กลิ่นอับชื้นของธัญญาหารที่เน่าเสียคละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นโคลนและกลิ่นคาวเลือดจางๆ จากสนามรบ ลอยอวลอยู่ทั่วกระโจมหลวงกลางค่ายทหารประจิม บรรยากาศภายในกว้างขวางแห่งนี้กดดันจนแทบหยุดหายใจ นายกองทัพนับสิบชีวิตคุกเข่าเรียงรายอยู่เบื้องล่าง สีหน้าซีดเซียวราวกับคนใกล้ตาย ขณะที่ร่างสูงสง่าในชุดเกราะสีนิลประดับลวดลายมังกรทะยานฟ้าของ ‘จ้าวเฟิงเฉิน’ นั่งประทับอยู่บนเก้าอี้พับไม้จันทน์ด้วยท่าทีเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปี
ดวงเนตรคมกริบดั่งพญายมกวาดมองกระสอบข้าวสารที่ถูกเปิดออกเผยให้เห็นราสีเขียวแกมดำและมอดที่กำลังไต่อย่างน่าขยะแขยง เสบียงกองทัพสำหรับสามเดือน... บัดนี้กลับเสียหายไปกว่าครึ่งท่ามกลางฤดูหนาวที่กำลังคืบคลานเข้ามา นี่ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดเรื่องการเก็บรักษา แต่เป็นร่องรอยอันชัดเจนของหนอนบ่อนไส้ที่จงใจตัดกำลังทหารนับหมื่น
“เสบียงหลวงส่งมาถึงค่ายเมื่อสัปดาห์ก่อนในสภาพสมบูรณ์ แต่เหตุใดวันนี้จึงกลายเป็นกองขยะไปได้?”
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอաբเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยราวกับสายน้ำในฤดูหนาว ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่แผ่ซ่านจนนายกองผู้รับผิดชอบถึงกับตัวสั่นเทา โขกศีรษะกระแทกพื้นจนเกิดเสียงดังสนั่น
“ท... ทูลท่านอ๋อง ผู้น้อยตรวจสอบอย่างเข้มงวดแล้วพ่ะย่ะค่ะ! แต่... แต่ทว่าฝนที่ตกหนักติดต่อกันหลายวันทำให้ความชื้นเล็ดลอดเข้ามาในคลัง... ผู้น้อยสมควรตาย ผู้น้อยสมควรตายพ่ะย่ะค่ะ!”
“ความชื้นหรือ?” เสียงแค่นหัวเราะดังขึ้นแผ่วเบาจากมุมหนึ่งของกระโจม
ร่างระหงในชุดอาภรณ์นักเดินทางสีครามเข้ม ปักลายกิ่งเหมยด้วยดิ้นเงินละเอียดอ่อน ก้าวออกมาจากเงาสลัวของเสาไม้ไผ่ ท่วงท่าสง่างามและเยือกเย็นไม่แพ้บุรุษผู้เป็นสามี ‘ไป๋ลี่หลิน’ ปรายตามองกระสอบเสบียงนั้นด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก
นางย่อกายลง ใช้ปลายนิ้วเรียวดั่งลำหยกแตะลงบนเมล็ดข้าวที่เน่าเสีย หยิบขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
“ความชื้นทำให้ข้าวขึ้นราได้... แต่ความชื้นไม่สามารถทำให้ก้นกระสอบทุกใบมีคราบเกลือโซเดียมไนเตรตเกาะอยู่หนาเตอะเช่นนี้ได้หรอกกระมัง ท่านนายกองหลี่”
นายกองหลี่หน้าถอดสีทันที เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ ร่างกายสั่นระริกราวกับลูกนกตกน้ำ “ฮ... ฮูหยินพูดจาเหลวไหลอันใด ผู้น้อยไม่เข้าใจ...”
“ไม่เข้าใจ หรือแกล้งโง่กันแน่?” ลี่หลินลุกขึ้นยืน ปัดเศษผงออกจากปลายนิ้วช้าๆ ดวงตากลมโตคู่คมฉายแววเฉียบคมราวกับมองทะลุปรุโปร่งถึงจิตใจมนุษย์ “เกลือโซเดียมไนเตรตถูกนำมาโรยเคลือบไว้ที่ก้นกระสอบ เพื่อเร่งปฏิกิริยาการดูดซับความชื้นและทำลายเนื้อข้าวให้เน่าสลายเร็วยิ่งขึ้น นี่คือฝีมือมนุษย์ที่จงใจวางยาเสบียงกองทัพ หาใช่ความวิปริตแปรปรวนของดินฟ้าอากาศไม่!”
สิ้นคำพูดของนาง บรรยากาศภายในกระโจมก็ดิ่งลึกลงสู่ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว นายกองหลี่ถึงกับทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก
จ้าวเฟิงเฉินไม่ได้ตรัสสิ่งใด ทว่าสายพระเนตรที่ทอดมองไปยังนายกองผู้นั้นกลับเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียม เขาโบกมือเพียงครั้งเดียว องครักษ์เงาก็พุ่งเข้ามาตรึงร่างของนายกองหลี่ไว้กับพื้นทันทีโดยไม่ต้องรอรับสั่งซ้ำ
“ลากตัวไปโบยสามสิบที แล้วสอบสวนให้คายออกมาว่าเบื้องหลังของเจ้าคือใครในราชสำนัก” อ๋องหนุ่มรับสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ
“พ่ะย่ะค่ะ!”
เมื่อร่างของนายกองถูกลากออกไป ความเงียบก็กลับมาปกคลุมอีกครั้ง ลี่หลินถอนหายใจเบาๆ นางหันไปมองกองเสบียงตรงหน้าด้วยความหนักใจ แม้จะจับตัวคนผิดได้ แต่วิกฤตเฉพาะหน้าเรื่องเสบียงที่เสียหายยังคงเป็นปัญหาใหญ่หลวง ทหารนับหมื่นหากไม่มีเสบียงประทังชีวิต ย่อมเกิดความปั่นป่วนขึ้นในค่ายเป็นแน่ และนั่นคือสิ่งที่ศัตรูต้องการ
ทว่า ก่อนที่นางจะได้คิดหาหนทางแก้ไข มือหนาอุ่นจัดของสามีก็เอื้อมมาโอบกอบเอวบางไว้หลวมๆ ดึงร่างนางให้เข้าไปชิดแนบกายโดยไม่สนสายตาของเหล่าแม่ทัพนายกองที่ยืนอยู่รอบด้าน
“เจ้าเหนื่อยแล้ว ลี่เอ๋อร์” น้ำเสียงของจ้าวเฟิงเฉินอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อพูดกับนาง แววตาที่เคยเยือกเย็นแข็งกร้าว บัดนี้กลับฉายประกายความห่วงใยลึกซึ้งจนคนมองต้องใจสั่น “เรื่องเสบียงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเปิ่นหวางเถอะ เจ้าควรไปพักผ่อนได้แล้ว”
“หม่อมฉันเป็นภริยาของท่านอ๋อง ย่อมต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขกับกองทัพ จะให้หลบไปนอนสบายผู้เดียวได้อย่างไรเพคะ” นางเอ่ยแย้งด้วยความดื้อรั้นเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นมองสบกับเขาอย่างไม่ยอมแพ้
จ้าวเฟิงเฉินระบายยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งและมีเพียงนางเท่านั้นที่ได้ครอบครอง เขาใช้ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียแก้มเนียนของนางออกอย่างแผ่วเบา ความอ่อนโยนนี้ช่างตัดกับภาพลักษณ์แม่ทัพผู้เหี้ยมโหดโดยสิ้นเชิง
“เจ้าดื้อนักนะ...” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงระคนเอ็นดู “แต่หากเจ้ายังดื้อดึงอยู่เช่นนี้ เปิ่นหวางเกรงว่าค่ำนี้คงต้องหา ‘รางวัล’ มาลงโทษคนดื้อเสียหน่อยแล้ว”
ลี่หลินใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาวูบหนึ่ง นางรู้ดีว่า ‘รางวัล’ ในความหมายของคนผู้นี้คือสิ่งใด จึงรีบเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอายแกมหมั่นไส้ “ท่านอ๋องไร้สาระนัก เวลานี้ยังจะมีแก่ใจมาหยอกเย้าอีกหรือเพคะ!”
“กับภริยาตนเอง เหตุใดจะหยอกไม่ได้” เขาหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนที่แววตาจะกลับมาคมกราบและจริงจังดังเดิมเมื่อหันไปสั่งการเหล่าแม่ทัพที่เหลือ “ส่งคนไปกว้านซื้อธัญญาหารจากหมู่บ้านรอบนอกเข้ามาให้หมดโดยใช้คลังส่วนตัวของเปิ่นหวางสำรองจ่ายก่อน และให้หน่วยแพทย์ของฮูหยินแจกจ่ายยาต้มป้องกันโรคท้องร่วงแก่พลทหารทุกคนทันที”
“รับทราบพ่ะย่ะค่ะ!” เหล่าแม่ทัพรับคำสั่งอย่างพร้อมเพรียงและเร่งรีบถอยออกไปจากกระโจม เพื่อไม่ให้เป็นการขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของท่านอ๋องและพระชายา
ภายในกระโจมเหลือเพียงความเงียบสงบ ลี่หลินกำลังจะหมุนตัวไปหยิบตำราสมุนไพรบนโต๊ะเพื่อตรวจสอบรายการยา ทว่าจู่ๆ ฝ่ามือหนาก็คว้าข้อมือนางไว้แล้วดึงเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว จนร่างบางเซปะทะเข้ากับแผงอกกว้างอันแข็งแกร่ง
“ท่านอ๋อง... ปล่อยนะเพคะ คนอื่นอาจจะเข้ามา...” นางประท้วงเสียงเบา พยายามดันกายออก
“ไม่มีใครกล้าเข้ามาทั้งสิ้น หากเปิ่นหวางไม่อนุญาต”
จ้าวเฟิงเฉินกระซิบชิดริมฝีปาก ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียนของนาง หัวใจของลี่หลินเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ ภายใต้ความเยือกเย็นเกรียงไกรของบุรุษผู้นี้ ซ่อนเร้นความคลั่งรักและหวงแหนนางเอาไว้จนแทบจะกลืนกิน
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและอบอวลไปด้วยความเสน่หา กลิ่นอายบางอย่างที่ผิดปกติก็ลอยเข้ามาเตะจมูก กลิ่นหอมหวานประหลาดที่เจือจางอยู่ในสายลมหนาว... กลิ่นของ ‘ดอกอวี้หลัน’ ที่ไม่ควรจะเบ่งบานในค่ายทหารแห่งนี้
ดวงตาของลี่หลินหรี่ลงเล็กน้อย สัญชาตญาณแพทย์เตือนภัยทันที นางเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีที่ตอนนี้ก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งขรึมขึ้นมาในเสี้ยววินาทีเช่นกัน
“มีบางอย่างไม่ชอบมาพากลเพคะ...” นางกระซิบเสียงเครียด
ฉับพลันนั้นเอง เสียงฝีเท้านับร้อยก็ดังขึ้นกึกก้องจากภายนอกกระโจม ตามมาด้วยเสียงตะโกนโกลาหลและเสียงโลหะกระทบกันอย่างรุนแรง
“ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!” เสียงของรองแม่ทัพต้วนดังลอดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก “องค์รักษ์เสื้อแพรจากเมืองหลวง นำราชโองการลับมาถึงค่ายแล้วพ่ะย่ะค่ะ! และ... และพวกมันกำลังล้อมกระโจมเราไว้ทั้งหมด!”
จ้าวเฟิงเฉินตวัดสายตากลับไปมองหน้ากระโจมทันที ดวงเนตรคมกราบฉายประกายอำมหิตขึ้นวูบหนึ่ง ราชโองการลับกลางดึก และการปิดล้อมค่ายทหาร... หมากตานี้ช่างเดินได้ถูกจังหวะและมุ่งเป้ามาที่พวกเขาอย่างเลือดเย็นยิ่งนัก
มือหนากระชับกระบี่ข้างกายแน่น ขณะที่อีกข้างยังคงกุมมือเรียวของภริยาไว้มั่น ไม่ยอมปล่อยให้ห่างกายแม้แต่ปลายนิ้ว
“หึ มาเร็วกว่าที่คิดเสียอีก...” อ๋องหนุ่มแค่นเสียงลอดไรฟัน
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเกมอำนาจอันเฉียบคมนี้ไปกับข้า ขอบพระคุณจากใจจริงค่ะ ไป๋เหลียนฮวา
ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 14
กลอุบายในค่ายทหาร
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!