กลิ่นอายของกำยานหมื่นลี้ลอยอบอวลผสมผสานกับกลิ่นอายโลหะจางๆ ที่ติดมากับเกราะหนังวัวชั้นดี เป็นสัญญาณเตือนภัยอันเงียบงันว่า "เขา" กลับมาแล้ว
เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงดั่งย่างก้าวของพยัคฆ์ร้ายก้าวเข้ามาหยุดนิ่งอยู่เบื้องหน้าประตูเรือนหลินฮวา บานประตูกระดาษสาถูกผลักเปิดออกด้วยแรงอารมณ์อันดุดัน ม่านลูกปัดหยกกระทบกันจนเกิดเสียงกังวานใส ทว่าบรรยากาศภายในห้องกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก
ไป๋ลี่หลินไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือนทันที ปลายน้องเรียวขาวยังคงบรรจงฝนแท่งหมึกสีชาดลงบนหินฝนหมึกอย่างเชื่องช้าและประณีต นางกำลังไล่สายตาอ่านบันทึกตำรับยาโบราณที่เปิดค้างไว้ ราวกับว่าการปรากฏตัวของท่านอ๋องผู้ทรงอำนาจแห่งต้าฉีเป็นเพียงลมพัดผ่านหน้าต่างเท่านั้น
จ้าวเฟิงเฉินหรี่ตาลงคมกริบ ดวงเนตรดั่งเหยี่ยวทะเลทรายกวาดตามองร่างบางในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ ภรรยาเอกผู้ซึ่งในอดีเคยrหวาดกลัวเขาจนตัวสั่นเทา เพียงแค่ได้ยินเสียงฝีเท้าก็มักจะรีบหมอบกราบคุกเข่าด้วยความหวาดผวา แต่วันนี้... นางกลับนั่งหลังตรงสง่างาม แววตาคู่สวยไร้ซึ่งความสะทกสะท้านใดๆ สิ้นเชิง
"เจ้ากล้าดียังไงถึงไม่มาต้อนรับข้าที่หน้าจวน" สุ้มเสียงทุ้มต่ำดั่งหินผาบดขยี้ดังขึ้น มันเต็มไปด้วยกดดันและอำนาจมืดที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางหน้า สมกับที่เป็นแม่ทัพผู้คร่าชีวิตผู้คนมานับแสนในในสนามรบ
ลี่หลินวางแท่งหมึกลงอย่างใจเย็น นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ริมฝีปากบางเฉียบแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นไม่ได้ไปถึงดวงตา กลับฉายแววเย้ยหยันระคนสมเพชอยู่ลึกๆ "ต้อนรับท่านอ๋องหรือเพคะ? เกรงว่าหม่อมฉันจะมีงานสำคัญที่ทรงคุณค่ามากกว่าการยืนตากแดดรอนายผู้ชายที่นานๆ จะแวะมาเหยียบเรือนเอกเสียที"
"ไป๋ลี่หลิน!"
จ้าวเฟิงเฉินคำรามต่ำในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวประชิดตัวนางในพริบตาเดียว มือหนาราวคีมเหล็กคว้าเข้าที่ปลายคางมนของนางแล้วเชยขึ้นบังคับให้สบตา แรงบีบนั้นมากพอจะทำให้สตรีทั่วไปกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ทว่าลี่หลินกลับเพียงแค่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ความเจ็บแปลบที่ปลายคางไม่อาจสั่นคลอนหัวใจที่เคยผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่งของนางได้
"ท่านอ๋องทรงใช้อารมณ์เหนือเหตุผลอีกแล้วนะคะ" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ปลายนิ้วมือเรียวของนางแตะลงที่ข้อมือแกร่งที่บีบคางตนอยู่เบื้องหน้า "การกระทำป่าเถื่อนเช่นนี้ หากหลุดลอดออกไปถึงหูของเหล่าขุนนางในราชสำนัก เกรงว่าภาพลักษณ์แม่ทัพผู้ทรงคุณธรรมของท่านคงด่างพร้อยไม่น้อย"
ดวงตาคมกริบของจ้าวเฟิงเฉินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจระคนฉงน
นี่น่ะหรือ... ภรรยาผู้เคยอ่อนแอ ไร้เดียงสา และเอาแต่นั่งร้องไห้ในห้องหอ? สตรีตรงหน้าเขาในยามนี้ ทั้งแววตา ท่าทาง และวาจา ล้วนเฉียบคมราวกับใบมีดอาบยาพิษ นางกล้าดียังไงมาต่อปากต่อคำกับเขา? กล้าดีอย่างไรถึงใช้สายตาราชبعประเมินค่าเขากลับมาเช่นนี้?
"เจ้าเปลี่ยนไป..." จ้าวเฟิงเฉินเค้นเสียงลอดไรฟัน หัวใจดวงแกร่งเต้นกระหน่ำผิดจังหวะด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไม่อาจหาคำอธิบาย
"คนเราย่อมต้องเติบโตขึ้นเมื่อเผชิญหน้ากับความตายและความโหดร้ายของเรือนหลังแห่งนี้เพคะ" ลี่หลินปัดมือเขาออกอย่างไม่แยแส นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะด้อยกว่าเขาอยู่มาก แต่มารยาทและรัศมีที่แผ่ออกมาจากตัวนางกลับกดดันให้ชายหนุ่มผู้เป็นสามีรู้สึกราวกับตนเองกำลังยืนอยู่เบื้องหน้าขุนศึกผู้ทรงภูมิ
"หม่อมฉันไม่ใช่สตรีโง่เขลาที่จะยอมให้ใครมาหยามเกียรติได้อีกต่อไป หากท่านอ๋องเสด็จมาเพื่อหาเรื่องทะเลาะและระบายอารมณ์ เชิญเสด็จกลับเรือนของอนุจางเถอะเพคะ ที่นี่ไม่มีพื้นที่สำหรับความไร้สาระ"
เพล้ง!
จ้าวเฟิงเฉินตวัดมือปัดแจกันหยกโบราณบนโต๊ะข้างกายจนแตกกระจายกระจัดกระจาย เศษหยกคมกริบบาดเข้าที่ข้อเท้าของเขาจนมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย แต่เขากลับไม่สนใจความเจ็บปวดแม้แต่น้อย ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านถึงขีดสุดเมื่อถูกภรรยาปฏิเสธความสัมพันธ์อย่างไม่ไว้หน้า
"เจ้ากล้าขับไล่สามีงั้นรึ!"
"สามี? ท่านเคยทำหน้าที่สามีกับหม่อมฉันบ้างหรือไม่เล่าเพคะ?" ลี่หลินย้อนถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา นางก้าวเข้าไปใกล้เขาอย่างไม่เกรงกลัว กลิ่นหอมจางๆ ประจำกายของนางลอยเข้าจมูกเขา ปะปนกับกลิ่นอายความดื้อรั้นที่ชวนให้หลงใหลและน่าโมโหในคราวเดียวกัน "ในเมื่อเราต่างคนต่างอยู่มาตลอดสามปี เหตุใดวันนี้ท่านถึงนึกครึ้มอกครึ้มใจอยากจะมาทำตัวเป็นสามีผู้แสนดีขึ้นมาล่ะเพคะ?"
จ้าวเฟิงเฉินจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเจรจาเจื้อยแจ้วนั้นด้วยความรู้สึกซับซ้อน เบื้องลึกในอกข้างซ้ายมีความรู้สึกคลั่งไคล้บางอย่างกำลังกัดกินหัวใจเขาอย่างเงียบเชียบ สตรีอ่อนแอที่เขาเคยชิงชังและเมินเฉย บัดนี้กลับกลายเป็นดอกไม้พิษที่งملงายและงดงามจนเขาละสายตาไม่ได้
ทว่า ก่อนที่เขาจะได้กล่าววาจาใดโต้ตอบ เสียงฝีเท้ารีบร้อนของพ่อบ้านหลี่ก็ดังขึ้นจากด้านนอก พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังรัว
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" พพ่อบ้านหลี่ละล่ำละลักด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก "มีราชโองการด่วนจากฮ่องเต้... ส่งตรงมาถึงพระชายาพ่ะย่ะค่ะ!"
จ้าวเฟิงเฉินชะงักกุนซือ ดำริในใจสะดุดกึก เขากวาดสายตากลับมามองภรรยาเอกผู้ยืนสงบนิ่งราวกับล่วงรู้อนาคตอยู่แล้ว ลี่หลินเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มลึกล้ำ
ก่อนที่นางจะก้าวเดินผ่านร่างเขาออกไปเพื่อรับราชโองการ โดยไม่แม้แต่จะชายตามองสามีผู้ทรงอำนาจอีกเลยแม้แต่นน้อย
ไป๋เหลียนฮวาขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในห้วงอารมณ์นี้ด้วยกันนะคะ
ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 2
ท่านอ๋องผู้ไร้ใจปรากฏตัว
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!