กลิ่นอายจางๆ ของไม้กฤษณาและชาผู่เอ่อร์หมักบ่มข้ามปีลอยอวลอยู่ในห้องหนังสือลับ ชั้นหนังสือไม้พะยูงแกะสลักลวดลายมังกรห้ากรงเล็บสูงจรดเพดาน เงียบงันจนได้ยินเสียงน้ำเดือดปุดๆ จากเตาสัมליใบเล็ก
ไป๋ลี่หลินไม่ได้คุกเข่าลงตามธรรมเนียมของฮูหยินผู้ก้มหัวให้สามี ร่างระหงในอาภรณ์ปักดิ้นเงินลายดอกเหมยยังคงยืนตรงหลังยืดตรง ท่วงท่าสง่างามราพณาสูร นางเพียงปรายหางตามองบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็น "อ๋องสาม" จ้าวเฟิงเฉิน ผู้กุมอำนาจครึ่งคลังทหารต้าเหลียง ซึ่งบัดนี้กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์แดง สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายคู่นั้นกำลังพินิจพิเคราะห์นาง ราวกับราชสีห์ที่กำลังสนใจวิธีล่าเหยื่อชิ้นใหม่ที่ไม่ยอมวิ่งหนี
"เจ้ากล้าดียังไง ถึงกล้าเปลี่ยนเทียบยาในสำรับของมารดาเลี้ยงข้ากลางงานเลี้ยงเมื่อวาน?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นโดยไม่มีคำทักทายล่วงหน้า ความกดดันจากบรรยากาศรอบกายแผ่ซ่านจนข้ารับใช้ด้านนอกไม่กล้าหายใจแรง
ไป๋ลี่หลินแค่นยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ดวงตาดอกท้อคู่สวยฉายแววเย้ยหยันเพียงเสี้ยววินาที "หากหม่อมฉันไม่เปลี่ยน เกรงว่าศาลาชมจันทร์ในจวนเสนาบดีคงต้องจัดงานศพซ้อนงานมงคลไปแล้วเพคะ... หรือว่าท่านอ๋องทรงโปรดปรานกลิ่นอายคาวเลือดเคลือบยาพิษมากกว่ากลิ่นชาหอมๆ นี้กันเล่า"
จ้าวเฟิงเฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมพระโอษฐ์ ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ภรรยาเอกที่ถูกลืมเลือนผู้นี้ทีละก้าว กลิ่นอายบุรุษผู้ผ่านสนามรบโชยปะทะนาสิก แต่นางกลับไม่ถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว
"เจ้าเปลี่ยนไปมาก... สตรีที่เคยเอาแต้มองปลายเท้าผู้อื่นด้วยความหวาดกลัวเมื่อปีก่อน บัดนี้กลับกล an ยอดพัศดีผู้ซ่อนพิษร้ายไว้ใต้อาภรณ์แพร" พระองค์โน้มพระพักตร์ลงมาใกล้ จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับข้างแก้มเนียน "แต่ข้าชอบ... สตรีที่ฉลาดจนน่าฆ่าทิ้งเช่นนี้ หาได้ยากยิ่งในเมืองหลวง"
"หม่อมฉันถือว่านั่นคือคำชมจากท่านอ๋องก็แล้วกันเพคะ" นางเอียงคอมองสบตาพระองค์อย่างไม่เกรงกลัว "แต่ถ้าท่านเรียกหม่อมฉันมาในยามวิกาลเช่นนี้ เพียงเพื่อจะกล่าวคำชมไร้สาระ เกรงว่าเวลาอันมีค่าของหม่อมฉันคงสูญเปล่า"
จ้าวเฟิงเฉินหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนอยู่ในอก พระองค์ผายมือไปยังเก้าอี้ไม้แกะสลักฝั่งตรงข้าม เป็นเชิงอนุญาตให้นั่ง ก่อนจะหมุนตัวกลับไปหยิบม้วนกระดาษลับประทับตราคั่งสีชาดโยนลงบนโต๊ะ
"สืบเนื่องจากคลังเสบียงค่ายทหารชายแดนเหนือถูกลอบวางเพลิงเมื่อเดือนก่อน มีทหารล้มตายกว่าร้อยศพ ทว่าสิ่งที่หายไปไม่ใช่ข้าวสารหรืออาวุธ แต่เป็น 'บัญชีรายชื่อขุนนาง' ที่พัวพันกับการทุจริตงบประมาณกองทัพ และเบาะแสเดียวที่เหลืออยู่... อยู่ในจวนอ๋องของเรานี่เอง"
ไป๋ลี่หลินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่คมกวาดมองม้วนกระดาษนั้นอย่างรวดเร็ว สมองอันปราดเปรื่องทำงานอย่างหนักหน่วงในชั่วพริบตา "ท่านอ๋องกำลังสงสัยว่า... หนอนบ่อนไส้ไม่ได้มาจากกองทัพ แต่เป็นคนในจวนหลังนี้ที่เกี่ยวพันกับราชสำนักฝ่ายใน?"
"ฉลาด" จ้าวเฟิงเฉินเอ่ยสั้นๆ สายตาจับจ้องทุกอณูการเปลี่ยนแปลงบนใบหน้างดงามของนาง "คนในจวนของข้าคุ้มกันแน่นหนา ยุงบินผ่านตัวผู้ยังรู้ แต่กลับมีคนแอบส่งข่าวลับออกไปได้ทุกชั่วยาม ข้าต้องการคนที่มีสายตาดั่งเหยี่ยวและมือที่สะอาดบริสุทธิ์พอจะสืบเรื่องนี้ โดยที่พวกมันไม่ทันระวังตัว... เจ้าอยากเป็นคู่หูของข้าในเกมนี้ไหมล่ะ ฮูหยิน"
นี่คือข้อเสนอที่อันตรายยิ่ง หากพลาดพลั้งหมายถึงศีรษะหลุดจากบ่า แต่ในขณะเดียวกัน มันก็คือตั๋วใบสำคัญที่จะทำให้นางมีอำนาจต่อรอง และสลัดพ้นจากเงื้อมมือของสกุลไป๋และอำนาจมืดในจวนอ๋องแห่งนี้
ไป๋ลี่หลินนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ นางยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ เพื่อซ่อนประกายตาวับวับที่กำลังวางหมากตลบหลังศัตรูในใจ ก่อนจะวางถ้วยกระทบจานรองเสียงดังฟังชัด
"การร่วมมือกับท่านอ๋องย่อมได้เปรียบ แต่หม่อมฉันไม่เคยทำงานให้ใครฟรีๆ เพคะ" นางแย้มยิ้มหวานหยด ทว่าแววตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปี "หากหม่อมฉันช่วยท่านกระชากหน้ากากหนอนบ่อนไส้สำเร็จ ท่านต้องยอมลงนามในหนังสือหย่า และปล่อยให้หม่อมฉันเป็นอิสระจากจวนหลังนี้... นี่คือข้อแลกเปลี่ยนเดียวที่หม่อมฉันสนใจเพคะ"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศในห้องหนังสือก็พลันเย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด จ้าวเฟิงเฉินนิ่งงันไปอึดใจใหญ่ พระเนตรคมกลาบวาวโรจน์ด้วยความกริ้วที่ถูกท้าทายอย่างไม่ไว้หน้า ก่อนที่มุมพระโอษฐ์จะกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมา
"บังAanนัก!" พระองค์ตรัสเสียงลอดไรฟัน ก้าวเข้าประชิดตัวนางในพริบตาเดียว มือหนาคว้าคางมนขึ้นบังคับให้สบตา "เจ้าคิดว่าตัวเจ้าเป็นใคร ถึงกล้าต่อรองเรื่องอิสรภาพกับสามี... ฝันไปเถอะว่าชาตินี้เจ้าจะได้ก้าวออกจากจวนอ๋องแห่งนี้ไปไหน!"
ไป๋ลี่หลินหาได้หวาดกลัวไม่ นางส่งยิ้มเยาะหยันกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้ "ถ้าเช่นนั้น ท่านอ๋องก็ทรงหาคนอื่นมาไขคดีเองเถอะเพคะ หม่อมฉันขอตัวไปนอนพะ..."
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างเร่งรีบขัดจังหวะการปะทะคารม ตามด้วยเสียงรายงานตื่นตระหนกของพ่อบ้านหลี่ที่หน้าห้อง
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชองครักษ์หลวงนำ 'ราชโองการลับ' จากฮ่องเต้มาส่งถึงมือท่าน โดยระบุชัดเจนว่าเป็นพระราชเสาวณีย์ด่วนที่สุด... เกี่ยวกับการแต่งตั้งให้ฮูหยินเอกไป๋ลี่หลินเข้ารับตำแหน่ง 'ผู้ตรวจการลับ' ในกรมอาญาพ่ะย่ะค่ะ!"
จ้าวเฟิงเฉินชะงักกึก พระหัตถ์ที่บีบคางนางค่อยๆ คลายออกช้าๆ ดวงตาคมกริบเบนกลับมามองสตรีตรงหน้าด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ
ไป๋ลี่หลินคลี่ยิ้มกว้างขึ้น รอยยิ้มที่งดงามที่สุดและอันตรายที่สุดในยามค่ำคืนนี้
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตรงนี้นะคะ รี้ดเดอร์ที่รักของไป๋เหลียนฮวา
ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 5
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!