กลิ่นอายของชาผู่เอ่อร์หมักบ่มยี่สิบปีลอยอวลอยู่เบื้องหน้า ทว่าบรรยากาศภายในห้องรับรองเรือนเหมันต์กลับเย็นเยียบราวน้ำค้างกลางฤดูเหมันต์ ไป๋ลี่หลินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยยามทอดสายตามองผู้มาเยือนยามวิกาล องค์ชายรอง ‘จ้าวอี้หลาน’ ในอาภรณ์ปักดิ้นเงินลายเมฆมงคล แย้มสรوسละมุนที่เคลือบยาพิษไว้ภายใน เขากำลังก้าวเข้ามาพร้อมพัดหยกขาวในมือที่ถูกสะบัดออกอย่างเชื่องช้า
“ยามวิกาลเช่นนี้ ชายาอ๋องสามยังคงขยันขันแข็งตรวจดูตำราสมุนไพร ช่างน่าเลื่อมใสยิ่งนัก” น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่มุ่งร้ายไม่มิด
ลี่หลินวางพู่กันในมือลงอย่างไม่รีบร้อน นางขยับกายลุกขึ้นย่อคำนับตามธรรมเนียมอย่างงดงามไร้ที่ติ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ “หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีในเรือน ศึกษาตำราแก้เบื่อเท่านั้น หาได้เทียบเท่าพระองค์ที่ทรงงานราชกิจบ้านเมืองไม่เพคะ... เพียงแต่ ไม่ทราบว่าลมเพลมพัดอันใด ถึงหอบองค์ชายรองเสด็จมาเยือนเรือนหลังของผู้อื่นในยามวิกาลเช่นนี้เล่าเพคะ?”
จ้าวอี้หลานหัวเราะในลำคอแผ่วเบา ดวงตาเรียวรีคมกริบกวาดมองร่างระหงในชุดสีฟ้าอ่อนปักลายดอกเหมียนฮวาอย่างพิจารณา “ลี่หลิน... เจ้ายังคงฝีปากกล้าหาญเช่นวันวาน น่าเสียดายนักที่สตรีเพียบพร้อมเช่นเจ้า เหตุใดจึงต้องมาทนจมปลักอยู่กับคนไร้หัวใจอย่างอ๋องสาม ผู้มีดีเพียงแค่กำลังทหารแต่ไร้ซึ่งความละเอียดอ่อนเล่า? หากวันนั้น... คนที่ก้าวขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวไม่ใช่เขา แต่เป็นเปิ่นหวาง (เรา) บางทีเจ้าอาจไม่ต้องมานั่งถือตำราตบยุงในเรือนเงียบเหงาเช่นนี้”
คำกล่าวเปรียบเปรยที่แฝงความนัยโลมเลียทำให้ลี่หลินลอบถอนหายใจในใจ นางหาได้สะทกสะท้านไม่ กลับรู้สึกเบื่อหน่ายเสียด้วยซ้ำ หมากตานี้ขององค์ชายรองช่างตื้นเขินนัก เขาไม่ได้มาเพื่อเกี้ยวพานนางอย่างแท้จริง หากแต่ต้องการใช้ “ข่าวลือ” มาบั่นทอนความน่าเชื่อถือของจ้าวเฟิงเฉินต่างหาก
“พระองค์ทรงตรัสล้อเล่นเกินไปแล้วเพคะ หม่อมฉันเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของท่านอ๋อง ความตื้นลึกหนาบางย่อมรู้ดีกว่าผู้ใด... ว่าแต่ องค์ชายรองทรงโปรดระวังพระวรกายด้วยเถิดเพคะ เรือนของหม่อมฉันยุงชุมนัก เกรงว่าจะเผลอไปกัดถูกพระองค์จนระคายเคืองผิวพรรณอันสูงส่ง” ลี่หลินตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าเชือดเฉือนจนจ้าวอี้หลานชะงักรอยยิ้มค้าง
ในจังหวะนั้นเอง... อุณหภูมิภายในห้องรับรองก็ลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ราวกับสายลมหนาวจากยอดเขาหิมะพัดผ่านเข้ามาอย่างไร้สาเหตุ
กลิ่นอายกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านเข้ามาจากทางประลองทางเดิน รัศมีอำมหิตสีดำทะมึนที่คุ้นเคยทำให้ขนลุกซู่ จ้าวเฟิงเฉินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวยมทูต นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทมิฬจ้องมองร่างขององค์ชายรองราวกับจะฉีกเป็นชิ้นๆ อาภรณ์สีดำสนิทปักลายมังกรทองขลิบเงินยิ่งขับเน้นให้เขามีอำนาจล้นฟ้าและน่าเกรงขามจนแทบหยุดหายใจ
“ลมอันใดหอบเสด็จพี่รองมาถึงเรือนของข้า... แถมยังสนทนากับชายาของข้าได้อย่างออกรสออกชาติถึงเพียงนี้เล่า?”
สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงพลังที่เอ่ยออกมานั้นราบเรียบ ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใดๆ ทว่าผู้ใดที่รู้จักอ๋องสามย่อมรู้ดีว่า ยิ่งเขาสงบเยือกเย็นมากเท่าใด พายุโลหิตยิ่งใกล้เข้ามามากเท่านั้น
จ้าวอี้หลานหันไปมองพระอนุชา รอยยิ้มจอมปลอมผุดขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง “อ๋องสาม... เปิ่นหวางเพียงผ่านมาทางนี้ จึงแวะมาเยี่ยมเยียนน้องสะใภ้ตามประสาพี่น้อง ไม่คิดว่าเจ้าจะเดือดร้อนรำคาญใจถึงเพียงนี้”
“เยี่ยมเยียน?” จ้าวเฟิงเฉินทวนคำ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา ทว่านัยน์ตากลับไร้ซึ่งแววตาแห่งความขบขัน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาคั่นกลางระหว่างทั้งสองคนอย่างอารักขา เขายกมือขึ้นโอบเอวบางของลี่หลินเข้ามาแนบชิดกายอย่างเป็นเจ้าของ สัมผัสหนักแน่นที่แฝงด้วยความหวงแหนอย่างเปิดเผยทำให้นางแอบสะดุ้งเล็กน้อย “เรือนหลังของชายาเอกแห่งจวนอ๋องสาม มิใช่สถานที่ที่องค์ชายต่างตำหนักจะเข้ามา “เยี่ยมเยียน” ตามอำเภอใจได้... หากเสด็จพี่ทรงว่างงานมากนัก ราชกิจที่ชายแดนตะวันออกยังคงรอให้พระองค์ไปสะสางอยู่ เหตุใดจึงไม่รีบเสด็จกลับจวนไปจัดเตรียมฎีกาเล่าพะยะค่ะ?”
บรรยากาศตึงเครียดจนแทบมีประกายไฟแลบแปล๊บออกมาจากอากาศ จ้าวอี้หลานหรี่ตาลงมองมือหนาที่โอบเอวของสตรีตรงหน้าแน่น รอยยิ้มของเขาจางหายไปแทนที่ด้วยความขุ่นเคืองชั่ววูบ ก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อน “เจ้าเด็กคนนี้นี่... หวงของยิ่งกว่าจงอางหวงไข่เสียอีก เอาเถอะ เปิ่นหวางแค่แวะมาทักทายตามประสา หากรบกวนเวลาสวีทของพวกเจ้า... เปิ่นหวางก็คงต้องขอตัว”
เมื่อร่างขององค์ชายรองลับสายตาไปพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบขึ้นเล็กน้อย ความเงียบงันอันหนักอึ้งก็เข้าปกคลุมทั่วห้องอีกครั้ง
ลี่หลินเหลือบมองสามีหนุ่มผู้กำลังขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ใบหน้าหล่อเหลาดุดันบึ้งตึงสนิท ดวงตาดำสนิทคู่นั้นยังคงทอประกายความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความนิ่งงัน นางอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาเบาๆ “ท่านอ๋อง... หม่อมฉันไม่ได้ทำอันใดไม่สมควรแก่ องค์ชายรองเพียงแค่...”
“เงียบก่อน” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขัดขึ้นทันที จ้าวเฟิงเฉินก้มลงมองนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยไฟโทสะผสมผสานกับความน้อยเนื้อต่ำใจลึกๆ ที่สตรีในดวงใจเกือบตกเป็นเป้าสายตาของชายอื่น มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นประคองกรอบหน้าเนียนนุ่มของนางไว้ นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเบาๆ ที่พวงแก้มเนียนอย่างถือสิทธิ์ “เจ้ากล้าดียังไง... ถึงยอมยืนสนทนากับมันสองต่อสองในยามวิกาลเช่นนี้ ลี่หลิน เจ้าอยากลองดีกับความอดทนของเปิ่นหวางนักใช่หรือไม่?”
น้ำเสียงของเขาทั้งแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความหึงหวงที่พุ่งทะยานจนควบคุมไม่อยู่ ริมฝีปากหยักลึกโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ใกล้ชิดทำให้หัวใจของนางเต้นรำผิดจังหวะ
ทว่า ในวินาทีที่ลี่หลินกำลังจะอ้าปากอธิบาย ขันทีคนสนิทหน้าประตูเรือนก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด เข่าทรุดลงคุกเข่ากับพื้นจนเสียงดังสนั่น
“ท่านอ๋อง! พระชายา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพะยะค่ะ! องครักษ์ม้าเร็วเพิ่งควบม้ามาจากท้องพระโรง... องค์皇帝 (ฮ่องเต้) ทรงพระประชวรหนักกะทันหัน และ... และมีพระราชโองการด่วนที่สุด เรียกตัวท่านอ๋องให้เข้าเฝ้าเป็นการด่วนในคืนนี้พะยะค่ะ!”
ลี่หลินเบิกตากว้างขึ้นทันที สัญชาตญาณแพทย์และกุนซือร้องเตือนภัยขึ้นในอกพร้อมกัน จ้าวเฟิงเฉินชะงักกึก ดวงตาที่เต็มไปด้วยความหึงหวงเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็น ดุดัน และเฉียบคมดั่งคมดาบที่ถูกชักออกจากฝักในเสี้ยววินาที
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาอันบีบคั้นและลึกซึ้งนี้ไปกับข้า ขอบพระคุณจากใจจริงค่ะ ไป๋เหลียนฮวา
ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 24
ความหึงหวงระดับมหากาฬ
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!