกว้างเบื้องนอก ที่ซึ่งกองเกวียนขนเสบียงและอาวุธยุทธໂທປະກรชุดสุดท้ายของกองทัพพยัคฆ์ทักษิณกำลังลุกท่วมไปด้วยเปลวเพลิงสีส้มฉาน เสียงระเบิดตูมตามจากการจุดชนวนเพลิงกัลป์ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แผนการลอบเคลื่อนย้ายเสบียงผ่านประตูเมืองทิศประจิมพังทลายลงไม่เป็นท่า... นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดโดยบังเอิญ แต่เป็น "หมากกล" ที่ถูกวางไว้อย่างแยบยลเพื่อบีบให้ฉีอ๋องจนมุมในกระดานสุดท้าย "พวกมันไม่ได้ต้องการแค่เผาเสบียง..." เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์บาดเจ็บดังขึ้นเบื้องหลัง ฉีอ๋องเฟยหลงก้าวออกมาจากมุมมืดของโรงเกลือ อาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นลายมังกรห้ากรงเล็บขาดวิ่นบริเวณหัวไหล่ เผยให้เห็นรอยแผลดาบยาวที่เพิ่งได้รับการพันธนาการด้วยผ้าแพรสีขาว ทว่าเปื้อนเลือดจนกลายเป็นสีแดงคล้ำ พระเนตรคมกริบดุจเหยี่ยวทะเลทรายคู่นั้นไม่ได้ฉายแววความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายไฟแห่งความแค้นและสัญชาตญาณนักรบที่ตื่นตัวถึงขีดสุด "พวกมันต้องการให้เราติดกับดักในเมืองหลวง เพื่อใช้ข้อหา 'สมคบคิดกบฏและเผาคลังเสบียงหลวง' ตัดหัวพวกเราเสียบประจานประตูกลางเมืองก่อนที่พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า" เหมยฟางหันกลับมาเผชิญหน้ากับบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดแห่งชายแดน แต่วันนี้เขากลับเหลือเพียงกองกำลังองครักษ์เงาไม่ถึงสิบชีวิต นางยกมือขึ้นจัดปิ่นหยกขาวบนมلاءผมที่หลุดลุ่ยอย่างใจเย็น ท่าทีที่สงบนิ่งราวน้ำในบึงลึกท่ามกลางพายุฝนทำให้เฟยหลงอดไม่ได้ที่จะทอดมองด้วยความรู้สึกซับซ้อน "หม่อมฉันเตือนพระองค์แล้วว่า ฝ่ายตรงข้ามในราชสำนักมิใช่สุนัขจนตรอก แต่เป็นสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ที่รอเวลาขย้ำเหยื่อเมื่อได้กลิ่นเลือด" สุ้มเสียงของนางราบเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "การที่เรายังดึงดันจะขนเสบียงผ่านเส้นทางหลัก เท่ากับเป็นการส่งหัวตัวเองไปวางไว้บนเขียง" "เจ้าคิดว่าข้าโง่เขลาถึงเพียงนั้นเชียวหรือ, เหมยฟาง?" เฟยหลงก้าวเข้าไปประชิด ร่างสูงใหญ่กดดันบรรยากาศรอบตัวให้แคบลง ทว่ามือหนากลับเอื้อมมาปัดเศษเถ้าถ่านที่ติดอยู่ข้างแก้มเนียนใสของนางอย่างทะนุถนอม สัมผัสอุ่นร้อนนั้นตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับสถานการณ์เป็นตายร้ายดีรอบด้าน "เสบียงเหล่านั้น... เป็นแค่เหยื่อปลอมที่ข้าจงใจโยعให้พวกมันตะครุบต่างหาก" ดวงตาของเหมยฟางไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากบางเฉียบจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ "ที่แท้... พระองค์ก็ทรงใช้เสบียงลวงเพื่อตบตาให้สายลับขององค์รัชทายามุ่งความสนใจไปที่กองคาราวานทิศประจิม ทว่าเสบียงจริงถูกลำเลียงออกทางอุโมงค์ลับใต้ดินตั้งแต่วัดร้างเมื่อสามั่วยามก่อนแล้วสินะคะ" "สมกับที่เป็นกุนซือคนโปรดของข้า" เฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาชื่นชมฉายชัดขึ้นชั่ววูบ "แต่แผนการย่อมมีจุดรั่วไหล มีคนหักหลังเรา... ข่าวเรื่องเส้นทางอุโมงค์ลับรั่วไหลไปถึงมือของอัครเสนาบดีจางแล้ว ไม่อย่างนั้น กองกำลังทหารม้าเกราะเหล็กของตระกูลจางคงไม่สามารถดักซุ่มโจมตีปากทางออกฝั่งนอกเมืองได้อย่างแม่นยำราวนั่งทางในเช่นนั้น" บรรยากาศภายในโรงเกลือพลันเยียบเย็นลงทันที ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วอึดใจ มีเพียงเสียงฝีเท้าของม้าศึกและเสียงตะโกนค้นหาของทหารหลวงที่ดังแว่วมาจากด้านนอกใกล้เข้ามาทุกที "เวลาของเราหมดลงแล้วพะยะค่ะท่านอ๋อง!" หลี่จื้อ องครักษ์คนสนิทพุ่งพรวดเข้ามาทางประตูหลัง เนื้อตัวเปื้อนโคลนและมีบาดแผลฉกรรจ์ที่ต้นแขน "ทหารหลวงนับร้อยนายปิดล้อมรัศมีสามลี้รอบโรงเกลือนี้ไว้หมดแล้ว พญาอินทรีตระกูลจางนำธนูอาบยาพิษมาด้วย ทางออกหลักถูกตัดขาด... เราออกไปไม่ได้แล้วพะยะค่ะ!" หากเป็นสตรีทั่วไป ย่อมกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกและสิ้นหวังไปแล้ว ทว่าหลี่เหมยฟางกลับสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ นางกวาดสายตามองสำรวจรอบโรงเกลืออย่างรวดเร็ว ก่อนจะสะดุดตากับกองลังไม้ใส่เกลือทะเลเก่าๆ ที่ตั้งซ้อนกันอยู่มุมอับ สายตาของนางเปล่งประกายความเฉลียวฉลาดออกมาวับหนึ่ง "พวกมันปิดล้อมทางบก แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกมันปิดล้อมทางน้ำ" เหมยฟางเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเด็ดเดี่ยวไร้ความลังเล "ด้านหลังของโรงเกลือนี้คือคลองระบายน้ำเสียเก่าที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำลี่ชุน แม้กระแสน้ำจะเชี่ยวกรากและเต็มไปด้วยโคลนตม แต่เป็นเส้นทางเดียวที่ทหารหลวงคาดไม่ถึงว่าพวกเราจะกล้าใช้หลบหนี" เฟยหลงมองสตรีตรงหน้าด้วยความทึ่ง ระคนความลุ่มหลงที่ยากจะหักห้ามใจ ท่ามกลางวิกฤตความเป็นความตาย สตรีผู้นี้กลับมีสติปัญญาหลักแหลมราวนางพญาหงส์ที่กางปีกปกป้องอาณาจักร "คลองระบายน้ำเก่าแคบและมืดทึบ ยิ่งไปกว่านั้น กลิ่นโคลนจะกลบกลิ่นกายของเรา แต่มันอันตรายเกินไปสำหรับเจ้า" เฟยหลงขมวดคิ้วมุ่น ไม่เห็นด้วยกับการเสี่ยงภัยครั้งนี้ "ในเมื่อเราไม่มีทางเลือกอื่น การรักษาชีวิตรอดเพื่อกลับมาทวงบัลลังก์คืน คือหนทางเดียวที่เราเหลืออยู่เพคะท่านอ๋อง" เหมยฟางกล่าวพร้อมกับเอื้อมมือไปคว้ากริชทองคำเล่มเล็กที่ซ่อนไว้ในสาบเสื้อ ออกแรงเฉือนชายกระโปรงยาวรุ่มร่ามของตนเองทิ้งจนสั้นขึ้น เพื่อให้สะดวกต่อการเคลื่อนไหวและการว่ายน้ำ การกระทำที่เด็ดเดี่ยวและไร้ความอาลัยอาวรณ์ต่อความงามของอาภรณ์ราคาแพง ทำให้เฟยหลงถึงกับนิ่งอึ้งไป "ดี... สมกับที่เป็นชายาในอนาคตของข้า!" เฟยหลงหัวเราะร่วนออกมาเบาๆ แม้ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ ดวงตาคมกราบคู่นั้นยังคงฉายแววปรารถนาอันลึกซึ้ง "หากวันนี้พวกเรายังรอดชีวิตไปได้ ข้าสัญญาว่าจะเอาเลือดหัวของตระกูลจางมาสังเวยให้แก่ความกล้าหาญของเจ้า!" "รอดให้ได้เสียก่อนเถอะเพคะ พระองค์ค่อยมาตรัสคำหวาน" เหมยฟางเอ่ยตอกกลับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่หาได้ยากยิ่ง ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้หลี่จื้อเป็นสัญญาณเปิดทาง เสียงพังทลายของประตูไม้ด้านหน้าดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเงาร่างของทหารหลวงนับสิบที่พุ่งเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ! "พวกมันอยู่ข้างใน! ฆ่าทิ้งให้หมด อย่าให้ใครรอดไปได้!" เสียงคำรามก้องของแม่ทัพฝ่ายศัตรูแผדซ่านเข้ามา ในเสี้ยววินาทีเป็นตายนั้นเอง เฟยหลงไม่รอช้า พระหัตถ์ข้างหนึ่งคว้าเอวบางของหลี่เหมยฟางเข้าหาตัวแน่น แนบชิดจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและอัตราการเต้นของหัวใจที่มั่นคงของกันและกัน พระหัตถ์อีกข้างชักกระบี่ประจำกายสะบัดออกเป็นวงกลม ปล่อยพลังลมปราณรุนแรงสะท้อนร่างของทหารหน้ากลุ่มแรกกระเด็นทะลุผนังไม้กระจัดกระจาย ก่อนที่ทั้งคู่จะพุ่งทะยานร่างดิ่งลงสู่ปากท่อระบายน้ำเสียมืดมิดเบื้องหลัง พร้อมๆ กับสายฝนห่าใหญ่ที่เริ่มเทกระหน่ำลงมาซ้ำเติมความมืดมิดของค่ำคืนนี้ กระแสน้ำเย็นจัดและกลิ่นโคลนตมตีเข้าปะทะใบหน้า ทว่าทั้งสองยังคงกุมมือประสานกันแน่น ฝ่าฟันกระแสน้ำเชี่ยวกรากมุ่งหน้าสู่นอกกำแพงเมือง ทว่าในขณะที่ร่างของทั้งคู่กำลังจะหลุดพ้นจากปากท่อระบายน้ำออกสู่แม่น้ำใหญ่ หลี่เหมยฟางกลับรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่ข้อเท้าขวา ความเจ็บแปล๊บแล่นริ้วขึ้นมาจนนางต้องนิหน้า ดวงตากลมโตเหล่มองลงไปในความมืด แล้วหัวใจก็ต้องกระตุกวูบลงไปถึงตาตุ่ม ที่ข้อเท้าของนาง... มีเชือกโลหะบางเฉียบติดป้ายตราประทับรูป "งูพิษเก้าเศียร" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ลับของหน่วยสังหารเงาสำนักลับในวังหลัง เกี่ยวรัดเอาไว้แน่นหนา! เชือกเส้นนี้ไม่ได้เพิ่งถูกเกี่ยวไว้... แต่มันถูกฝังไว้ที่นี่ตั้งแต่แรก เพื่อรอเวลานี้โดยเฉพาะ! "ท่านอ๋อง... หยุดก่อนเพคะ!" เหมยฟางพยายามจะเอ่ยเตือน ทว่ายังไม่ทันที่เสียงของนางจะหลุดลอดออกจากลำคอ ร่างของนางก็ถูกกระชากกลับเข้าไปในอุโมงค์มืดมิดด้วยแรงมหาศาลจากเบื้องล่าง ราวกับมีปีศาจไร้ตัวตนกำลังดึงดึงร่างของนางจมดิ่งลงสู่ห้วงเหวแห่งความตาย! "เหมยฟาง!" เสียงคำรามด้วยความตกใจสุดขีดของเฟยหลงดังสะท้อนก้องอุโมงค์ ก่อนที่มือหนาจะคว้าจับชายเสื้อของนางไว้ได้ทันท่วงที ทว่าแรงดึงปริศนากลับทวีความรุนแรงขึ้นเป็นเท่าตัว พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นเยียบของใครบางคนที่ดังสะท้อนก้องกังวานมาจากความมืดมิดเบื้องหน้า... *ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในหมากเกมนี้กับ "ดอกโบตั๋นพันปี" นะคะ*
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานลวงกับดวงใจจักรพรรดิไร้บัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%