“หากหมากตานี้คือความพินาศของแคว้นฉี เกรงว่าศีรษะของท่านเสนาบดีคงหลุดจากบ่าก่อนที่ตะวันจะลับขอบฟ้าเป็นแน่เจ้าค่ะ”
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราคมมีดดาบของหลี่เหมยฟางดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในห้องรับรองลับ บานประตูไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรที่เมื่อครู่สั่นสะเทือนด้วยแรงกระแทก บัดนี้เปิดอ้ากว้างเผยให้เห็นร่างสูงโปร่งในชุดคลุมผ้าไหมปักดิ้นทองของ ‘ฉีอ๋อง’ เฟยหลง ผู้ซึ่งยืนนิ่งค้างดั่งรูปปั้นหินสลัก ทว่ากลิ่นอายความดุดันและอำนาจมืดกลับแผ่ซ่านกดทับจนบรรยากาศภายในห้องแทบไม่หลงเหลือออกซิเจน
เฟยหลงมิได้ปริปากเอื้อนเอ่ยสิ่งใดในทันที นัยน์ตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวตวัดกลับมามองสตรีตรงหน้า แววตาคู่นั้นทั้งระแวดระวังและพิจารณาอย่างลึกซึ้ง ปลายนิ้วหนาที่วางอยู่บนโต๊ะไม้จันทน์หอมเคาะเป็นจังหวะเชื่องช้า ทว่าหนักหน่วงดั่งเสียงกลองศึกในยามวิกาล
เหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงความคิด... ข่าวกรองที่ว่าทูตพาณิชย์จากแคว้นตงเป่ยแอบลักลอบนำเข้าศิลาอาคมและแร่เหล็กเถื่อนผ่านเส้นทางเดินเรือลับ ถูกส่งมาขัดจังหวะการเจรจาระหว่างพวกเขากับพ่อค้าคนกลางอย่างพิบัดพอดี ราวกับมีดที่ถูกซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อและชักออกมาแทงข้างหลังในยามที่ไม่มีใครทันตั้งตัว หลี่เหมยฟางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความตื่นตระหนก ภายใต้ใบหน้าที่สงบนิ่งดั่งผืนน้ำในบึงลึก สมองของนางกำลังคำนวณหมากทุกกระดานด้วยความรวดเร็วราสายฟ้าแลบ
“ท่านอ๋องทรงประเมินความโลภของขุนนางเก่ากลุ่มนั้นต่ำเกินไปแล้วเจ้าค่ะ” เหมยฟางขยับกายเล็กน้อย ชุดกระโปรงผ้าแพรปักลายดอกโบตั๋นสีชาดเคลื่อนไหวตามจังหวะอย่างงดงาม ทว่าแววตาของนางกลับเปล่งประกายความเยียบเย็น “พวกเขาไม่ได้ต้องการเพียงแค่ผลกำไรจากการค้าขายใบชาหรือผ้าไหม แต่สิ่งที่พวกมันแลกเปลี่ยนคือแผนที่ค่ายกลทหารชายแดนที่ท่านกุมอยู่ต่างหาก”
เฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุบทำลายความเงียบงันลงเป็นเสี่ยงๆ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวนางในระยะประชิด กลิ่นอายบุรุษเพศผสมกลิ่นอายสนิมเหล็กและชาชั้นดีโชยเข้าแตะจมูก ใบหน้าคมคายโน้มลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านพวงแก้มเนียนนุ่ม
“เจ้าฉลาดเกินไปแล้ว, เหมยฟาง” สุรเสียงทุบต่ำกระซิบชิดริมหู “แต่เจ้าคิดจริงๆ หรือว่า ข้า—เฟยหลงผู้นี้ จะปล่อยให้หนอนบ่อนไส้พวกนั้นลอยนวลไปได้ง่ายดายเพียงนั้น?”
“หม่อมฉันไม่เคยคิดว่าท่านอ๋องเป็นคนใจอ่อนเจ้าค่ะ” นางตอบกลับทันควันโดยไม่หลบสายตา ประกายในดวงตาดำขลับสะท้อนภาพใบหน้าคมเข้มของบุรุษผู้กุมชะตากรรมของกองทัพ “เพียงแต่... หมากกระดานนี้ไม่ได้เล่นกันแค่สองฝ่าย พ่อค้าจากตงเป่ยผู้นั้นเป็นเพียงหมากเดินหน้า ส่วนผู้ที่ถือกระดานอยู่อีกด้าน... คือองค์รัชทายาทต่างหากเล่า”
คำว่า ‘องค์รัชทายาท’ ทำให้แววตาของฉีอ๋องวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง ความโกรธเกรี้ยวที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ความเยือกเย็นมาเนิ่นนานระเบิดออกมาเป็นรังสีสังหารที่น่าสะพรึงกลัว ในราชสำนักแห่งนี้ มีเพียงพี่ชายต่างมารดาผู้ครองบัลลังก์บูรพาเท่านั้นที่จ้องจะบดขยี้เขาให้แหลقคามือ การใช้เส้นทางการค้าแคว้นเพื่อนบ้านมาเป็นเครื่องมือบ่อนทำลายความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชายแดน นับเป็นแผนการที่เหี้ยมเกรียมและแยบยลยิ่งนัก
“ถ้าเช่นนั้น... ตามดำริของเจ้า เราควรจะเดินหมากตาต่อไปอย่างไรดีเล่า, กุนซือตัวน้อยของข้า?” เฟยหลงเอ่ยถาม น้ำเสียงเจือความท้าทายแกมเอ็นดูเล็กน้อย ทว่าสายตายังคงจดจ้องทุกอณูการเคลื่อนไหวของสตรีตรงหน้า ราวกับต้องการอ่านทะลุปรุโปร่งไปถึงหัวใจดวงน้อยที่ซ่อนอยู่ภายใต้อาภรณ์หรูหรา
หลี่เหมยฟางไม่ได้ตอบในทันที นางหันไปหยิบกาน้ำชาเคลือบหยกขาวที่ส่งไอคุกรุ่นขึ้นมา รินน้ำชาสีอำพันลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบเนื้อบางเบา กลิ่นหอมละมุนของชาดอกหมื่นลี้ลอยฟุ้งกลบกลิ่นอายความตึงเครียดรอบตัว นางเลื่อนถ้วยชาไปตรงหน้าเขาอย่างแช่มช้อย
“เงินตราสามารถซื้อได้แม้กระทั่งความจงรักภักดีที่ปลอมเปลือกที่สุดเจ้าค่ะท่านอ๋อง” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มราวกับกำลังขับลำนำบทกวี “ในเมื่อพวกมันต้องการใช้เงินซื้อแคว้นฉี เราก็ควรใช้เงินจำนวนเดียวกันนั้น... ซื้อความลับทั้งหมดของพวกมันกลับคืนมา”
รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายของเฟยหลง เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและอันตรายในคราเดียวกัน มือหนายื่นออกไปกุมมือเรียวบางที่วางอยู่บนโต๊ะสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของปลายนิ้ว ทว่ากลับอบอุ่นมั่นคงยิ่งกว่าสิ่งใดในยามที่ฝ่ามือทั้งสองแนบชิดกัน
ทว่า... ก่อนที่เฟยหลงจะได้เอ่ยคำใดตอบรับ เสียงฝีเท้าเร่งรีบราวกับห่าฝนก็ดังขึ้นที่ระเบียงทางเดินด้านนอก ตามด้วยเสียงเคาะประตูดังรัวและเสียงหอบหายใจขององครักษ์คนสนิทที่ดังแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก
“ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ทางการจากเมืองหลวงส่งราชโองการด่วน... และ... และ...”
องครักษ์หนุ่มคุกเข่าลงหน้าประตู ร่างกายสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้ ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด
“และอะไร พูดให้มันชัดเจน!” เฟยหลงตวาดกร้าว นัยน์ตาคมกริบหันขวับไปที่บานประตู
“เรียนท่านอ๋อง... สินค้าล็อตใหญ่ที่ตระกูลหลี่นำเข้าจากชายแดน ถูกทางการอายัดไว้ทั้งหมดด้วยข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกบฏแคว้นเพื่อนบ้าน! และตอนนี้... ทางการกำลังส่งกองกำลังมาปิดล้อมจวนอ๋องแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
หลี่เหมยฟางหน้าถอดสีลงทันทีในเสี้ยววินาทีนั้น ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจอย่างที่สุด ร่างบางเซถอยหลังไปก้าวหนึ่งเมื่อตระหนักได้ว่า... หมากตานี้ของฝ่ายตรงข้าม ไม่ได้ต้องการแค่ทำลายการค้า แต่พวกมันกำลังจะตัดรากถอนโคนตระกูลหลี่และบีบให้ฉีอ๋องกลายเป็นกบฏในคราเดียว!
เฟยหลงหันกลับมามองสตรีข้างกายทันที แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันและเยียบเย็นถึงขีดสุด มือหนาข้างหนึ่งคว้าดาบประจำกายที่พาดอยู่บนชั้นไม้อย่างรวดเร็ว
ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของคนทั้งคู่กำลังเต้นระรัวราวกับกลองศึก ประตูห้องรับรองก็ถูกถีบกระเด็นหลุดออกจากวงกบด้วยพลังภายในอันรุนแรง!
ร่างของชายชุดดำนับสิบคนพุ่งทะยานเข้ามาพร้อมอาคมสะท้อนแสงวาบวับในความมืด และผู้ที่ก้าวตามเข้ามาเป็นคนสุดท้าย พร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปาก... คือแม่ทัพใหญ่แห่งเมืองหลวง ผู้เป็นสุนัขรับใช้คนสนิทขององค์รัชทายาทนั่นเอง!
หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะเพลิดเพลินและร่วมลุ้นไปกับหมากตานี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
หมากกระดานลวงกับดวงใจจักรพรรดิไร้บัลลังก์•ตอนที่ 16
เสียงกระซิบจากเงินตรา
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานลวงกับดวงใจจักรพรรดิไร้บัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!