กลิ่นอายของกำยานดอกกุ้ยฮวาที่ลอยอวลอยู่ภายในตำหนักเหอเซียง บัดนี้กลับคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวสนิมจางๆ ของความตายที่ถูกซุกซ่อนไว้เบื้องหลังม่านผ้าแพรปักลายหงส์ทอง
"ไป๋ลี่หลิน เจ้าช่างใจกล้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ กล้าแม้กระทั่งวางยาพิษในถ้วยชาของสนมเอกเซียนเหนียง!"
สุริยะเสียงตวาดก้องด้วยความตกพระทัยและโกรธเกรี้ยวของขันทีเฒ่าจงกงกง ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงใหญ่ ร่างท้วมของเขาข Sั่นสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก—หรือแสร้งทำเป็นตื่นตระหนก—นิ้วป้อมชี้ตรงมายังร่างระหงในชุดอาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายเมฆาที่ยังคงยืนนิ่งสงสงบราวกับรูปสลักหยก
รอบกายของลี่หลินเต็มไปด้วยสายตาคมกริบดั่งใบมีดของเหล่าขันทีและนางกำนัลนับสิบชีวิตที่ถูกส่งมาปิดล้อมตำหนักแห่งนี้อย่างแน่นหนา ทว่าแววตาของนางไม่มีแม้แต่รอยตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปีที่ฉายชัดอยู่ภายใต้ดวงตาดอกท้อคู่สวย
ลี่หลินกวาดสายตามองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตาที่บรรจุน้ำชาสมุนไพรสีอำพัน ซึ่งบัดนี้มีคราบผลึกสีขาวขุ่นตกตะกอนอยู่ก้นถ้วย รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของนางอย่างแผ่วเบา เป็นรอยยิ้มที่ทำให้จงกงกงถึงกับรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
"จงกงกงกล่าวหาข้ารุนแรงเกินไปแล้วกระมังคะ" ลี่หลินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานและทรงอำนาจจนผู้ฟังต้องชะงัก "สนมเอกเซียนเหนียงประชวรด้วยอาการแน่นหน้าอก เป็นข้าที่ได้รับราชโองการให้นำสำรับยาบำรุงมาถวายด้วยตนเอง ไฉนเลยแพทย์ผู้รักษาเช่นข้า จะเอาอนาคตและชีวิตของตระกูลไปแขวนไว้บนความโง่เขลาด้วยการวางยาพิษต่อหน้าพระพักตร์เล่าคะ"
"ปากแข็งนัก!" ขันทีเฒ่าแค่นเสียงตวาดลั่น "พยานหลักฐานคาตา ถ้วยชานี้เจ้าเป็นผู้รินถวายด้วยมือตนเอง และสนมเอกก็สิ้นสติไปทันทีหลังจากเสวยได้เพียงคำเดียว หากไม่ใช่เจ้าแล้วจะเป็นผู้ใด!"
ภายในห้องโถงอันตึงเครียด บรรยากาศบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ ร่างของสนมเอกเซียนเหนียงนอนหมดสติอยู่บนตั่งเตียงด้านใน ริมฝีปากเขียวคล้ำบ่งบอกถึงพิษร้ายแรงที่กำลังกัดกินชีพจรอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครคาดคิดว่าในเขตพระราชฐานชั้นใน จะเกิดคดีลอบปลงพระชนม์สนมคนโปรดในฮ่องเต้ได้อย่างอุกฉกรรจ์เช่นนี้ หมากตานี้ถูกวางไว้เพื่อบีบคั้นให้ตระกูลไป๋และจวนอ๋องสามต้องตกเป็นจำเลยสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ทว่า... พวกมันประเมินสติปัญญาของไป๋ลี่หลินต่ำเกินไป
ลี่หลินก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้โต๊ะไม้จันทน์แดงช้าๆ ท่ามกลางเสียงร้องห้ามของเหล่าขันทีที่กลัวนางจะทำลายหลักฐาน แต่นางหาได้สนใจไม่ เรียวหน้าระหงโน้มลงเล็กน้อยเพื่อสูดดมกลิ่นที่ระเหยขึ้นมาจากถ้วยชานั้น ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ
"น่าขันสิ้นดี... ยาพิษชนิดนี้มีชื่อว่า 'เหมันต์ไร้ลักษณ์' เป็นพิษหายากจากดินแดนทางเหนือ ออกฤทธิ์ทำให้เลือดลมหยุดไหลเวียนและจับตัวเป็นก้อนภายในสามลมหายใจ ทว่า..." นางหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองขันทีเฒ่าด้วยแววตารู้ทัน "ทว่าตัวยาส่วนผสมหลักของมันคือรากโสมหิมะพันปี ซึ่งมีฤทธิ์เย็นจัดจนทำปฏิกิริยากับ 'ชาผู่เอ๋อร์เก่า' ที่สนมเอกโปรดปรานจนเกิดคราบตะกอนสีขาวขุ่นเช่นนี้... แต่จงกงกงรู้หรือไม่คะ ว่าเหตุใดข้าจึงรู้ว่ามันคือชาผู่เอ๋อร์?"
จงกงกงขมวดคิ้วแน่น "เจ้าจะแก้ตัวอย่างไรก็ไร้ประโยชน์!"
"ข้าไม่ได้แก้ตัวค่ะ แต่กำลังชี้ให้ท่านเห็นความโง่เขลาของคนที่อยู่เบื้องหลังต่างหาก" ลี่หลินหันไปหยิบถ้วยชาอีกใบที่ตั้งอยู่บนสำรับเดียวกันขึ้นมา เทน้ำชาลงบนแผ่นเงินบริสุทธิ์ที่นางพกติดตัวไว้สำหรับตรวจสอบพิษ
*ฉับพลัน! แผ่นเงินนั้นเปลี่ยนเป็นสีดำสนิททันทีที่สัมผัสกับน้ำชาในถ้วยที่สอง หาใช่ถ้วยแรกที่สนมเอกดื่มไม่!*
"นี่... นี่มันเรื่องอะไรกัน!" จงกงกงหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดด้วยความตกใจ
"ถ้วยที่สนมเอกดื่ม แท้จริงแล้วเป็นเพียงน้ำชาสมุนไพรบำรุงธาตุธรรมดา ไม่มีพิษภัยอันใดเจือปนเลยแม้แต่น้อย" ลี่หลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและเด็ดขาด นางหันไปสบตากับเหล่านางกำนัลที่ยืนตัวสั่นงันท่ามกลางความเงียบงัน "แต่พิษ 'เหมันต์ไร้ลักษณ์' ที่แท้จริง ถูกซ่อนไว้ใน 'ถ้วยชาของข้าต่างหาก' หากข้าดื่มมันเข้าไปตามคำคะยั้นคะยอของนางกำนัลสนิทของสนมเอกเมื่อครู่ คนที่จะตายในตำหนักนี้หาใช่สนมเอกไม่... แต่เป็นข้าต่างหาก!"
สิ้นคำพูดของลี่หลิน บรรยากาศภายในตำหนักก็พลันเย็นเยียบลงราวกับถูกแช่แข็งในฤดูเหมันต์
นางกำนัลคนสนิทของสนมเอกเซียนเหนียงที่ยืนก้มหน้าอยู่มุมห้องถึงกับเข่าทรุด ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวจนควบคุมไม่อยู่ นางพยายามจะขยับถอยหลังเพื่อหลบหนี ทว่าสายตาเฉียบคมดั่งเหยี่ยวของลี่หลินได้ล็อกเป้าหมายไว้เรียบร้อยแล้ว
"จับนางไว้!" ลี่หลินออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจที่แม้แต่ขันทีเฒ่ายังต้องเผลอทำตามโดยไม่รู้ตัว
เหล่าองครักษ์ประจำตำหนักที่ยืนคุมเชิงอยู่กรูเข้าไปกดตัวนางกำนัลคนนั้นลงกับพื้นทันที พร้อมกับค้นตามเนื้อตัวจนพบขวดหยกขนาดเล็กที่บรรจุผงพิษชนิดเดียวกันซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อ
"พระชายาโปรดไว้ชีวิต! บ่าว... บ่าวไม่ได้ตั้งใจ!" นางกำนัลผู้นั้นโขกศีรษะลงกับพื้นจนเกิดเสียงดังสนั่น คราบน้ำตาและเหงื่อไหลปะปนกันจนใบหน้าเลอะเทอะ "เป็น... เป็นใต้เท้าคนนั้น... เขาบังคับให้บ่าวทำ!"
"ใครเป็นคนสั่งเจ้า?" น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงพลังดังแทรกขึ้นมาจากหน้าประตูตำหนัก
การปรากฏตัวของบุรุษในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรทองดิ้นเงิน ทำให้ทุกคนในห้องต้องรีบก้มลงคุกเข่าคำนับด้วยความหวาดกลัวและยำเกรง ร่างสูงสง่าก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและเยือกเย็น ไอสังหารแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับเทพแห่งสงครามที่เพิ่งกลับจากสนามรบ
จ้าวเฟิงเฉิน... ท่านอ๋องสามผู้เยือกเย็นและทรงอำนาจ ปรมาจารย์แห่งค่ายทหารพยัคฆ์ทมิฬ
ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว เขากวาดสายตามองไปรอบห้องก่อนจะสาวเท้ายาวๆ เข้ามาโอบประคองร่างระหงของลี่หลินเข้าสู่อ้อมแขนอย่างทะนุถนอม ราวกับเกรงว่านางจะเป็นรอยขีดข่วนแม้แต่น้อย มือหนาสัมผัสแก้มนวลเบาๆ เพื่อสำรวจความปลอดภัย น้ำเสียงที่เคยเย็นชาไร้หัวใจ บัดนี้กลับเจือไปด้วยความห่วงใยจนคนฟังต้องสะท้าน "เจ้าบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่?"
"หม่อมฉันปลอดภัยดีเพคะ ท่านอ๋องมาได้จังหวะเวลาพอดิบพอดีเลยนะคะ" ลี่หลินเงยหน้าสบตาผู้เป็นสามี รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของนาง แม้สถานการณ์จะเพิ่งผ่านพ้นวิกฤตมาได้หมาดๆ ทว่าแววตาของนางกลับมีความหมายลึกซึ้งบางอย่างซ่อนอยู่
จ้าวเฟิงเฉินหันกลับไปมองนางกำนัลที่กำลังหมอบกราบอยู่บนพื้นด้วยแววตาดุจคมมีด รังสีอำมหิตแผ่กระจายจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที "ในเมื่อหลักฐานปรากฏชัดเจนแล้วว่าพระชายาของเปิ่นหวางถูกใส่ร้าย ใครหน้าไหนอยู่เบื้องหลังแผนการชั่วช้าในวังหลังนี้... จงคายความจริงออกมาให้หมด มิฉะนั้น อย่าหาว่าเปิ่นหวางไม่เตือน!"
คำขู่ที่เต็มไปด้วยจิตสังหารทำให้ทุกคนในห้องแทบไม่กล้าหายใจแรง ทว่า ก่อนที่นางกำนัลผู้นั้นจะได้เอ่ยปากสารภาพอะไรออกมา เสียงฝีเท้าเร่งรีบของมหาเล็กหน้าพระพักตร์ก็ดังขึ้นจากด้านนอก พร้อมกับประกาศเสียงดังลั่น
"ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้! มีรับสั่งให้เรียกตัวท่านอ๋องสามและพระชายาไปเข้าเฝ้า ณ ท้องพระโรงหลวงทันที!"
จ้าวเฟิงเฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาคมกริบฉายประกายความเยียบเย็นขึ้นมาทันที หมากตานี้หาได้จบลงแค่การใส่ร้ายในตำหนักเหอเซียงไม่ แต่มันคือการเปิดฉากสงครามครั้งใหญ่ในราชสำนักต่างหาก
ลี่หลินขยับกายเข้าไปกระซิบข้างหูของสามีด้วยรอยยิ้มเยือนเย็น "ดูท่าแล้ว... เบื้องหลังของเรื่องนี้คงไม่ใช่แค่สนมเอกในวังหลังเสียแล้วกระมังคะ ท่านอ๋อง"
--------------------------------------------------
*(ไป๋เหลียนฮวา ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาอันบีบคั้นนี้ไปกับข้า ขอบพระคุณจากใจจริงค่ะ)*
ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 27
กับดักในวังหลัง
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!