ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 21

เปิดโปงขุนนางทุจริต

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
เสียงสะบัดชายผ้าต่วนปักดิ้นทองคำขาวทิ้งน้ำหนักลงบนพื้นหินอ่อนขัดมันดังสะท้อนก้องท้องพระโรงใหญ่อย่างไว้ตัว บรรยากาศภายในโถงว่าราชการยามนี้เยียบเย็นเสียยิ่งกว่าน้ำค้างกลางฤดูเหมันต์ ไม่มีผู้ใดกล้าแม้แต่จะส่งเสียงหายใจแรง ทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังร่างระหงของสตรีในชุดฮูหยินเอกสีครามเข้มปักลายหงส์เหิน นางก้าวเดินด้วยจังหวะจะโคนมั่นคง ไม่เร่งรีบ ทว่าทุกย่างก้าวกลับทรงพลังกดดันจนขุนนางผู้เฒ่าหลายคนต้องเบือนหน้าหนี "ท่านเสนาบดีอี้..." น้ำเสียงหวานใสดุจไข่มุกกระทบจานหยกเอื้อnเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดทับผู้คนนับร้อยชีวิต นางแย้มยิ้มบางเบา ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับมิได้ส่งไปถึงดวงตาคู่คมกริบดั่งพญาเหยี่ยว ทว่าแฝงไว้ด้วยความเฉียบคมที่พร้อมจะเชือดเฉือนคอหอยผู้คนได้ในคราเดียว "เงินเยียวยาอุทกภัยสามแสนตำลึงทองที่เบิกจากท้องคลังหลวงเมื่อสามเดือนก่อน เพื่อบรรเทาความทุกข์ยากของราษฎรแถบลุ่มแม่น้ำเหลือง เหตุใดจึงเดินทางไปไม่ถึงมือชาวบ้านผู้ประสบภัยแม้แต่เพียงเศษเสี้ยวเดียวเล่าเพคะ?" อี้ว์เหวินเฉิง เสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้เรืองอำนาจ ใบหน้ากระตุกเกร็งวูบหนึ่ง เขารีบซ่อนแววตารื่นไหลไว้ภายใต้หน้ากากยิ้มแย้มเยือกเย็น สบตากับสตรีเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกระแวดระวังอย่างถึงที่สุด เขาเป็นขุนนางกังฉินผู้กุมอำนาจในราชสำนักมาเนิ่นนาน ไฉนเลยจะคาดคิดว่าสตรีตัวเล็กๆ อย่างไป๋ลี่หลิน ชายาในท่านอ๋องสามผู้เยือกเย็น จะกล้าอาจหาญลุกขึ้นมาท้าทายอำนาจของเขาต่อหน้าพระพักตร์เช่นนี้ "ฮูหยินไป๋พูดจาเหลาะแหละอันใดกัน ข้าคือเสนาบดีผู้ดูแลคลังหลวง งบประมาณทุกอีแปะย่อมมีบัญชีเบิกจ่ายถูกต้องตามกฎมณเฑียรบาล หากท่านกล่าวหาลอยๆ เช่นนี้ เกรงว่าจะไม่ให้เกียรติเกียรติยศของข้ากระมัง" อี้ว์เหวินเฉิงเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ พยายามดึงความน่าเชื่อถือกลับมาด้วยบารมีที่มี ไป๋ลี่หลินไม่สะทกสะท้าน นางปรายตามองบุรุษสูงวัยผู้มากเล่ห์ด้วยความเวทนา คล้ายกำลังมองดูมดปลวกที่กำลังดิ้นรนบนกระดานหมากรุกที่นางเป็นผู้กำหนดตากลน นางสะบัดแขนเสื้อเบาๆ ส่งสัญญาณให้สาวใช้คนสนิทก้าวออกไปเบื้องหน้า พร้อมกับประคองหีบไม้จันทน์หอมแกะสลักลวดลายประณีตขึ้นมาเปิดออก กลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษสาเก่าเก็บและหมึกจีนชั้นดีลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นอายความตึงเครียด "เกียรติยศของท่านหรือเพคะ?" ลี่หลินทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าบาดลึกถึงกระดูก "เกียรติยศที่แลกมาด้วยหยาดน้ำตาและคราบเลือดของราษฎรนับหมื่นชีวิตที่ต้องอดอยากล้มตายในฤดูน้ำหลากกระนั้นหรือ ท่านเสนาบดีอี้ ท่านคงหลงลืมไปกระมังว่า บนโลกใบนี้ มิได้มีเพียงแค่กฎหมายของราชสำนักที่ท่านใช้บิดเบือนได้ตามอำเภอใจ แต่ยังมี 'บัญชีเงา' ที่ท่านพยายามทำลายทิ้งแต่หลงเหลือรอดมาอยู่ในมือของข้า!" สิ้นคำพูดนั้น นางก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทรงงานกลางท้องพระโรง หยิบสมุดบัญชีเล่มหนาปึกที่มีรอยคราบน้ำหมึกและรอยเปื้อนดินโคลนขึ้นมาสะบัดเปิดหน้าสำคัญให้ประจักษ์แก่สายตาขุนนางทุกท่าน ดวงตาของอี้ว์เหวินเฉิงเบิกกว้างขึ้นทันที เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายซึมตามขมับ แม้เขาจะพยายามควบคุมสีหน้าเพียงใด แต่ริมฝีปากที่สั่นระริกก็ทรยศความตื่นตระหนกภายใน บัญชีเล่มนั้น... มันคือบัญชีลับที่ระบุเส้นทางการเงิน โยกย้ายเงินเยียวยาเข้าสู่กระเป๋าของเครือข่ายขุนนางทุจริตอย่างละเอียดถี่ถ้วน แม้กระทั่งลายเซ็นและตราประทับส่วนตัวของเขาก็ยังปรากฏเด่นชัดอยู่บนนั้น! "นี่... นี่มันเรื่องเหลวไหล! เป็นเอกสารปลอมที่จัดฉากขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายข้า!" อี้ว์เหวินเฉิงแผดเสียงกร้าวเพื่อกลบเกลื่อนความกลัว พลางกวาดสายตาขอความช่วยเหลือจากเหล่าขุนนางฝ่ายเดียวกันที่เริ่มหน้าซีดเผือด "เอกสารปลอมงั้นหรือเพคะ?" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นแทรกกลางบรรยากาศตึงเครียด ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีดำปักลายมังกรเงินดิ้นทองก้าวเข้ามาจากเบื้องหลังม่านโปร่ง รัศมีเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปีแผ่ซ่านกดดันจนทุกคนในห้องต้องก้มหน้าลงโดยอัตโนมัติ จ้าวเฟิงเฉิน ท่านอ๋องสามผู้เรือกนามแห่งค่ายทหารแดนเหนือ ก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างกายภรรยา มือหนาเอื้อมออกไปโอบรอบเอวบางของนางไว้หลวมๆ ทว่ามั่นคง สื่อความหมายปกป้องอย่างชัดแจ้ง "บัญชีเล่มนี้ พ่อค้าคนกลางผู้ส่งเสบียงที่ถูกท่านสั่งเก็บปากคำไปเมื่อคืนนี้ เป็นผู้มอบให้ชายาข้าด้วยตนเอง ก่อนที่เขาจะลมหมดสติเพราะพิษบาดแผล... อี้ว์เหวินเฉิง เจ้ายังกล้าปฏิเสธอีกหรือว่านี่คือเรื่องใส่ร้าย?" ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมท้องพระโรงอีกครา หนักหน่วงยิ่งกว่าเดิมเสียจนแทบหายใจไม่ออก อี้ว์เหวินเฉินทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ยามเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมปลาบที่เต็มไปด้วยจิตสังหารของท่านอ๋องสาม เขาก็ตระหนักได้ทันทีว่าตนเองได้เดินตกหลุมพรางที่สองสามีภรรยาคู่นี้ขุดรอไว้เสียแล้ว ลี่หลินแย้มยิ้มเยียบเย็น นางโน้มตัวลงกระซิบข้างหูขุนนางใหญ่ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ "เกมการเมืองในราชสำนัก ท่านอาจจะเล่นมานานนับสิบปี... แต่การเล่นกับความตายของราษฎร ท่านเลือกเดินหมากผิดตาเดียว ชีวิตของท่านและตระกูลอี้ทั้งตระกูล ก็ไม่มีค่าหลงเหลือให้ต่อรองอีกต่อไปแล้วเพคะ" จ้าวเฟิงเฉินทอดมองยอดดวงใจด้วยแววตาพ ิสุทธิ์ล้ำลึกที่ซ่อนประกายคลั่งรักไว้ภายใต้ความเยือกเย็น เขารู้ดีว่าสตรีในอ้อมกอดของตนมิได้เป็นเพียงแค่ฮูหยินผู้เลอโฉมในเรือนหลัง แต่นางคือนางพญาผู้กุมชะตากรรมของราชสำนักไว้ในกำมืออย่างแท้จริง ทว่า... ในจังหวะที่สถานการณ์ทุกอย่างกำลังจะคลี่คลายไปในทิศทางที่พวกเขากำหนด ขันทีเฒ่าหน้าพระพักตร์ก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาพร้อมกับราชโองการสีทองอร่ามในมือ ใบหน้าของขันทีผู้นั้นซีดเซียวจนแทบไม่เหลือสีมนุษย์ "ท่านอ๋องสาม... ฮูหยินไป๋... เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้... มีคำสั่งให้ปลดท่านอ๋องออกจากตำแหน่งแม่ทัพพิทักษ์แดนเหนือ และ... และมีพระบัญชาให้จับกุมตัวฮูหยินไป๋เข้าคุกหลวงในข้อหากบฏทันทีพ่ะย่ะค่ะ!" ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาอันบีบคั้นและลึกซึ้งนี้ไปกับข้า ขอบพระคุณจากใจจริงค่ะ ไป๋เหลียนฮวา
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%