กลิ่นอายโสมภูเขาล้ำค่าและควันธูปกำยานราคาแพงลอยอวลอยู่ปลายจมูก ทว่าสำหรับผู้ที่เพิ่งลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียงไม้ฮวาหลีแกะสลักลวดลายหงส์เคียงมังกร กลิ่นหอมหวานนี้กลับคาวคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายอย่างเด่นชัด
ไป๋ลี่หลินกวาดสายตาคมปลาบประเมินสถานการณ์รอบตัวอย่างรวดเร็ว ไม่มีอาการตื่นตระหนกตกใจให้เสีย "กิริยา" ของสตรีตระกูลสูงแม้แต่น้อย ความทรงจำอันกระจัดกระจายของเจ้าของร่างเดิม—ฮูหยินเอกแห่งจวนอ๋องสาม นาม "ไป๋ลี่หลิน" ผู้มีชะตากรรมอาภัพ—ไหลทะลักเข้ามาในห้วงสมองดั่งกระแสน้ำเชี่ยว นางคือบุตรีอนุที่ถูกส่งมาเป็นเบี้ยทางการเมือง แต่งให้ท่านอ๋องสาม "จ้าวเฟิงเฉิน" แม่ทัพผู้เย็นชาและไร้หัวใจ เพื่อเป็นสายสืบตระกูลไป๋ ทว่ากลับถูกทอดทิ้งให้อยู่ในเรือนหลันฮวาอันเงียบเชียบและหนาวเหน็บแห่งนี้แรมปี
"ฮูหยินเจ้าคะ... ได้เวลาเสวยยาบำรุงแล้วเพคะ"
เสียงหวานหยดย้อยที่แฝงแววพิรุธดังขึ้น พร้อมกับร่างของ "ชุนเอ๋อร์" สาวใช้คนสนิทที่เดินก้มหน้าก้มตาเข้ามา ในมือประคองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวลายคราม บรรจุน้ำยาอุ่นๆ ที่ส่งกลิ่นฉุนกานพลูจางๆ กลบเกลื่อนพิษร้ายแรงด้านใน
ไป๋ลี่หลินป้องปากไอเบาๆ สองครั้ง ใบหน้างามซีดเซียวไร้เลือดฝาดทว่ายังคงความงดงามล่มเมืองไว้ครบถ้วน ดวงตาดอกท้อหางตาเชิดขึ้นเล็กน้อยคู่นั้นกวาดมองถ้วยยาในมือบ่าวไพร่ด้วยแววตาที่เยียบเย็นดุจน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดู
นางเป็นถึงแพทย์มือหนึ่งแห่งศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ทะลุมิติมาอยู่ในร่างสตรีโบราณผู้นี้ได้ไม่ถึงหนึ่งกัณฑ์ธูป ก็รู้ทันทีว่ากลิ่นของหญ้าชิงเฉ่าและรากอวี้จีในถ้วยนั้นคือสิ่งใด... มันคือยาพิษสลายชีพจร ที่ต่อให้ช้างสารก็ยังล้มลงได้ภายในสามจิบชา!
"ยาบำรุงเช่นนี้... เจ้าเก็บไว้ดื่มเองเถอะชุนเอ๋อร์" ไป๋ลี่หลินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่นความหวาดกลัว ทว่ากลับทรงพลังกดดันจนสาวใช้ตัวสั่นเทา
"ฮะ... ฮูหยินตรัสอันใดเช่นนั้นเพคะ? นี่เป็นยาที่ฮูหยินใหญ่แห่งจวนเสนาบดีส่งคนมาเทียบและต้มเคี่ยวด้วยตนเอง เพื่อบำรุงสุขภาพของท่านนะเพคะ" ชุนเอ๋อร์ฝืนยิ้มเกร็ง หลบสายตาคู่นั้นที่ราwithกับมองทะลุปรโปร่งถึงก้นบึ้งจิตใจ
"มารดาเลี้ยงผู้ใจบุญของข้า ถึงกับลงทุนส่งคนมาจวนอ๋องเพื่อป้อนยาพิษข้าเชียวหรือ?" ไป๋ลี่หลินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มงดงามแต่กลับเยียบเย็นจนน่าขนลุก นางค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นพิงหัวเตียง อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ยิ่งขับเน้นให้เอวคอดกิ่วดูบอบบาง แต่มือเรียวยาวที่ยื่นออกไปกลับมั่นคงยิ่งกว่าขุนเขา
ชุนเอ๋อร์หน้าถอดสี ก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "บ่าว... บ่าวไม่เข้าใจที่ฮูหยินพูด..."
"ไม่ต้องแก้ตัว" ไป๋ลี่หลินสะบัดมือเบาๆ ครั้งหนึ่ง ดวงตาคู่คมจดจ้องไปยังถ้วยยา "ในเมื่อพวกมันอยากให้ข้าตายนัก ข้าก็จะไม่ขัดศรัทธา... แต่ก่อนตาย ข้าในฐานะฮูหยินเอกพระราชทาน มีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะจัดการเรื่องในเรือนเสียก่อน"
นางกวาดสายตามองไปรอบห้อง หนังสือและพู่กันถูกจัดวางไว้บนโต๊ะหนังสือไม้แดงอย่างเป็นระเบียบ ไป๋ลี่หลินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้เรียวขาจะยังไร้เรี่ยวแรงอยู่บ้าง แต่จิตวิญญาณแห่งความเด็ดเดี่ยวกลับค้ำจุนให้นางยืนหยัดได้อย่างสง่างาม
"หยิบพู่กันมา" นางออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ดุจดั่งพญาหงส์ออกราชโองการ
ชุนเอ๋อร์ทำตามคำสั่งราวกับถูกสะกดจิต นางรีบวิ่งไปหยิบพู่กันขนกระต่ายป่าและฝนหมึกจนเสร็จสรรพ มือที่สั่นเทายื่นกระดาษข้าวแผ่นหนาให้ผู้เป็นนาย
ไป๋ลี่หลินรับพู่กันมา ข้อมือเรียวสวยตวัดตวัดลงบนกระดาษขาวอย่างคล่องแคล่วและงดงาม ดั่งมังกรทะยานเสือหมอบ ตัวอักษรตระหง่านทรงพลังรายเรียงลงบนกระดาษทีละตัว ส องตัว สามตัว... จนครบถ้วนกระบวนความ
"หนังสือหย่า..."
ชุนเอ๋อร์อุทานออกมาเสียงหลง เมื่ออ่านข้อความบนกระดาษแผ่นนั้นชัดเจน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหวาดผวา ฮูหยินสติฟั่นเฟือนไปแล้วหรือไร? กล้าดียังไงถึงเขียน "หนังสือหย่า" ขอตัดขาดจากท่านอ๋องสาม ผู้กุมอำนาจกองทัพทหารพิทักษ์ประจิม ผู้ซึ่งใครๆ ต่างก็เกรงกลัวจนตัวสั่น!
ไป๋ลี่หลินวางพู่กันลง ปัดเศษหมึกเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างพึงพอใจ นางหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาเป่าลมเบาๆ ให้หมึกแห้งสนิท
"ข้ากับจ้าวเฟิงเฉิน ต่างฝ่ายต่างถูกบังคับให้แต่งงานกันเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง เขารังเกียจข้า ข้าเองก็เบื่อหน่ายเกมอำนาจโสโครกเหล่านี้เต็มที การหย่าขาดจากกันเสีย เป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย"
"ทะ... ท่านอ๋องไม่มีทางยอมรับเด็ดขาดเพคะ! อีกอย่าง ท่านอ๋องกำลังจะเสด็จกลับจากชายแดนในอีกไม่ช้า..." ชุนเอ๋อร์ละล่ำละลักเตือนสติด้วยความหวาดกลัวแทน
"เขาจะยอมหรือไม่... ก็ไม่ใช่เรื่องที่ข้าต้องใส่ใจ" ไป๋ลี่หลินเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด
ทว่า ในวินาทีที่นางกำลังจะพับหนังสือหย่าเก็บใส่แขนเสื้อนั้นเอง ประตูไม้แกะสลักบานใหญ่ของเรือนหลันฮวาที่ลงกลอนไว้อย่างแน่นหนากลับถูกพลังภายในอันรุนแรงกระแทกจน "เปรี้ยง!" แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ เศษไม้ปลิวว่อนไปทั่วห้อง
ความหนาวยะเยือกแผ่ซ่านเข้ามาปกคลุมห้องทั้งห้องในพริบตา ราวกับฤดูเหมันต์มาเยือนกะทันหัน บรรยากาศกดดันหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก ชุนเอ๋อร์ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
ไป๋ลี่หลินหรี่ตาลง นางหันไปมองยังร่างสูงสง่าที่ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาอย่างช้าๆ
บุรุษในชุดเกราะสีดำสนิทประดับลวดลายเงินยวง ร่างกายสูงใหญ่กำยำแผ่รังสีสังหารเข้มข้นที่เจนจัดผ่านสนามรบมาโชกโชน ใบหน้าหล่อเหลาดั่งเทพเซียนสลักเสลาด้วยความเย็นชาไร้ความรู้สึก ทว่าดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นกลับจ้องมองมาที่นาง—ดั่งเหยี่ยวหนุ่มที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อในกรงเล็บ
จ้าวเฟิงเฉิน... ท่านอ๋องสามผู้เยือกเย็น กลับมาเร็วกว่าที่ข่าวกรองระบุไว้ถึงสามวัน!
ดวงตาคมกริบของท่านอ๋องกวาดมองถ้วยยาพิษบนโต๊ะแวบหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนกลับมาหยุดนิ่งที่กระดาษ "หนังสือหย่า" ในมือของสตรีตรงหน้า รอยยิ้มหยันอันตรายผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก
"เจ้าว่าใครจะหย่ากับใครนะ... ฮูหยินของข้า?" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพญาเสือดาวดังลอดไรฟัน สะท้อนก้องไปทั่วห้องนอนที่เงียบสงัด
ไป๋ลี่หลินเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นรัวด้วยสัญชาตญาณอันตราย แต่นางยังคงเชิดหน้าสู้สายตาดุดันคู่นั้นอย่างไม่ยอมแพ้แม้แต่น้อยค่ะ
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยนะคะ ไป๋เหลียนฮวาหวังว่าจะชื่นชอบการเดินทางบทใหม่นี้ค่ะ!
ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 1
ฟื้นขึ้นมาพร้อมหนังสือหย่า
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!