กระดาษสาแผ่นบางในมือสั่นระริก ปลายพู่กันขนกระต่ายป่าที่ชุ่มด้วยหมึกดำสนิทหยดลงบนกระดาษราคาแพง เกิดเป็นรอยเปื้อนสีดำวงใหญ่ราวกับรอยมลทินในใจของไป๋ลี่หลิน
หนังสือหย่าร้าง—เอกสารสิทธิ์ที่นางเป็นผู้ร่างขึ้นด้วยมือตนเองเมื่อหลายเดือนก่อน เพื่อหวังจะหลุดพ้นจากพันธนาการแห่งเรือนเอกจวนอ๋องสาม บัดนี้กลับถูกพับเก็บเรียบร้อยอยู่ในหีบไม้จันทน์หอมโดยที่หมึกยังไม่ทันได้แห้งสนิทด้วยซ้ำ
"ฮูหยิน... บ่าวต้มยาบำรุงมาให้เจ้าค่ะ" เสียงของชิงเหอแว่วมาจากนอกประตู พร้อมกับเสียงเคาะเบาๆ สองครั้ง แต่นางไม่ได้เอ่ยปากอนุญาต
ลี่หลินยังคงนั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งทองเหลือง เงาในกระจกสะท้อนใบหน้าสตรีงามล้ำผู้มีดวงตากลมโตฉายแววครุ่นคิดลึกซึ้ง
ค่ำคืนนี้วังอ๋องเงียบสงัดจนได้ยินเสียงน้ำค้างกลั่นตัวแล้วหยดกระทบใบกล้วยด้านนอก แต่วิญญาณและหัวใจของนางกลับปั่นป่วนยิ่งกว่าพายุฝน
ภาพเหตุการณ์เมื่อยามโพล้เพล้ยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงความทรงจำ...
ในห้องทรงอักษรที่มืดสลัว จ้าวเฟิงเฉินไม่ได้เอ่ยรั้งนางด้วยถ้อยคำหวานเลี่ยนหรือใช้อำนาจกดขี่ดังเช่นบุรุษไร้หัวใจทั่วไป เขากลับเป็นฝ่ายยืนนิ่งอยู่หน้ากองฎีกา กลิ่นอายบุรุษแผ่ซ่านความโดดเดี่ยวและเปี่ยมด้วยภาระอันหนักอึ้ง แผ่นหลังกว้างที่แบกรับทั้งกองทัพพยัคฆ์พิทักษ์ชายแดนและสายตาหวาดระแวงจากราชสำนัก บัดนี้กลับดูราวกับจะแตกสลายได้หากนางก้าวเดินออกไปจากประตูบานนั้น
*“หากเจ้าปรารถนาอิสรภาพ... ข้าที่เป็นสามีผู้ไร้น้ำยานี้ ย่อมพร้อมลงชื่อประทับตราให้”*
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมาในคืนนั้นไม่ได้เจือความโกรธเกรี้ยว มีเพียงความเจ็บปวดล้ำลึกที่ถูกกดทับไว้ใต้ท่าทีเยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง นั่นคือบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมที่สุดในแคว้น บุรุษที่คนทั้งเมืองหลวงต่างพากันหวาดกลัว แต่เขากลับยอมคุกเข่าให้กับความสุขของนาง ยอมปล่อยมือจากสตรีเพียงคนเดียวที่กุมหัวใจเขาไว้
ไป๋ลี่หลินหลับตาลงช้าๆ หวนนึกถึงสัมผัสอบอุ่นยามที่เขาคอยประคับประคองยามนางป่วยไข้ รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของเขาเวลาที่นางแอบปรุงยาแก้พิษลับๆ หรือแม้แต่สายตาที่มองมาด้วยความคลั่งรักแต่วางตัวอย่างสุภาพมาตลอด นางเป็นหมอผู้รักษาคนเจ็บมานับไม่ถ้วน เหตุใดจึงมองข้าม ‘โรคเรื้อรัง’ ในหัวใจตนเองมาได้เนิ่นนานถึงเพียงนี้
นางซึนกระนั้นหรือ? อาจจะใช่...
นางผู้มาจากโลกอนาคต หวาดกลัวการผูกมัด กลัวการสูญเสีย และหวาดระแวงต่อความรักในยุคโบราณที่สตรีมักเป็นฝ่ายเสียเปรียบเสมอ แต่นางกลับลืมมองไปว่า จ้าวเฟิงเฉินไม่เคยปฏิบัติต่อรักษานางเป็นเพียง ‘ฮูหยินประดับเรือน’ เขาให้เกียรติ ปกป้อง และมอบอำนาจสูงสุดในเรือนหลังให้นางอย่างแท้จริง
"ข้าไม่ได้อยากเป็นแค่ฮูหยินในนาม... แต่ข้ากำลังกลัวที่จะรักเขาอย่างหมดหัวใจต่างหาก" ลี่หลินพึมพำกับตัวเอง เสียงของนางแหบพร่าเล็กน้อย
ความจริงข้อนี้กระจ่างชัดขึ้นในใจ ราวกับหมอกหนาทึบที่ถูกสายลมพัดผ่านจนเผยให้เห็นทิวทัศน์เบื้องหน้าที่งดงามและชัดเจน นางไม่ได้อยากหย่า
คำว่า ‘หย่าร้าง’ ที่เคยพกติดตัวราวกับยันต์กันภัย บัดนี้กลับกลายเป็นโซตรึงที่นางรังเกียจเสียเอง เพราะการหย่าหมายถึงการต้องตัดขาดจากอ้อมกอดอุ่นๆ และดวงตาคู่คมที่มักจะมองมาที่นางด้วยความลุ่มหลงเสมอมา
มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบกระดาษสาแผ่นนั้นขึ้นมา
นางไม่ได้ฉีกมันทิ้งทันที แต่กลับถือมันเดินไปยังตะเกียงสำริดที่กำลังลุกโชน แสงสีส้มสั่นไหวอาบไล้ใบงดงามให้ดูเคร่งขรึมขึ้น
ทว่า ก่อนที่เปลวไฟจะทันได้แตะต้องกระดาษแผ่นนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าเรือน
*ตึง! ตึง! ตึง!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงทุ้มต่ำที่ทรงอำนาจแต่แฝงความเหนื่อยล้า "ลี่หลิน... ดึกมากแล้ว เหตุใดยังไม่นอน"
หัวใจของไป๋ลี่หลินกระตุกวูบ นางหันขวับไปมองบานประตูไม้แกะสลัก บุรุษผู้เป็นเจ้าของเรือนร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำปักลายมฆาสีเงินยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาคมกริบกวาดมองสภาพในห้องก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่กระดาษหย่าในมือของนาง
บรรยากาศในห้องพลันเงียบงันลงทันตาเห็น ไอร้อนจากกายของเขากับความเย็นยะเยือกจากลมราตรีปะทะกันจนเกิดเป็นความตึงเครียดที่แทบจะเชือดเฉือนผิวหนัง
จ้าวเฟิงเฉินก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า ฝีเท้าของเขาเงียบสนิทราวกับพยัคฆ์ย่องล่าเหยื่อ แต่แววตานั้นกลับไหววูบราวกับคนใกล้ตายที่กำลังรอฟังคำพิพากษา
"เจ้า..." อ๋องหนุ่มเอ่ยขึ้น น้ำเสียงแหบพร่ากว่าปกติ "ตัดสินใจแล้วสินะ"
เขากวาดสายตามองกระดาษในมือนางอีกครั้ง ขากรรไกรของเขาขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน แม้จะพยายามรักษาท่าทีเยือกเย็นเพียงใด แต่ปลายนิ้วที่ไขว้ไว้ด้านหลังกลับกำเข้าหากันจนข้อต่อขึ้นสีขาว
ลี่หลินสูดลมหายใจเข้าลึก1ครั้ง รวบรวมความกล้าทั้งหมดในชีวิต ทั้งชีวิตก่อนและชีวิตนี้ นางไม่เคยรู้สึกประหม่าต่อหน้าผู้ใดเท่านี้มาก่อน นางก้าวเข้าไปหาเขาช้าๆ จนระยะห่างเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นอายสนจันทน์และกลิ่นอายเลือดจางๆ จากสนามรบที่ติดตัวเขามาโชยเข้าจมูก
นางเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาตรงๆ ดวงตากลมโตเป็นประกายแน่วแน่ ไม่มีความลังเลหลงเหลืออยู่อีกต่อไป
"ท่านอ๋อง..." นางเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงกังวานและนุ่มนวล
"หืม?" เขาขานรับในลำคอ สายตาคมก้มมองสตรีตัวเล็กกว่าที่กล้าหาญยืนประจันหน้ากับเขา
ไป๋หลินหลินยกกระดาษหย่าในมือขึ้นช้าๆ ก่อนจะปล่อยให้มันร่วงลงกระทบพื้น ทว่านางไม่ได้ปล่อยให้มันไหม้ไฟ แต่นางกลับก้าวเท้าเหยียบลงบนกระดาษแผ่นนั้นต่อหน้าต่อตาเขา
"หม่อมฉันพิจารณาดีแล้ว..." รอยยิ้มบางเบาแต่ทรงพลังระบายขึ้นบนเรียวปากอิ่ม "หม่อมฉันคิดว่า ลายมือของหม่อมฉันในการเขียนหนังสือหย่าฉบับนี้ช่างน่าเกลียดสิ้นดี... สมควรแก่เวลาที่จะเผาทิ้งทำลายเสียให้สิ้นซาก"
จ้าวเฟิงเฉินชะงักไป ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก ความตึงเครียดบนใบหน้าของเขาค่อยๆ คลายลงทีละน้อย แทนที่ด้วยประกายไฟระยิบระยับในดวงตาที่ยากจะระงับ
"เจ้าหมายความว่าอย่างไร..." เขาถามเสียงพร่า ลมหายใจเริ่มติดขัด
"หม่อมฉันหมายความว่า..." ลี่หลินขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน มือเรียวยื่นไปควายชายเสื้อคลุมของเขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเขาจะหายวับไปกับตา "หม่อมฉัน... ไม่อาจหย่าให้กับบุรุษที่โง่เขลาเอาแต่ใจตัวเองอย่างท่านได้หรอกเพคะ เพราะหากหม่อมฉันไป ใครเล่าจะคอยดูแลสุขภาพและคอยดึงสติท่านเวลาที่ท่านอยากจะทำเรื่องบ้าบิ่น?"
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แต่เปี่ยมด้วยความรักลึกซึ้งผุดขึ้นที่มุมปากของท่านอ๋องผู้เยือกเย็น ในเสี้ยววินาทีนั้น จ้าวเฟิงเฉินไม่รอช้าที่จะคว้าเอวบางของนางเข้ามาประชิดแนบอก แขนแกร่งรัดแน่นราวกับจะหลอมร่างนางให้เป็นเนื้อเดียวกับเขา
"เจ้าเด็กดื้อ..." เขาพึมพำชิดริมฝีปากของนาง เสียงนั้นสั่นเครือด้วยความตื้นตันที่เอ่อล้นทะลัก "เจ้าทำให้ข้าอกสั่นขวัญแขวนมาหลายวัน รู้ตัวหรือไม่"
"ถ้าเช่นนั้น ท่านก็ต้องชดใช้ให้หม่อมฉัน..." ลี่หลินกระซิบตอบเสียงหวาน ใบหน้าแดงก่ำแต่ดวงตายังคงพราวระยับด้วยความท้าทาย
ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศหอมหวานที่กำลังจะหลอมละลายหัวใจทั้งสองดวงให้เป็นหนึ่งเดียว เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงตะโกนอย่างตื่นตระหนกขององครักษ์เอกก็ดังแหวกความเงียบขึ้นมาจากนอกตำหนัก
*“ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชโองการด่วนจากห้องเครื่องหลวง... มีคนลอบวางยาพิษในสำรับเสวยของฮ่องเต้ และพยานหลักฐานทั้งหมดกำลังพุ่งเป้ามาที่... จวนอ๋องสามของเราพ่ะย่ะค่ะ!”*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความรักและการเติบโตของลี่หลินกับท่านอ๋องมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 32
การตัดสินใจครั้งใหญ่ของฮูหยิน
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!