ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 23

รางวัลจากฮ่องเต้

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กง公公ประคองพระราชโองการสีเหลืองทองอร่ามด้วยสองมืออย่างนอบน้อม ปลายเท้าใต้รองเท้าผ้าปักลายเมฆมงคลหยุดนิ่งลงเบื้องหน้าโต๊ะไม้จันทน์หอมสลักลายหงส์เคียงมังกร กลิ่นอายของกำยานชั้นดีจากท้องพระโรงลอยอบอวลเจือจางอยู่ในเรือนรับรองของจวนอ๋องสาม ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับเยียบเย็นจนแม้แต่เสียงลมหายใจก็ยังต้องผ่อนเบาลงอย่างระมัดระวัง "พระราชโองการ... ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่ง!" สิ้นเสียงแหลมสูงกังวาน เหล่าข้าราชบริพารและสาวใช้ที่คุกเข่าเรียงรายอยู่ด้านนอกต่างก้มหน้าหมอบราบลงกับพื้นศิลาเย็นเยียบ ไป๋ลี่หลินในชุดอาภรณ์ผ้าไหมปักลายเหมันต์สีฟ้าครามเข้ม ยืนนิ่งสงบโดยมิได้คุกเข่าลงทันที ดวงตาดอกบัวคู่งามฉายแววครุ่นคิดระคนเยือกเย็น นางประสานมือไว้เบื้องหน้าอย่างเป็นระเบียบตามธรรมเนียม ทว่าแผ่นหลังยังคงตั้งตรงสง่างามดั่งต้นสนกลางฤดูเหมันต์ จ้าวเฟิงเฉินที่ยืนเคียงข้างภรรยาด้วยท่าทีองอาจเยือกเย็น เหลือบสายตาคมกริบดั่งใบมีดมองไปยังราชโองการในมือขันทีเฒ่า ก่อนจะตวัดสายตาเตือนสติไปยังผู้ส่งสารด้วยรัศมีกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากกายโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด กง公公ถึงกับลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แผ่นหลังชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบ แม้จะเป็นคนสนิทเบื้องพระบาทผู้ทรงอำนาจเพียงใด แต่เมื่ออยู่ต่อหน้า 'เทพสงคราม' แห่งแคว้นจ้าว ผู้กุมกองกำลังทหารครึ่งคลัง ผู้ใดเล่าจะไม่หวั่นเกรง "ลี่หลิน..." จ้าวเฟิงเฉินเอמהเสียงทุ้มต่ำเจือความห่วงใยระคนภาคภูมิใจเล็กน้อยยามเอียงร่างลงกระซิบข้างใบหูของภรรยา "หากพระองค์พระราชทานสิ่งใดที่เจ้าไม่ต้องการ ข้าสามารถกราบทูลปฏิเสธแทนเจ้าได้" ไป๋ลี่หลินส่ายศีรษะน้อยๆ แพขนตางอนงามทอดเงาทาบบนพวงแก้มเนียนนางปรายตามองสามีด้วยแววตาสื่อความหมายบางเบา ราวกับจะบอกว่านางมิใช่สตรีอ่อนแอในห้องหอที่จะต้องให้บุรุษปกป้องจากความโปรดปรานของโอรสสวรรค์ ท่าทีที่สงบนิ่งและมั่นคงเช่นนี้ ยิ่งขับเน้นให้จ้าวเฟิงเฉินรู้สึกรักและระอาใจในคราวเดียวกัน ดวงตาคมกริบไหววูบด้วยประกายความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ท่าทีเยือกเย็น "หม่อมฉันไป๋ลี่หลิน น้อมรับพระราชโองการเพคะ" น้ำเสียงใสดังกังวานและราบเรียบเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่นางย่อกายลงคำนับอย่างงดงามไร้ที่ติ กง公公รีบคลี่ม้วนกระดาษสีทองออกด้วยมืออันสั่นเทาเล็กน้อย อ่านพระราชกระแสด้วยน้ำเสียงกังวานว่า "ฮ่องเต้ทรงมีพระราชดำริว่า ชายาอ๋องสาม ไป๋ลี่หลิน เป็นสตรีผู้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรม ปรีชาสามารถล้ำเลิศ ทั้งยังใช้ทักษะการแพทย์อันลึกล้ำพลิกสถานการณ์วิกฤต คลี่คลายคดีพิษเรื้อรังในราชสำนักและช่วยชีวิตองค์ชายใหญ่ไว้ได้อย่างอัศจรรย์ สร้างคุณูปการยิ่งใหญ่ต่อแผ่นดิน สม2ควรได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ จึงมีพระราชโองการให้ ...พระราชทานป้ายหยกสลักอักษร 'แพทย์หญิงเทวดาแห่งแคว้น' ซึ่งมีสิทธิ์เข้าออกห้องพระوยาและคลังหลวงได้โดยไม่ต้องขอพระราชทานอนุญาต, แพรพรรณปักดิ้นทองชั้นดีหนึ่งร้อยพับ, ไข่มุกราตรีขนาดเท่ากำปั้นห้าคู่, และที่ดินริมทะเลสาบทางทิศเหนือพร้อมตระการตาจวนพักผ่อนอีกหนึ่งหลัง จบพระราชโองการ!" สิ้นเสียงประกาศ บรรยากาศภายในเรือนรับรองพลันเงียบกริบลงชั่วขณะ ของพระราชทานเหล่านี้หาใช่เพียงทรัพย์สินเงินทองทั่วไปไม่ แต่ละชิ้นล้วนมีนัยทางการเมืองอันลึกซึ้ง ป้ายหยกอภิสิทธิ์เข้าออกคลังหลวงและห้องพระโอสถเทียบเท่ากับอำนาจของราชครูหรือเสนาบดีอาวุโส ส่วนที่ดินริมทะเลสาบทางเหนือ... นั่นคือจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการค้าขายทางน้ำที่เหล่าขุนนางกังฉินต่างแย่งชิงกันมาหลายปี แต่ฮ่องเต้กลับทรงพระราชทานมันให้กับฮูหยินอ๋องสามผู้เก็บตัวเงียบงันในจวนมาโดยตลอด! นี่ไม่ใช่เพียงแค่ความโปรดปราน... แต่มันคือการประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนของโอรสสวรรค์ว่า ทรงหนุนหลังจ้าวเฟิงเฉินและชายาอย่างเต็มกำลัง เพื่อคานอำนาจกับกลุ่มขุนนางฝ่ายอัครมหาเสนาบดีหลี่ที่กำลังเรืองอำนาจขึ้นเรื่อยๆ กง公公ยิ้มจนริ้วรอยบนใบหน้ายับย่น คุกเข่าลงส่งมอบป้ายหยกสีเขียวมรกตใสเนื้อดีให้กับมือเรียวบางของไป๋ลี่หลิน "ฮูหยินสาม... ฝ่าบาททรงตรัสเพิ่มเติมด้วยพระองค์เองอีกด้วยพ่ะย่ะค่ะ ว่าสิ่งของเหล่านี้ยังน้อยเกินไปหากเทียบกับคุณความดีที่ท่านได้กระทำเพื่อราชสำนัก ขอให้ท่านรับไว้ด้วยความเต็มใจเถิดพ่ะย่ะค่ะ" ไป๋ลี่หลินรับป้ายหยกนั้นมาด้วยความระมัดระวัง สัมผัสเย็นเยียบของหยกเนื้อดีส่งผ่านปลายนิ้วเข้าสู่ผิวเนื้อ นางเงยหน้าขึ้นสบตากับขันทีเฒ่าด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดาความรู้สึก "ทูลกง公公 หม่อมฉันซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้น ฝ่าบาททรงเมตตาเกินไปแล้วเพคะ ฝากพระองค์ทรงพระสำราญและรักษาสุขภาพด้วย" "รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ ฮูหยินสามทรงปรีชาสามารถเช่นนี้ เป็นบุญของแผ่นดินแท้ๆ" กง公公โค้งคำนับลาอย่างนอบน้อม ก่อนจะกวาดสายตาสั่งให้เหล่าขันทีน้อยทยอยวางหีบสมบัติล้ำค่าทั้งหมดลงอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ก่อนจะถอยรอนออกไปจากเรือนรับรอง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความระอุระระทึกของเกมอำนาจที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น เมื่อประตูเรือนปิดสนิทลง บรรยากาศรอบกายจึงกลับมาอยู่ในความเงียบสงบอีกครั้ง จ้าวเฟิงเฉินก้าวเข้ามาประชิดร่างบางอย่างรวดเร็ว วงแขนแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กตวัดโอบเอวคอดกิ่วของนางเข้าหาแนบชิดโดยไม่ปล่อยให้ตั้งตัว ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่มักจะเรียบเฉยเย็นชา บัดนี้กลับเจือด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และแววตาที่ลุกโชนไปด้วยความเสน่หา "ดูท่า... ฮูหยินของข้าจะกลายเป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเมืองหลวงเสียแล้วสิ?" สุรเสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียนจนไป๋ลี่หลินต้องย่นหัวคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความหมั่นไส้ "ปล่อยนะเพคะ ท่านอ๋อง... บ่าวไพร่ยังอยู่ด้านนอก" ไป๋ลี่หลินเอ่ยเสียงดุ พยายามใช้มือเรียวดันแผงอกกว้างออกห่าง แต่มือของเขากลับเหนצוแน่นราวมือคีมเหล็ก ยิ่งดิ้นรน เขากลับยิ่งกระชับอ้อมกอดให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น "ปล่อยให้พวกเขาอยู่ข้างนอกไปเถิด" จ้าวเฟิงเฉินหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาคมกริบพินิจพิเคราะห์ใบหน้างดงามที่ขึ้นสีเรื่อด้วยความขัดเขินอย่างหลงใหล "ข้าต่างหากที่ต้องระวัง... กลัวว่าวันดีคืนดีจะมีราชโองการพระราชทาน 'อนุภรรยา' มาให้ข้าอีก เพื่อสมนาคุณความดีงาม เจ้าไม่คิดหรือว่าตำแหน่งชายาเอกของเจ้านับวันยิ่งมีภาระหนักหนาขึ้นเรื่อยๆ?" ไป๋ลี่หลินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาดอกบัวหรี่แคบลง รอยยิ้มเย้าแหย่หายวับไปจากมุมปาก นางเอียงคอเล็กน้อยแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่น่าเกรงขาม "อ๋องสาม... หากกล้ามีอนุภรรยาเข้าจวนแม้แต่คนเดียว ท่านก็ลองดูว่า เข็มเงินในมือของข้าจะไปปักอยู่ส่วนไหนของร่างกายท่านก่อนที่ท่านจะได้เข้าห้องหอเสียอีก" คำขู่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของหมอผู้เชี่ยวชาญด้านพิษและจุดตาย ทำให้จ้าวเฟิงเฉินไม่เพียงไม่หวาดกลัว แต่กลับระเบิดเสียงหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายความคลั่งรักที่ลึกซึ้งจนน่ากลัว เขาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดใบหูของนางด้วยน้ำเสียงพร่าสั่นที่เต็มไปด้วยความมั่นคง "วางใจเถิด... ในหัวใจของจ้าวเฟิงเฉินผู้นี้ มีบัลลังก์ไว้ให้สตรีเพียงนางเดียว นอกนั้นต่อให้เป็นเทพธิดาจากสรวงสวรรค์ ก็มิอาจเทียบเคียงชายาเอกของข้าได้แม้แต่ปลายนิ้วก้อย" คำหวานที่เอ่ยออกมาอย่างจริงจังและหนักแน่น ทำให้หัวใจของไป๋ลี่หลินที่เคยด้านชาต่อความรักถึงกับกระตุกวูบ นางหลบสายตาร้อนแรงของเขาโดยการก้มมองป้ายหยกในมือ ทว่าก่อนที่นางจะได้เอ่ยคำใดแก้เก้อ เสียงฝีเท้าเร่งรีบและร้อนรนของพ่อบ้านหลี่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูกั้นฉาก "ท่านอ๋อง! ฮูหยิน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงตะโกนนั้นเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกจนทำให้ทั้งคู่ต้องแยกออกจากกันทันที ไป๋ลี่หลินเก็บสีหน้าให้กลับมาเรียบเนียนดั่งเดิมอย่างรวดเร็ว ขณะที่จ้าวเฟิงเฉินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจที่มีคนมารบกวนเวลาส่วนตัว "เข้ามา!" จ้าวเฟิงเฉินเอ่ยเสียงต่ำด้วยความหงุดหงิด พ่อบ้านหลี่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้า ใบหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด สองมือถือจดหมายลับที่ประทับตราครั่งสีแดงฉานด้วยสัญลักษณ์ของกองทัพชายแดนประจิม "สายลับจากค่ายทหารชายแดนส่งม้าเร็วมาแจ้งพ่ะย่ะค่ะ... กองทัพของแคว้นเป่ยหลี่ที่ควรจะถอยทัพไปตามสนธิสัญญา กลับเคลื่อนพลประชิดแนวชายแดนอีกครั้งอย่างไร้สาเหตุ และ... และแม่ทัพใหญ่ฝั่งโน้นได้ส่ง 'สาส์นท้าประลองปัญญา' เจาะจงชื่อมาถึงท่านกุนซือไป๋ลี่หลินโดยเฉพาะพ่ะย่ะค่ะ!" ไป๋ลี่หลินหรี่ตาลงทันที ประกายตาดุจคมมีดวาบผ่านขึ้นในความมืดมิดของดวงตา นางรับซองจดหมายนั้นมาเปิดออกด้วยมืออันมั่นคง กวาดสายตาอ่านข้อความบนกระดาษสาแผ่นบางเพียงปราดเดียว มุมปากบางเฉียบก็ยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่ชวนให้ขนหัวลุก ในขณะที่จ้าวเฟิงเฉินก้มลงมองใบหน้าของภรรยา รัศมีอำนาจและจิตสังหารอันเยือกเย็นแผ่ซ่านออกจากร่างของท่านอ๋องหนุ่มจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น --- **ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาอันบีบคั้นและลึกซึ้งนี้ไปกับข้า ขอบพระคุณจากใจจริงค่ะ ไป๋เหลียนฮวา**
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%