ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 13

เมื่อเสือเย็นเริ่มกลายร่างเป็นโบ้

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กาน้ำชาเคลือบกระเบื้องลายครามใบงามตกลงกระทบพื้นหินอ่อนจนแตกละเอียด ส่งเสียงกังวานบาดแก้วหู น้ำชาอุ่นร้อนสีอำพันกระจายเปื้อนชายอาภรณ์ปักดิ้นทองลายพยัคฆ์ทะยานเมฆ ทว่าเจ้าของร่างสูงสง่ากลับมิได้ใส่ใจแม้แต่น้อย สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยววสันต์ของท่านอ๋องสาม ‘จ้าวเฟิงเฉิน’ ยังคงจับจ้องอยู่ที่ร่างระหงของสตรีเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ ไป๋ลี่หลินเลิกคิ้วเรียวขึ้นเล็กน้อย นางวางตำราการแพทย์โบราณในมือลงบนโต๊ะไม้จันทน์อย่างเชื่องช้า ดวงตาดอกท้อคู่สวยกวาดมองเศษกระเบื้องที่แตกกระจายบนพื้น ก่อนจะเงยขึ้นสบตาบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นสามีในนามและแม่ทัพผู้เหี้ยมเกรียมแห่งค่ายทหารประจิม "ท่านอ๋อง..." น้ำเสียงของนางราบเรียบ เจือแววเย้าหยันอยู่จางๆ "หากเรือนพักของหม่อมฉันเกะกะสายตาถึงเพียงนี้ เกรงว่าท่านคงต้องยกกองกำลังมาทุบเรือนทิ้งเสียกระมัง ถึงจะได้ทรงพระสำราญ" จ้าวเฟิงเฉินเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรง ใบหน้าหล่อเหลาดุจเทพสลักตึงเครียดขึ้นเล็กน้อย เมื่อครู่เขาตั้งใจจะแสร้งทำเป็นหยิบถ้วยชาเพื่อหาเรื่องชวนนางคุยเรื่องแผนการรักษาอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่ ใครจะรู้ว่าปลายนิ้วที่เคยจับแต่กระบี่ปลิดชีพศัตรูในสนามรบ กลับสั่นเทาจนเผลอบีบถ้วยชาแตกคามือ เพียงเพราะสบเข้ากับดวงตาคู่ใสที่รู้ทันความคิดของเขาตั้งแต่ยังไม่ทันเอ่ยปาก "แผลที่หัวไหล่ของเจ้า... คืนนี้ยังต้องเปลี่ยนยาอีกรอบ" จ้าวเฟิงเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามปรับให้ราบเรียบและเย็นชาที่สุด ทว่าใบหูที่ขึ้นสีแดงเรื่อกลับทรยศความเยือกเย็นเหล่านั้นอย่างสิ้นเชิง "เรียนท่านอ๋อง แผลของหม่อมฉันสมานตัวดีแล้ว และสาวใช้ประจำตัวก็ทำหน้าที่เปลี่ยนยาได้เป็นอย่างดี ไม่รบกวนเวลาอันมีค่าของท่านหรอกเพคะ" ลี่หลินตอบปฏิเสธทันควันอย่างไม่ไว้หน้า นางเอื้อมมือไปรินน้ำชาจอกใหม่ขึ้นจิบอย่างใจเย็น ท่าทีสุขุมเยือกเย็นนี้ช่างขัดแย้งกับหัวใจของท่านอ๋องหนุ่มที่กำลังเต้นระรัวราวกับกลองศึกในค่ายทหาร นี่เป็นคืนที่สามติดต่อกันแล้วที่จ้าวเฟิงเฉินหาข้ออ้างสารพัดเพื่อย้ายสัมภาระส่วนตัวมาค้างแรมที่เรือนหลินฮวา วันแรกอ้างว่ากลัวมือสังหารแฝงตัวมา วันที่สองอ้างว่าต้องปรึกษาราชการลับแผ่นดิน และในวันนี้... ข้ออ้างเรื่องแผลที่หัวไหล่ดูเหมือนจะตื้นเขินเสียจนเด็กสามขวบยังดูออก ทว่าบุรุษผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อผู้ใดในหล้า มีหรือจะยอมถอยกลับไปนอนห้องหนังสืออันเหน็บหนาวเพียงลำพัง? "แผลภายนอกอาจจะสมานแล้ว แต่พิษเย็นที่ตกค้างในชีพจรยังต้องใช้พลังภายในของข้าช่วยโคจรขับออก" จ้าวเฟิงเฉินกล่าวอ้างหน้าตาเฉย พร้อมกับก้าวเท้าเข้ามาประชิดร่างบางโดยไม่รอฟังคำอนุญาต กลิ่นอายบุรุษอันคุ้นเคยและไอความร้อนแผ่ซ่านมาจากแผ่นอกกว้าง ทำให้นางเอกสาวต้องเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "ท่านอ๋อง! นี่ท่านจะลุกล้ำเกินไปแล้วนะเพคะ!" ลี่หลินเงยหน้าขึ้นตำหนิ ดวงตาสุกสกาววาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ นางเป็นแพทย์ย่อมรู้ดีว่าพิษเย็นในร่างนางถูกขับออกหมดสิ้นตั้งแต่เมื่อวาน เหตุผลของเขามันคือข้ออ้างชั้นต่ำชัดๆ "ข้าเป็นสามีของเจ้า ลุกล้ำอันใดกัน" จ้าวเฟิงเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงความเอาแต่ใจอย่างหน้าไม่อาย ดวงตาคมปลาบมองสำรวจใบพักตร์งดงามที่ขึ้นสีเรื่อด้วยความโกรธขึง ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าฮูหยินเอกผู้นี้ช่างน่ารักน่าชังจนหัวใจแทบหลอมละลาย ใครจะเชื่อว่าบุรุษผู้เย็นชาดั่งน้ำแข็งในค่ายทหาร เมื่อมาอยู่ต่อหน้าสตรีในดวงใจ กลับกลายร่างเป็นสุนัขตัวใหญ่ที่คอยแต่จะออดอ้อนขอความสนใจจากนางอย่างไร้ยางอาย ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนตั่งยาวข้างเตียงนอนอย่างหน้าตาเฉย ไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้นเดินกลับห้องของตนเองแม้แต่น้อย ซ้ำยังกวาดสายตามองสำรวจเครื่องนอนบนเตียงของนางด้วยความพึงพอใจ "คืนนี้ลมหนาวพัดแรง เกรงว่าห้องหนังสือของข้าคงจะหลังคารั่ว นอนที่นี่แหละ... เหมาะสมที่สุดแล้ว" "ท่านอ๋อง! ห้องหนังสือเพิ่งสร้างใหม่เมื่อปีมะโรง หลังคารั่วได้อย่างไรกันเพคะ!" ลี่หลินแทบอยากจะเอาตำราสมุนไพรฟาดหน้าสามีจอมตื๊อผู้นี้สักที สตรีในห้องหอเห็นทีจะมีแต่นางกระมังที่ต้องมาปวดหัวกับแม่ทัพผู้เกรียงไกรเช่นนี้ "ข้าบอกว่ารั่ว ก็คือรั่ว" จ้าวเฟิงเฉินลอยหน้าลอยตาตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน เขายกมือขึ้นกอดอก ปลดสายคาดเอวออกเล็กน้อยเพื่อให้ร่างกายผ่อนคลายขึ้น ท่าทางสบายอารมณ์นั้นทำเอาลี่หลินหายใจติดขัด นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติ เกมการเมืองในราชสำนักนางยังรับมือได้ไม่ยากเย็นเท่ากับการรับมือ 'ความคลั่งรัก' ที่ไร้ยางอายของสามีผู้นี้เลยแม้แต่น้อย ในเมื่อขับไล่เขาออกไปไม่ได้ นางก็มีวิธีรับมือในแบบของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ "เช่นนั้นก็เชิญท่านอ๋องบรรทมบนตั่งยาวตัวนั้นเถอะเพคะ ส่วนเตียงนอนของหม่อมฉัน... ห้ามผู้ใดล่วงล้ำเป็นอันขาด หากผู้ใดฝ่าฝืน หม่อมฉันจะใช้เข็มเงินอาบทิพย์พิษชาสicy ฝังลงจุดชีพจรให้เป็นอัมพาตไปเจ็ดวันเจ็ดคืน!" ลี่หลินขู่ด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด พร้อมกับหยิบเข็มเงินเล่มยาวขึ้นมาควงเล่นในมืออย่างคล่องแคล่ว แววตาคมกริบส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจน จ้าวเฟิงเฉินมองเข็มเงินในมือภรรยาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก เขาไม่ได้หวาดกลัวคำขู่ของนางแม้แต่น้อย กลับลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วสาวเท้าเข้ามาใกล้จนลี่หลินต้องถอยหลังไปชนกับเสาเตียง "ต่อให้เจ้าใช้เข็มพิษฝังร่างข้าจนเป็นอัมพาตขยับไม่ได้... ข้าก็ยังจะนอนกอดเจ้าอยู่ดี ลี่หลิน" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอยู่ข้างใบหู ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ตรงซอกคอทำให้หัวใจของยอดกุนซือหญิงเต้นผิดจังหวะ นางพยายามจะยกเข็มขึ้นแทงสกัดจุด ทว่าเรี่ยวแรงกลับถูกมือหนาคว้าจับไว้ได้อย่างแม่นยำ ร่างบางถูกดึงเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดอุ่นโดยง่าย ความเงียบสงบยามวิกาลปกคลุมไปทั่วเรือนหลินฮวา ภายใต้แสงเทียนวับแวม ความสัมพันธ์ที่เคยเยียบเย็นและเต็มไปด้วยการระแวดระวัง ค่อยๆ หลอมละลายลงทีละน้อยด้วยความอบอุ่นที่อีกฝ่ายพยายามส่งมอบให้ ทว่า... ความสงบสุขมักอยู่ได้ไม่นาน *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเร่งร้อน ทำลายบรรยากาศหวานซึ้งในห้องนอนลงในพริบตา ตามมาด้วยเสียงรายงานของพ่อบ้านหลี่ที่หน้าประตูกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกจนสั่นเครือ "ท่านอ๋อง! ฮูหยิน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ม้าเร็วจากชายแดนอุดรส่งสาส์นด่วน... กองทัพแคว้นเป่ยหรงทะลวงแนวป้องกันด่านแรกแตกแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" จ้าวเฟิงเฉินชะงัก รอยยิ้มอ่อนโยนเมื่อครู่เลือนหายไปในพริบตา แววตาเปลี่ยนกลับมาคมกริบดั่งคมดาบที่พร้อมจะปลิดชีพผู้คนทันที บรรยากาศรอบกายเยือกเย็นลงจนติดลบ ลี่หลินผละออกจากอ้อมแขนของเขา ใบหน้างามกลับมาเคร่งขรึมจริงจังในทันที นางรู้ดีว่าสงครามครั้งนี้ไม่ใช่ศึกธรรมดา แต่มันคือแผนการซ้อนแผนขององค์ชายรองในราชสำนักที่จงใจตัดกำลังทหารของสามี จ้าวเฟิงเฉินหันกลับมามองสตรีในดวงใจ แววตาฉายแววห่วงใยและลังเลชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปหยิบกระบี่ประจำกายขึ้นมาคาดเอว "ลี่หลิน ข้าต้อง..." "ไปเถอะเพคะ" ลี่หลินตัดบทขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น นางหยิบถุงผ้าบรรจุโอสถสมานแผลและยาลดพิษส่งให้เขาด้วยมือตนเอง ดวงตากลมโตสบประสานกับเขาอย่างลึกซึ้ง "ที่จวนแห่งนี้มีหม่อมฉันดูแลอยู่ ท่านจงไปทำหน้าที่ของแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ให้ดี... ข้าจะรอวันที่ท่านกลับมาอย่างปลอดภัย" จ้าวเฟิงเฉินมองถุงโอสถในมือสลับกับใบหน้างามเด็ดเดี่ยว เขารั้งร่างบางเข้ามากอดแน่นแนบอกเป็นครั้งสุดท้าย ฝังจูบลงบนหน้าผากมนอย่างทะนุถนอม ก่อนจะหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก้าวห่างออกไป พร้อมกับเงาร่างของอองหนุ่มที่หายลับไปในความมืดมิดของราตรี ลี่หลินยืนนิ่งอยู่กลางห้อง สายตาทอดมองออกไปนอกหน้าต่างที่ลมหนาวเริ่มพัดโชยเข้ามาอีกครั้ง ทว่าในวินาทีที่นางกำลังจะหันหลังกลับไปดับเทียน พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นเศษกระดาษสีดำที่ถูกสอดเข้ามาใต้ประตูห้องอย่างเงียบเชียบ นางก้าวเข้าไปหยิบมันขึ้นมาคลี่ออกอ่านด้วยความสงสัย และทันทีที่กวาดสายตาผ่านตัวอักษรบนกระดาษ ร่างทั้งร่างก็แข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ *ข้อความบนกระดาษเขียนไว้ด้วยลายมือที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี—* *'เสือออกจากถ้ำแล้ว... ฮูหยินเอกแห่งจวนอ๋องสาม เตรียมตัวรับมือกับแขกผู้ไม่ได้รับเชิญที่จะไปเยือนท่านในคืนนี้ได้เลย'* *** ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเกมอำนาจอันเฉียบคมนี้ไปกับข้า ขอบพระคุณจากใจจริงค่ะ ไป๋เหลียนฮวา
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%