ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 26

โรคประหลาดของสนมเอก

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นอายของกำยานหมื่นลี้และกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยอบอวลปะปนกันอยู่ภายในตำหนักฉางชุน—สถานที่ซึ่งควรเป็นเขตหวงห้ามอันสงบเงียบที่สุดของฝ่ายใน บัดนี้กลับคลาคล่ำไปด้วยเหล่าขันทีและนางกำนัลที่เดินกันขวักไขว่ ใบหน้าของทุกคนซีดเผือดราวกระดาษสา ไร้ซึ่งเสียงสนทนาใดเล็ดลอดออกมานอกจากเสียงฝีเท้าที่เร่ง3รีบและเสียงครางครืนด้วยความทรมานที่ดังเล็ดลอดผ่านม่านมุกโปร่งแสงสีนวลออกมาเป็นระยะ ไป๋ลี่หลินก้าวเท้าข้ามธรณีประตูตำหนักด้วยกิริยางดงามราวนางพญา อาภรณ์ปักดิ้นทองลายพฤกษาชาติขยับไหวตามจังหวะการเดิน ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยความมั่นคงและเยือกเย็น สายตาคู่คมกริบกวาดสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบในเสี้ยววินาที นางสังเกตเห็นเศษกระเบื้องเคลือบสีครามที่แตกละเอียดอยู่มุมห้อง คราบสีดำคล้ำคล้ายคราบสมุนไพรไหม้เกรียมบนโต๊ะทองเหลือง และที่สำคัญที่สุด—สีหน้าของขันทีเฒ่าผู้ดูแลพระราชสำนักที่กำลังปาดเหงื่อเม็ดโตด้วยความหวาดกลัว "สนมเอกลี่ซือทรงประชวรหนักถึงเพียงนี้ เหตุใดจึงเพิ่งมีราชโองการเรียกตัวหมอหลวง... หรือต้องรอให้สิ้นพระชนม์เสียก่อน กองแพทย์หลวงจึงจะยอมขยับตัวกันหรือเพคะ?" น้ำเสียงใสกระจ่างแต่ทว่าเยียบเย็นราวน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ฤดูเอ่ยขึ้น ทำเอาเหล่าหมอหลวงชราที่นั่งหมอบอยู่กับพื้นสะดุ้งสุดตัว พวกเขาต่างก้มหน้าจนชิดพื้น ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาฮูหยินเอกแห่งจวนอ๋องสามผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือในด้านการแพทย์และการรู้เท่าทันกลเกมวังหลัง "ท่านหญิงไป๋... โปรดเมตตาด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!" หัวหน้าหมอหลวงโขกศีรษะลงกับพื้นจนเกิดเสียงดังทึบ "อาการของพระสนมแปลกประหลาดนัก ชีพจรเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ เดี๋ยวร้อนดั่งไฟสุม เดี๋ยวหนาวสะท้านถึงกระดูก ทว่า... ทว่าพวกกระหม่อมกลับตรวจไม่พบพิษใดๆ ในร่างกายเลยแม้แต่น้อย พยายามใช้เข็มเงินทดสอบก็ไม่ปรากฏรอยดำ ยิ่งรักษาอาการก็ยิ่งทรุดหนักลงทุกที พ่ะย่ะค่ะ!" ลี่หลินแค่น The subtle smile ที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่สวยแม้แต่น้อย นางปรายตามองกลุ่มหมอหลวงด้วยความรู้สึกสมเพชระคนระแวดระวัง สมุนไพรไร้พิษแต่ทำให้ทรมานปางตาย... ในวังหลังแห่งนี้ หากไม่ใช่ฝีมือของคนผู้ลึกลับที่ชำนาญการใช้พิษจากแดนใต้ ก็ต้องเป็นหมากกลการเมืองที่ถูกชักใยจากเงาเบื้องหลัง เพื่อบีบคั้นให้จ้าวเฟิงเฉิน สามีของนางต้องเข้ามาพัวพัน "ถอยไป" นางเอ่ยสั้นๆ แต่เปี่ยมด้วยอำนาจที่ไม่อาจปฏิเสธ เมื่อร่างระหงก้าวผ่านม่านมุกเข้าไปยังห้องบรรทมชั้นใน กลิ่นหอมหวานฉุนกึกของดอกอี้จี้ก็ปะทะเข้าจมูกทันที ลี่หลินขมวดคิ้วมุ่นโดยพลัน กลิ่นนี้... ปกติแล้วจะใช้เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ แต่มันจะกลายเป็นพิษร้ายแรงทันทีหากถูกนำมาผสมเข้ากับ "ผงชาตากแห้งจากแคว้นหลี่" ที่ประดับอยู่บนโต๊ะทรงพระอักษรเบื้องพระพักตร์ของสนมเอก บนเตียงไม้แกะสลักลายหงส์ทอง ร่างของสนมเอกลี่ซือกำลังบิดเร้าด้วยความทรมาน ใบหน้าที่เคยงดงามหยาดเยิ้มบัดนี้บวมเป่งและมีรอยเขียวช้ำปรากฏขึ้นตามผิวหนัง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัว ขeอความพยายามจะเอ่ยบางอย่างออกมาแต่ทำได้เพียงเสียงครางในลำคอ ลี่หลินไม่รอช้า นางทรุดกายลงนั่งข้างเตียง ดึงถุงเข็มทองเล่มยาวที่พกติดตัวไว้ออกมาจากแขนเสื้อ นิ้วเรียวยาวดุจลำเทียนกดลงบนจุดชีพจรที่ข้อมือของสนมเอกอย่างแม่นยำ สัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่แผดเผาจากภายในสู่ภายนอก ราวกับมีเข็มับพันเล่มกำลังทิ่มแทงอวัยวะภายในของสตรีผู้นี้ *แปลก... ชีพจรเช่นนี้ไม่ใช่โรคภัยไข้เจ็บตามธรรมชาติ* สายตาของลี่หลินหรี่ลง นางดึงเข็มทองเล่มหนึ่งออกมาแล้วจ้วงแทงลงไปที่จุดไป๋ฮุ่ยบนศีรษะของสนมเอกอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด สนมเอกสะดุ้งเฮือก อาเจียนของเหลวสีดำคล้ำพุ่งทะลักออกมาเปรอะเปื้อนผ้าปูเตียงเนื้อดี กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วห้อง "องค์หญิง... เจ็บ... ช่วยหม่อมฉันด้วย..." สนมเอกลี่ซือคว้าข้อมือของลี่หลินไว้แน่น แรงบีบนั้นมากเสียจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อจนห้อเลือด ดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาคู่นั้นจ้องมองลี่หลินราวกับเห็นฟางเส้นสุดท้ายในความมืดมิด "ทรงตั้งสติให้ดีเพคะ, พระสนม" ลี่หลินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าหนักแน่นพอที่จะดึงสติของสตรีตรงหน้ากลับมาได้ "หากพระองค์ทรงกระพริบตาปฏิเสธความจริง ตอนนี้หม่อมฉันคงช่วยอะไรไม่ได้ แต่หากพระองค์ทรงทราบว่าใครเป็นผู้ส่ง 'กำยาน' กล่องนั้นมาประทานให้... จงบอกหม่อมฉัน" สนมเอกลี่ซือตัวสั่นเทิ้ม ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวยิ่งกว่าเดิม ริมฝีปากแห้งผากขยับอ้าๆ หุบๆ คล้ายอยากจะเอ่ยชื่อบางคนออกมา ทว่าฉับพลันนั้นเอง... *เคร้ง!* เสียงแจกันหยกโบราณด้านนอกแตกกระจาย ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงของทหารองครักษ์และเสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจ "ท่านอ๋องสามเสด็จ!" หัวใจของลี่หลินกระตุกวูบ นางหันขวับไปมองทางประตูห้องบรรทม ท่ามกลางแสงเงาอันสลัวรางของค่ำคืน ร่างสูงสง่าในชุดเกราะสีดำสนิทที่ยังคงมีกลิ่นอายสนามรบเจือจาง ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปี ดวงเนตรคมกลาบกวาดมองสถานการณ์ภายในห้อง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของนางและสนมเอก จ้าวเฟิงเฉินไม่ได้เอ่ยทักทายผู้ใด สายตาของเขาลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความกังวลที่ซ่อนไว้ภายใต้ความนิ่งงบ เขาเดินตรงเข้ามาคว้ามือของลี่หลินที่เปื้อนคราบเลือดสีดำขึ้นมาสำรวจอย่างรวดเร็ว ตรวจดูว่านางได้รับบาดเจ็บหรือไม่ด้วยความเคยชินของการ "คลั่งรักภรรยา" ที่แม้แต่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานก็ยังไม่เคยเปลี่ยนแปลง "เจ้าบาดเจ็บหรือไม่?" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอמהถามอย่างอ่อนโยน ขัดกับบรรยากาศตึงเครียดรอบตัวอย่างสิ้นเชิง "หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะ... แต่คนผู้นี้กำลังจะพูดบางอย่าง" ลี่หลินกระซิบตอบ เสียงของนางเคร่งเครียดขึ้น ทว่า ก่อนที่สนมเอกลี่ซือจะทันได้เปล่งพยางค์สุดท้ายออกมา เลือดสีดำคล้ำสายหนึ่งก็ไหลทะลักออกจากมุมปากของนาง ดวงตาที่เบิกโพลงค้างค่อยๆ ปิดลงอย่างช้าๆ ลมหายใจที่ติดขัดสะดุดกVกและขาดห้วงไปในที่สุด ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง ลี่หลินรีบเอามณีกดลงที่ชีพจรลำคอ... *สายเกินไปแล้ว* มือสังหารในเงาลงมือเร็วกว่าที่คาดไว้! ในวินาทีนั้นเอง ขันทีผู้หนึ่งก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าแทบเท้าของจ้าวเฟิงเฉิน พร้อมกับชูราชโองการลับฉบับหนึ่งด้วยมือที่สั่นเทา "ท... ท่านอ๋อง! มีพระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้... รับสั่งให้ควบคุมตัวพระชายาไป๋ลี่หลินเข้าสู่คุกหลวงทันที ข้อหา... วางยาปลงพระชนม์สนมเอก!" ความเงียบงันราวกับป่าช้าเข้าปกคลุมตำหนักฉางชุนในทันที ไป๋เหลียนฮวา ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาอันบีบคั้นนี้ไปกับข้า ขอบพระคุณจากใจจริงค่ะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%