กลิ่นกำยานปักษาตื่น ริมเตาสำริดส่งควันสีเทาจางลอยอ้อยอิ่ง ทว่าภายในตำหนักอ๋องสามยามนี้กลับไร้ซึ่งความสงบสุข บรรยากาศกดดันหนักอึ้งดั่งเมฆฝนตั้งเค้าเหนือยอดเขาหิมะ ราชโองการสีเหลืองทองประทับตราหยกมังกรยังคงถูกวางไว้บนโต๊ะไม้จันทน์หอม ดุจดาบอาคมที่จ่ออยู่เหนือลำคอของคนทั้งเรือน
ไป๋ลี่หลินปรายหางตามองกระดาษแผ่นนั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตากลับมายังถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ในมือ แววตาคู่คมกริบดั่งประกายกระบี่ซ่อนฝักสะท้อนความเย็นเยียบ นางสวมอาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายเมฆาด้วยดิ้นเงิน ท่าทีสง่างามเยือกเย็นสมฐานะฮูหยินเอกแห่งจวนอ๋อง ทว่าภายใต้ความนิ่งสงบนั้น สมองของนางกำลังคำนวณหมากทุกกระดานที่ตระกูลหลิวและฝ่ายองค์ชายรองกำลังเดินในราชสำนัก
"ฮูหยินเจ้าคะ... น้ำชาอุ่นๆ เพคะ"
เสียงของชิงถิง สาวใช้คนสนิทดังขึ้นแผ่วเบa มือเรียวบางที่ถือถาดไม้ประดับมุกสั่นระริกเล็กน้อยจนกาน้ำชาสั่นกระทบขอบถ้วยเกิดเสียงกิ๊งกั๊ง แม้จะพยายามเก็บอาการเพียงใด แต่เหงื่อกาฬที่ผุดพรายขึ้นตามไรผมและแววตาลุกลี้ลุกลนย่อมไม่รอดพ้นสายตาของแพทย์หญิงผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วนอย่างลี่หลิน
ลี่หลินไม่ได้เอ่ยทักท้วงทันที นางเพียงแค่วางพู่กันหยกในมือลงบนแท่นหมึกช้าๆ เสียงกระทบกันเบาๆ กลับดังสะท้อนก้องกังวานในความเงียบงัน
"ชิงถิง เจ้าตามข้ามานานเท่าใดแล้ว?" น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าแฝงอำนาจกดดันเอ่ยถามขึ้น โดยที่นางยังไม่เงยหน้ามอง
"เร... เรียนฮูหยิน บ่าว... บ่าวรับใช้ท่านมาสามปีเต็มแล้วเจ้าค่ะ" ชิงถิงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ริมฝีปากแห้งผากจนแทบปริแตก
"สามปี... นานพอที่จะรู้ว่าข้าเกลียดสิ่งใดที่สุดใช่หรือไม่" ลี่หลินค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาดอกท้อคู่นั้นกวาดมองสำรวจสาวใช้ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ชุดที่ชิงถิงสวมใส่ดูใหม่เกินฐานะสาวใช้ห้องเครื่อง อีกทั้งปลายนิ้วเรียวยังมีคราบผงสีขาวละเอียดติดอยู่จางๆ – *ผงซูหลาน* พิษร้ายแรงจากแดนใต้ที่ไร้สีไร้กลิ่น หากผู้ใดดื่มเข้าไป จะทำให้เส้นเอ็นทั่วร่างแข็งทื่อ เลือดลมตีกลับจนกระอักโลหิตสิ้นใจภายในหนึ่งก้านธูป โดยแพทย์หลวงจะวินิจฉัยว่าเป็นอาการป่วยตายกะทันหันอย่างไร้ร่องรอย
ชิงถิงสะดุ้งสุดตัว ถาดในมือเกือบหลุดร่วงหากนางไม่รีบคว้าขอบโต๊ะไว้เสียก่อน "ฮูหยิน... บ่าวไม่เข้าใจที่ท่านพูดเจ้าค่ะ!"
"ไม่เข้าใจงั้นหรือ?" ลี่หลินลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงระหงและรัศมีความกดดันระดับยอดกุนซือทำให้สาวใช้ถึงกับถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "เจ้าประหม่าตั้งแต่ก้าวเข้าประตูมา มือซ้ายสั่นเพราะหวาดกลัว ปลายเล็บมีคราบผงซูหลาน และที่สำคัญที่สุด... ชิงถิง คนที่ข้ารับมาฝึกฝนด้วยตัวเองอย่างเจ้า ย่อมรู้ดีว่าข้าไม่เคยดื่มชารสชาติฝาดเฝื่อนในยามที่ฝนทำท่าจะตกเช่นนี้"
ชิงถิงหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีเลือด ร่างทั้งร่างสั่นเทายิ่งกว่าใบไม้ไผ่ต้องลมหนาว ในเมื่อความลับถูกเปิดโปงจนหมดเปลือก นางจึงทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้น ศีรษะโขกกระแทกพื้นศิลาเสียงดังสนั่น
"ฮูหยินโปรดเมตตา! บ่าว... บ่าวไม่มีทางเลือก นายท่านตระกูลหลิวจับมารดาของบ่าวไว้ หากบ่าวไม่วางยาพิษท่านในคืนนี้ แม่ของบ่าวจะต้องตายเจ้าค่ะ! ฮือๆๆๆ"
ลี่หลินทอดถอดสายตามองสตรีเบื้องล่างด้วยความรู้สึกหลากหลาย เวทนาหรือ? นางเคยเห็นความโหดร้ายของเกมอำนาจมามากเกินกว่าจะปล่อยให้ความสงสารมาทำลายชีวิตตัวเอง ในวังหลังและค่ายทหาร ความเมตตาที่ไม่ถูกเวลาคือยาพิษที่ฆ่าตัวเราเอง
"แม่ของเจ้าถูกจับตัวไป แต่วิธีแก้ปัญหาของเจ้าคือการส่งข้าไปยมโลกเพื่อแลกกับลมหายใจของนางอย่างนั้นหรือ?" ลี่หลินแค่นยิ้มเย็นชา "เจ้าคิดจริงๆ หรือว่า... คนที่กล้าใช้ชีวิตมารดาของเจ้ามาขู่ จะปล่อยมารดาของเจ้าให้เป็นอิสระหลังจากข้าตาย?"
ชิงถิงชะงักงัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก สมองที่มืดบอดเพราะความกลัวเพิ่งจะฉุกคิดขึ้นได้
"ลุกขึ้น" ลี่หลินสั่งเสียงเฉียบขาด
ชิงถิงสะดุ้งรีบลุกขึ้นยืนอย่างกล้าๆ กลัวๆ "ฮูหยิน... ท่านจะฆ่าบ่าวหรือเจ้าค่ะ?"
"ฆ่าเจ้าตอนนี้ ก็สกปรกมือข้าเปล่าๆ" ลี่หลินกวาดตามองถ้วยชาพิษบนถาด ก่อนมุมปากจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอันตราย รอยยิ้มที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องขนลุกชัน "ในเมื่อตระกูลหลิวส่งของขวัญชิ้นใหญ่มาต้อนรับเราในคืนก่อนเสด็จเข้าวังหลวง มีหรือที่เราจะไม่สนองไมตรีนี้กลับคืนไป?"
นางหยิบถ้วยชานั้นขึ้นมาด้วยปลายนิ้วเรียวสวยราวกับหยกสลัก กลิ่นอายของพิษจางๆ ลอยเข้าจมูกแต่นางหาได้สะดุ้งสะเทือนไม่ ด้วยทักษะแพทย์โบราณระดับปรมาจารย์ การปรุงยาแก้พิษหรือสลับสับเปลี่ยนฤทธิ์ยาเป็นเรื่องง่ายดายเสียยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ
"ชิงถิง เจ้าอยากช่วยแม่ของเจ้าให้รอดชีวิตหรือไม่"
ชิงถิงพยักหน้ารัวน้ำตาอาบแก้ม "อยากเจ้าค่ะ! ขอเพียงฮูหยินชี้ The way บ่าวจะยอมทำทุกอย่างตามที่ท่านบัญชา!"
"ดีมาก" ลี่หลินหยิบขวดกระเบื้องจิ๋วสีดำจากกระเป๋าเสื้อภายใน เทผงยาสีฟ้าครามลงไปผสมในถ้วยชาช้าๆ ผงยานั้นทำปฏิกิริยากับผงซูหลานทันที จนน้ำชาส่งกลิ่นหอมหวานแปลกประหลาดขึ้นมาแทนที่ "นำถ้วยชานี้ไป... แต่ไม่ใช่ให้ข้าดื่ม"
สาวใช้รับถาดมาด้วยมือที่ยังคงสั่นเทา "แล้ว... ให้ผู้ใดดื่มหรือเจ้าค่ะ?"
"คนที่ส่งเจ้ามาอย่างไรล่ะ" ลี่หลินหันหลังกลับไปมองหน้าต่างที่เปิดรับสายลมยามค่ำคืน นัยน์ตาสีรัตติกาลล้ำลึกดึงดูดสายตา "คืนนี้... ฮูหยินรองแห่งจวนตระกูลหลิว ซึ่งเป็นพี่สาวต่างมารดาของข้า คงจะนอนไม่หลับเพราะรอฟังข่าวดีจากเจ้ามิใช่หรือ? จงนำถ้วยชานี้กลับไปมอบให้ 'แขกผู้สูงศักดิ์' ที่แอบมาพบเจ้าหลังเรือนเมื่อยามโพล้เพล้ผู้นั้นดื่มเสีย บอกนางว่า... ของขวัญที่ส่งมา ข้าส่งคืนให้พร้อมดอกเบี้ยต้นทุนครบถ้วน"
ชิงถิงสูดลมหายใจเข้าลึก 1 ความกลัวถูกแทนที่ด้วยความแค้นเคืองต่อผู้ที่หลอกใช้มารดาตน นางคุกเข่าคำนับลี่หลินสามครั้งด้วยความซาบซึ้งใจอย่างแท้จริง ก่อนจะเร่งฝีเท้าหายลับไปในความมืดของเงาไม้
ทว่า... ในวินาทีที่ลี่หลินหมุนตัวกลับเพื่อเตรียมจัดระเบียบข้าวของสำหรับเข้าวังหลวงในคืนนี้ ประตูห้องนอนชั้นในก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง
ร่างสูงใหญ่ของบุรุษในอาภรณ์สีดำสนิทปักลายมังกรเงินก้าวเข้ามา รัศมีความเย็นชาและกลิ่นอายโลหิตจางๆ จากสนามรบแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ จ้าวเฟิงเฉิน ท่านอ๋องสามผู้เยือกเย็นและโหดเหี้ยมในสายตาคนนอก ยืนประจันหน้ากับนาง ดวงเนตรคมก్రిบดั่งพญาอินทรีย์คู่นั้นกวาดมองภรรยาเอกตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าอย่างพินิจพิเคราะห์
"เจ้ากล้าดียังไงถึงเล่นกับไฟลำพังเช่นนี้?"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น นัยน์ตาคู่นั้นไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยว แต่กลับฉายแววความห่วงใยระคนคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้อย่างมิดชิด จนคนมองต้องใจสั่นสะท้าน ลี่หลินหรี่ตามองสามีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล พลางคิดในใจว่าเขาคงยืนฟังอยู่ด้านนอกตั้งแต่ต้นจนจบ
แต่ก่อนที่นางจะได้เอ่ยปากตอบโต้สิ่งใด เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์เงาก็พุ่งทะยานเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าท่านอ๋องเสียก่อน
"ทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" องครักษ์หนุ่มหน้าตาตื่นตระหนกละล่ำละลักรายงาน "ราชเลขานุการหลิว... นำหลักฐานลับชิ้นใหม่บุกเข้าเฝ้าฮ่องเต้กลางดึก อ้างว่าพบ 'ตราประหยัดทัพ' ของกองทัพพยัคฆ์ทักษิณซุกซ่อนอยู่... อยู่ในเรือนส่วนตัวของฮูหยินเอกพ่ะย่ะค่ะ!"
บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งทันที ลี่หลินชะงัก นัยน์ตาประกายแสงคมกริบขึ้นวับวูบ หมากตานี้ช่างรวดเร็วและเหี้ยมเกรียมยิ่งนัก!
จ้าวเฟิงเฉินแค่นหัวเราะเสียงต่ำ นัยน์ตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัว เขาเอื้อมมือหนาไปกอบกุมมือเรียวบางของภรรยาไว้แน่น ราวกับจะบอกว่าต่อให้ฟ้าถลายลงมา เขาก็จะไม่มีวันปล่อยมือนาง
"ดี... ดีมาก" ท่านอ๋องสามเหยียดยิ้มเย็นเยียบ "ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมกบฏนัก เราก็จะไปรื้อหลังคาห้องทรงพระโรงของเสด็จพ่อ ดูก1ซิว่า ตระกูลหลิวจะรับมือความคลั่งของเปิ่นหวางไหวหรือไม่!"
---
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับไป๋เหลียนฮวานะคะ*
ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 4
กลิ่นอายยาพิษในสำรับอาหาร
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!