ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 16

ความคลั่งรักที่ถูกปลุก

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในรัตติกาล ช่างมิอาจเทียบเท่ากับความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของบุรุษผู้ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ปลายกระบี่โลหิตหยดลงบนพื้นหินอ่อนทีละหยด... ติ๋ง... ติ๋ง... เสียงนั้นดังก้องกังวานราวกับเสียงนาฬิกาแห่งความตายที่กำลังนับถอยหลังให้กับผู้ที่บังอาจหาญกล้าแตะต้องสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตของ "จ้าวเฟิงเฉิน" ไป๋ลี่หลินทรุดกายลงพิงเสาเรือน อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้ถูกย้อมด้วย โลหิตสีแดงฉานจนน่ากลัว บาดแผลลึกที่หัวไหล่เกิดจากคมดาบเคลือบยาพิษของกลุ่มมือสังหารเงา แม้สติปัญญาของนางจะล้ำเลิศเพียงใด สามารถวางกลยุทธ์ซ้อนกลยุทธ์เพื่อเอาชีวิตรอดมาได้นับครั้งไม่ถ้วน ทว่ายามเมื่อพิษร้ายเริ่มลุกลามเข้าสู่กระแสโลหิต ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งก็พลอยชาหนึบจนแทบไร้เรี่ยวแรง "ลี่หลิน..." น้ำเสียงนั้น... มิใช่สุ้มเสียงของท่านอ๋องสามผู้เยือกเย็นและไร้หัวใจที่ผู้คนในราชสำนักต่างหวาดกลัว แต่มันคือเสียงครางต่ำที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวลึก ราวกับหัวใจของเขากำลังถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ จ้าวเฟิงเฉินก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคง ทว่ามือหนาที่กุมด้ามกระบี่กลับสั่นระริกอย่างควบคุมไม่อยู่ ดวงตาหงส์ที่เคยเรียบเฉยราวน้ำแข็งพันปี บัดนี้แดงก่ำด้วยเส้นเลือดฝอยที่แตกซ่าน ไอสังหารแผ่พุ่งทะลักออกมาจากร่างของเขาจนเหล่าองครักษ์เงาที่คุกเข่าอยู่โดยรอบต่างตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว พวกเขารู้ดี... นี่คือ "ขีดจำกัด" ที่ผู้เป็นนายไม่เคยแสดงออกมาให้ผู้ใดได้เห็น "ท่าน..." ไป๋ลี่หลินพยายามแย้มยิ้มเพื่อกลบเกลื่อนความเจ็บปวด ริมฝีปากที่ซีดเซียวขยับเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "หม่อมฉัน... ยังไม่ตายเพคะ..." "หุบปาก!" คำพูดนั้นไม่ได้เจือด้วยความโกรธเคืองนาง หากแต่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว หวาดกลัวเหลือเกิน... หวาดกลัวว่าดวงดาวดวงเดียวในโลกอันมืดมิดของเขาจะดับแสงลง จ้าวเฟิงเฉินทิ้งกระบี่ในมือลงพื้นอย่างไร้เยื่อใย เขาก้าวเข้าไปคุกเข่าลงเบื้องหน้านางอย่างไม่นึกisระคายเคืองศักดิ์ศรีแห่งชิน왕 มือหนาประคองร่างบางเข้าสู่อ้อมอกอย่างทะนุถนอมราวกับนางทำจากแก้วผลึกอันเปราะบางที่สุด ทว่าเมื่อปลายนิ้วของเขาแตะโดนรอยแผลที่ชุ่มโชกด้วยเลือด ความเดือดดาลระดับร้อยอสูรก็ระเบิดออกในอก เขากวาดสายตาดุจพญาอินทรีมองไปยังกลุ่มมือสังหารนับสิบคนที่ถูกล้อมไว้ด้วยกองกำลังทหารรักษาการณ์ กลุ่มเงาทมิฬที่ขึ้นชื่อว่าไร้ความกลัวและพร้อมปลิดชีพตนเองเพื่อความลับ ยามนี้กลับต้องตัวสั่นสะท้านด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาของมัจจุราชที่แท้จริง "พวกมัน... ใครที่เป็นคนลงมือ" สุ้มเสียงราบเรียบ ไร้อารมณ์ ทว่ากลับทำให้ผู้ฟังรู้สึกราวกับถูกโยนลงสู่ขุมนรกโลกันตร์ หัวหน้ามือสังหารเงาพยายามจะกัดเม็ดยาพิษที่ซ่อนไว้ในฟันกรามเพื่อปลิดชีพตนเองตามกฎเหล็ก ทว่า... "ฉวะ!" เร็วยิ่งกว่าความคิด ประกายกระบี่บินวาดผ่านอากาศดั่งสายฟ้าแลบ ตัดผ่านข้อมือของมือสังหารผู้นั้นจนขาดสะบั้น พร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ดังลั่นทะลุความเงียบยามวิกาล จ้าวเฟิงเฉินไม่ได้ลุกขึ้นยืน เขายังคงโอบกอดภรรยาไว้แนบอก มือข้างหนึ่งสะบัดออกเบาๆ แต่มันคืออาณัติแห่งความตาย "ข้ายังไม่อนุญาตให้พวกเจ้าตายง่ายดายเช่นนั้น" "ท่านอ๋อง... ไว้ชีวิต..." "ไว้ชีวิต? หึ..." จ้าวเฟิงเฉินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มที่ปรากฏบนริมฝีปากช่างงดงามราวกับปีศาจจำแลง "ภรรยาของข้า แม้แต่ปลายนิ้วยังไม่เคยมีผู้ใดกล้าแตะต้อง บังอาจนักนะ... ที่กล้าทำให้ร่างกายนางต้องเปื้อนรอยเลือดเช่นนี้" ภาพการสังหารหมู่ที่ไร้ซึ่งความปรานีเริ่มต้นขึ้นในค่ำคืนนั้น จ้าวเฟิงเฉินไม่จำเป็นต้องลงมือด้วยตนเองทุกราย แต่ทุกคำสั่งที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของเขาคือการทรมานทั้งทางกายและจิตใจ เสียงกรีดร้องของเหล่ามือสังหารดังระงมไปทั่วจวนอ๋อง ทว่าไป๋ลี่หลินกลับมิได้รู้สึกสะท้านสะเทือน นางซบหน้าลงกับอกแผ่วกว้างที่กำลังเต้นรัวเร็วของสามี รับรู้ได้ถึงหยาดน้ำตาอุ่นๆ ที่หยดลงบนเรือนผมของนาง "ท่านพี่..." นางกระซิบเรียกเขาด้วยสรรพนามที่หาได้ยากยิ่งยามปกติ "ข้า... หนาวเหลือเกินเพคะ..." คำว่า "หนาว" ของนาง เปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางใจของจ้าวเฟิงเฉิน อ้อมกอดที่กระชับอยู่แล้วจึงยิ่งรัดแน่นขึ้นไปอีก เขากดใบหน้าลงแนบขมับของนาง ถ่าย ทอดไออุ่นจากร่างกายตนเองให้อย่างสุดกำลัง ดวงตาที่เคยดุดันและเต็มไปด้วยจิตสังหารยามนี้กลับฉายแววเวทนาและตัดพ้อตนเองอย่างที่สุด *เป็นเพราะข้า... เป็นเพราะข้าที่ปกป้องเจ้าไม่ได้* ทว่า ในขณะที่บรรยากาศความรักและความคลั่งรักกำลังโอบล้อมคนทั้งสองไว้ท่ามกลางกองเลือดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยนายก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเรือน ตามมาด้วยเสียงประกาศก้องกังวานที่ทำลายความเงียบของราตรีลงอย่างสิ้นเชิง "ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้! สั่งให้ท่านอ๋องสามส่งตัวฮูหยินไป๋ เข้าเฝ้าท้องพระโรงกลางดึกค่ำคืนนี้โดยทันที!" จ้าวเฟิงเฉินชะงักกุนซือหนุ่ม ดวงตาหงส์ที่เคยแดงก่ำเพราะความโกรธ บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นประกายคมกริบดั่งใบมีดที่อาบยาพิษ เขาค่อยๆ วางร่างของภรรยาลงพิงเสาอย่างระมัดระวัง ก่อนจะลุกขึ้นยืนช้าๆ เงาร่างสูงใหญ่ทอดทับลงบนพื้น บดบังแสงจันทร์จนมิด ในมือหนายังคงถือกระบี่ที่หยาดหยดด้วยโลหิต... และรอยยิ้มเยือกเย็นที่ปรากฏขึ้นที่มุมปาก ทำให้ขันทีผู้ถือราชโองการถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นทันทีที่สบตา ...เกมการเมืองในราชสำนัก... บังอาจใช้เล่ห์เหลี่ยมนี้ในเวลาที่เขา "กำลังคลั่ง" เช่นนี้เชียวหรือ? --- ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาอันบีบคั้นและลึกซึ้งนี้ไปกับข้า ขอบพระคุณจากใจจริงค่ะ ไป๋เหลียนฮวา
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%