เพลิงโทสะในเรือนหลันฮวาไม่ได้ลุกโชนด้วยเปลวไฟ หากแต่คุกกรุ่นอยู่ใต้ผิวน้ำอันเยียบเย็นจนน่าสะพรึงกลัว
"เจ้ากล้าดียังไงถึงบังאนนำของหลวงมารังแกฮูหยินเอก!"
เสียงตวาดนั้นก้องกังวานจนบ่าวไพร่ในเรือนต่างหมอบราบลงกับพื้น แรงกดดันจากค่ายทหารแดนเหนือที่ถูกสะสมมาแรมปีแผ่ซ่านจนอากาศรอบบริเวณคล้ายจะแข็งตัว จ้าวเฟิงเฉินในอาภรณ์สีดำสนิทปักลายมังกรห้าเล็บด้วยดิ้นเงิน ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ร่างสูงใหญ่รากับภูเขาผาที่พร้อมจะพังทลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า สายตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองอนุซูที่กำลังล้มพับอยู่กับพื้นด้วยความหวาดกลัว
ไป๋ลี่หลินยืนอยู่เบื้องหลังร่างกว้างนั้น ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววครุ่นคิด นางไม่ได้เอ่ยปากห้ามปรามแม้แต่น้อย ปล่อยให้สามีผู้เยือกเย็นของนางออกโรงจัดการความอยุติธรรมในเรือนหลังด้วยตนเอง ทว่าในใจกลับประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว—การที่อนุซูกล้าลงมือวางยาในสำรับยาบำรุงของนางเมื่อครู่ ไม่ใช่แค่ความริษยา100% แต่มันมีกลิ่นอายของอำนาจตระกูลซูหนุนหลังอยู่เบื้องหลังอย่างแน่นอน
"ท่านอ๋อง... หม่อมฉัน... หม่อมฉันเพียงแต่หวังดี เกรงว่าพี่หญิงจะรับยาที่ไม่คุ้นเคย..." อนุซูพยายามเค้นเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าสงสาร นางตั้งใจจะใช้มารยาหญิงเข้าล่อหลอกเช่นเคย ทว่าในยามนี้ ดวงตาคู่นั้นของจ้าวเฟิงเฉินกลับว่างเปล่าไร้ซึ่งความอาทร ไร้ซึ่งความปรานี
"หวังดี?" มุมปากหนากระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่ไปไม่ถึงดวงตา "หวังดีจนกล้าเอายาพิษสลายกระดูกมาใส่ในถ้วยยาของฮูหยินเอกอย่างนั้นหรือ? ทหาร!"
"พ่ะย่ะค่ะ!" องครักษ์เงาก้าวออกมาจากความมืดราวกับภูตผี
"ลากตัวอนุซูไปโบกยี่สิบทีฐานกระด้างกระเดื่องต่อฮูหยินเอก จากนั้นปลดลงเป็นบ่าวรับใช้ชั้นต่ำ ส่งไปกักบริเวณที่เรือนซักล้างท้ายจวน ห้ามผู้ใดให้ความช่วยเหลือเด็ดขาด หากใครฝ่าฝืน... โทษสถานเดียวคือความตาย!"
คำประกาศิตนั้นดุจสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน อนุซูเบิกตากว้างจนแทบถลนกรีดร้องเสียงหลงด้วยความตกใจแทบสิ้นสติ นางพยายามจะคลานเข้าไปเกาะชายเสื้อของท่านอ๋อง ทว่าเพียงแค่ปลายรองเท้าหนังสีดำขยับถอยห่างอย่างรังเกียจ องครักษ์ก็พุ่งเข้ามาล็อกตัวลากถูร่างที่สั่นเทาออกไปทันที เสียงกรีดร้องโหยหวนค่อยๆ เงียบหายไปตามระยะทางที่ไกลออก
ความเงียบสงบอันน่าอึดอัดกลับคืนสู่เรือนหลันฮวาอีกครั้ง
จ้าวเฟิงเฉินถอนหายใจยาวเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับภรรยา รัศมีความดุร้ายเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงแววตาห่วงใยระคนกังวลที่เขามักจะซ่อนไว้ไม่ให้ผู้ใดเห็น มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะแก้มนวลของนาง ทว่าลี่หลินกลับเบี่ยงหน้าหลบเล็กน้อยอย่างมีมารยาท
"ท่านอ๋องทรงใช้อารมณ์เกินไปแล้วเพคะ เกรงว่าจะทำให้คนครหาได้ว่าทรงลำเอียง" ลี่หลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงรอยประชดประชันเล็กน้อยตามประสาภรรยาผู้ซึนเดชา
จ้าวเฟิงเฉินชะงักมือค้างกลางอากาศ รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างจนใจ เขาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว จนกลิ่นอายบุรุษและกลิ่นจันทร์หอมประจำกายโชยเข้าจมูกของนาง "ลำเอียง? นางบังaniอาจแตะต้องเจ้า ข้ายังถือว่าลงทัณฑ์น้อยเกินไปด้วยซ้ำ หากไม่ใช่เพราะเกรงใจหน้าตาของเสด็จพ่อ ข้าคงส่งนางไปอยู่สนามรบชายแดนเสียแล้ว"
ลี่หลินค้อนใส่เขาคราหนึ่งอย่างหมั่นไส้ "ปากหวานเช่นนี้ ไปฝึกมาจากค่ายทหารแดนเหนือหรืออย่างไรเพคะ"
"ข้าพูดความจริง" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจัง ดวงตาคมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของนาง ราจะสื่อความหมายลึกซึ้งที่ไม่อาจเอ่ยเป็นคำพูด "ไม่ว่าใครหน้าไหนที่กล้าทำร้ายเจ้า มันผู้นั้นต้องชดใช้ด้วยชีวิต"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองกำลังจะละมุนละไมลง ทว่าฉับพลันนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบของพ่อบ้านหลี่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูกล่าวรายงานด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! มี... มีพระราชโองการด่วนจากในวังหลวง!"
จ้าวเฟิงเฉินขมวดคิ้วมุ่นทันที เขาสบตากับลี่หลินชั่ววูบ ก่อนจะสะบัดชายเสื้อเดินออกไปรับราชราชโองการที่ห้องโถงใหญ่ โดยมีลี่หลินก้าวตามไปติดๆ
กลางห้องโถงใหญ่ ขันทีหน้าขาวผู้หนึ่งยืนถือราชโองการประทับตราหยกสีทองด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เมื่อเห็นท่านอ๋องและฮูหยินเอกก้าวเข้ามา เขาก็รีบประสานมือคำนับ "ถวายบังคมท่านอ๋อง ฮูหยินเอกพ่ะย่ะค่ะ"
"มีเรื่องอันใด ดึกดื่นเช่นนี้ถึงมีพระราชโองการด่วน?" จ้าวเฟิงเฉินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
ขันทีผู้doesนั้นกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ส่งม้วนราชโองการให้อย่างระมัดระวัง "ฝ่าบาททรงมีรับสั่งด่วน... ให้ท่านอ๋องนำกำลังพลสามหมื่นนายมุ่งหน้าสู่ชายแดนใต้ทันทีในรุ่งอรุณพรุ่งนี้พ่ะย่ะค่ะ เกิดกบฏครั้งใหญ่ขึ้นที่นั่น และ... และมีข่าวลือว่าแม่ทัพผู้ดูแลค่ายทหารแดนใต้แปรพักตร์"
ทว่า ก่อนที่จ้าวเฟิงเฉินจะทันได้คลี่ม้วนกระดาษออกอ่าน ลี่หลินที่ยืนอยู่เคียงข้างกลับสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างที่ชายเสื้อของขันทีผู้นั้น—คราบผงสีขาวละเอียดที่ติดอยู่ เป็นพิษชนิดเดียวกับที่เพิ่งถูกพบในถ้วยยาของนางเมื่อครู่ไม่มีผิดเพี้ยน!
ดวงตากลมโตหดแคบลงทันที นางเอื้อมมือไปคว้าแขนของจ้าวเฟิงเฉินไว้แน่น พร้อมกับที่ประตูใหญ่ของจوانถูกกระชากเปิดออกด้วยกำลังมหาศาล พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้านราตรี
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเกมอำนาจอันเฉียบคมนี้ไปกับข้า ขอบพระคุณจากใจจริงค่ะ ไป๋เหลียนฮวา
ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 12
ประกาศิตจากท่านอ๋อง
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!