ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 15

ลูกธนูแห่งความตาย

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นอายจางๆ ของสนิมเหล็กและคราบเลือดแห้งกรังคละคลุ้งอบอวลอยู่ภายในกระโจมบัญชาการใหญ่ แม้สงครามย่อยทางชายแดนจะสงบลงชั่วคราว ทว่าคลื่นใต้น้ำในราชสำนักกลับทวีความเชี่ยวกรากจนแทบจะกลืนกินลมหายใจของผู้คน แสงเทียนสีส้มสั่นไหวตามสายลมเย็นเยียบที่เล็ดลอดผ่านรอยแยกของผ้าใบหนาปักลายพยัคฆ์ ไป๋ลี่หลินตวัดพู่กันขนกระต่ายป่าลงบนแผ่นกระดาษสาอย่างเชี่ยวชาญ น้ำหมึกสีดำสนิทร้อยเรียงกลยุทธ์การลำเลียงเสบียงและปรับเปลี่ยนค่ายกลป้องกันค่ายทหารอย่างรัดกุม ทุกตัวอักษรเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและเฉียบคม สมฐานะยอดกุนซือคู่บัลลังก์ที่แม้แต่เหล่าแม่ทัพเฒ่ายังต้องก้มศีรษะให้ "เจ้าหักโหมเกินไปแล้ว... ลี่หลิน" น้ำทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ จ้าวเฟิงเฉินในอาภรณ์คลุมกายสีนิลสนิทก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลัง เขายื่นถ้วยชาสมุนไพรจีนอุ่นร้อนที่ต้มด้วยมือตนเองมาจดริมฝีปากเรียวบางของนาง ดวงเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวทอประกายความห่วงใยและอ่อนโยนอย่างที่ไม่มีผู้ใดในแผ่นดินเคยได้รับ ลึกซึ้งและมั่นคงดั่งหินผา ลี่หลินชะงักมือที่ถือพู่กัน นางเหลือบมองบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าดุร้ายที่สุดแห่งแคว้น ก่อนจะริมฝีปากบางจะแย้มยิ้มบางเบาอย่างรู้ทัน "หากหม่อมฉันไม่เร่งมือจัดระเบียบกองทัพ เกรงว่าหนอนบ่อนไส้ที่แฝงตัวอยู่คงได้ส่งแผนที่ค่ายให้พวกสุนัขป่าแดนเหนือไปเสียก่อนเพคะ... ท่านอ๋อง ทรงวางใจเถอะ หม่อมฉันยังไม่อยากตายก่อนจะได้เห็นท่านกวาดล้างกบฏให้สิ้นซากหรอกนะคะ" น้ำเสียงของนางเจือความซึนเล็กน้อยตามนิสัย ทว่าแววตากลับทอประกายความผูกพันลึกซึ้งที่ซ่อนไว้ใต้ท่าทีเย่อหยิ่ง จ้าวเฟิงเฉินทอดถอนหายใจยาวนาน เขาขยับกายเข้าใกล้จนกลิ่นกายบุรุษอบอุ่นเจือกลิ่นอายสงครามโอบล้อมร่างบางไว้ มือหนายื่นไปเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มนางอย่างทะนุถนอม ราวกับนางเป็นสิ่งล้ำค่าเพียงหนึ่งเดียวในโลกหล้าที่เขาพร้อมจะแลกด้วยชีวิต "ไม่ว่าผู้ใดหน้าไหนบังอาจกล้าแตะต้องเจ้า... มันผู้นั้นต้องชดใช้ด้วยชีวิตสิบเท่า" เสียงกระซิบพร่าต่ำทว่าจริงจังอย่างยิ่งยวด *ฟิ้ว——!* เสียงแหวกอากาศแหลมคมดั่งเสียงกรีดร้องของยมทูตดังขึ้นอย่างกะทันหันในเสี้ยววินาทีนั้นเอง! ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของจ้าวเฟิงเฉินทำงานเร็วกว่าความคิด มือหนาคว้าเอวบางของลี่หลินเพื่อดึงหลบกระแสลมมรณะ ทว่าในขณะเดียวกันนั้นเอง เงาดำสายหนึ่งที่พาดผ่านช่องระบายอากาศด้านบนกระโจมได้ปลดปล่อยลูกธนูอาบยาพิษสีนิลกาฬพุ่งตรงไปยังจุดตายกลางแผ่นหลังของท่านอ๋องอย่างแม่นยำและเหี้ยมเกรียม! เป้าหมายของมันคือการปลิดชีพแม่ทัพใหญ่ผู้เป็นเสาหลักแห่งแคว้น! "ระวังเพคะ!" ลี่หลินเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบอย่างรุนแรง ในสถานการณ์คับขันเป็นตายเท่ากันนี้ ไม่มีเวลาให้คิดคำนวณถึงผลได้ผลเสียใดๆ ทั้งสิ้น สัญชาตญาณการปกป้องบุรุษผู้เป็นดั่งดวงใจพุ่งทะยานเหนือสิ่งอื่นใด นางหมุนตัวสลับตำแหน่งกับเขาอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ ใช้ร่างอรชรของตนเองเข้าขวางกั้นวิถีมรณะนั้นแทน! *ฉึก!* เสียงเหล็กแหลมคมทะลุเนื้อผ้าและเนื้อหนังดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน ลูกธนูอาบยาพิษปักลึกเข้าที่หัวไหล่ขวาของลี่หลินอย่างโหดเหี้ยม แรงปะทะทำให้ร่างบางเซถลาล้มลงในอ้อมแขนของจ้าวเฟิงเฉินที่คว้าไว้ได้ทันท่วงที โลหิตสีดำคล้ำไหลซึมย้อมอาภรณ์สีขาวสะอาดของนางให้กลายเป็นสีแดงชาดชวนผวา พิษร้ายแล่นพล่านเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็วจนริมฝีปากอิ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ ลี่หลินกัดฟันแน่นจนเกิดรอยเลือดซิบบนเรียวปาก ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่วร่าง แต่นางกลับฝืนยิ้มจางๆ ออกมาเพื่อปลอบประโลมบุรุษตรงหน้า "ลี่หลิน! ลี่หลิน!" สุริยันแห่งค่ายทหารผู้ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ผู้ใดเห็น บัดนี้กลับหน้าถอดสี ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวเป็นครั้งแรกในชีวิต มือหนาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ขณะโอบอุ้มร่างที่เริ่มเย็นเฉียบของภรรยาไว้แนบอก "หม่อมฉัน... บอกแล้วว่า... ท่านต้องระวังตัว..." เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบาขาดห้วง ลมหายใจเริ่มติดขัด ดวงตาคู่สวยค่อยๆ พร่ามัวลงทีละน้อย สติสัมปชัญญะกำลังถูกความมืดมิดกลืนกินอย่างรวดเร็วจากพิษร้ายที่ไร้ซึ่งยาแก้ในยามนี้ "หมอ! รีบตามหมอหลวงมา! ใครบังอาจปล่อยให้มือสังหารเข้ามาได้ข้าจะประหารมันให้หมดสิ้น!" เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวและเจ็บปวดของจ้าวเฟิงเฉินดังสนั่นกึกก้องไปทั่วค่ายทหาร ราวกับพญาเสือโคร่งที่บาดเจ็บสาหัสและคลุ้มคลั่งจนพร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งให้แหลกเป็นจุล เขากดแผลที่หัวไหล่นางเพื่อห้ามเลือดด้วยความร้อนรน หยาดน้ำตาของผู้ชายที่หลั่งออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีร่วงหล่นกระทบแก้มนวลของภรรยา ทว่า ในขณะที่ความโกลาหลกำลังถึงขีดสุดและความตายคืบคลานเข้ามาใกล้ลี่หลินทุกขณะ เงาร่างของรองแม่ทัพผู้สนิทสนมที่ยืนอยู่หน้ากระโจมก็ก้าวเข้ามาด้านใน ชายผู้นั้นไม่ได้แสดงท่าทีตกใจแม้แต่น้อย ใบหน้าเรียบเฉยราวกำลังรอคอยช่วงเวลานี้มานาน ก่อนที่เขาจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของท่านอ๋องเย็นเฉียบลงถึงขั้วหัวใจ... "ท่านอ๋อง... พิษในตัวฮูหยิน... มีเพียงยาถอนพิษในตำหนักขององค์รัชทายาทเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ... และเกรงว่า... ตอนนี้ประตูเมืองคงถูกปิดตายสนิทแล้วเสียด้วยซ้ำ" ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาอันบีบคั้นและลึกซึ้งนี้ไปกับข้า ขอบพระคุณจากใจจริงค่ะ ไป๋เหลียนฮวา
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%