กลิ่นกำยานไม้จันทน์หอมจางๆ อบอวลอยู่ในห้องปรุงยาที่ตั้งอยู่เรือนหลังสุดของจวนอ๋องสาม แสงเทียนวูบไหวสะท้อนกับเครื่องแก้วและถาดสมุนไพรที่ถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบราวกับค่ายกลทางทหาร ไป๋ลี่หลินในชุดผ้าแพรสีขาวสะอาดตา เกล้ามวยผมหลวมๆ อย่างไม่ใส่ใจนัก นางกำลังใช้มีดเงินขนาดเล็กฝานรากโสมป่าอย่างประณีต สมาธิของนางจดจ่ออยู่กับตัวยาในถ้วยกระเบื้องเคลือบสีคราม จนไม่ได้สังเกตเห็นเงาดำสายหนึ่งที่พาดผ่านกรอบหน้าต่างไม้ฉลุลาย
จ้าวเฟิงเฉินยืนนิ่งอยู่ในมุมมืดของระเบียงทางเดิน สายตาคมกริบดุจพยัคฆ์ยามล่าเหยื่อจับจ้องไปยังสตรีที่อยู่เบื้องหน้า เขาไม่ได้ตั้งใจจะมาสอดแนม หากแต่ภารกิจลับที่เพิ่งได้รับจากราชสำนักเมื่อยามโพล้เพล้ทำให้ใจเขาร้อนรุ่มเกินกว่าจะข่มตานอนลงได้ ความวุ่นวายในใจที่ไม่อาจหาจุดจบได้นำพาเขาก้าวเดินมายังทิศทางนี้โดยสัญชาตญาณ
ลี่หลินขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อพบว่าตัวยาที่นางต้องการขาดไปหนึ่งชนิด นางวางมีดลงพลางถอนหายใจแผ่วเบา ใบหน้าด้านข้างของนางภายใต้แสงเทียนดูอ่อนละมุนทว่าเด็ดเดี่ยว ดวงตาคู่สวยหรี่ลงครุ่นคิดถึงตำรับยาที่นางกำลังดัดแปลงเพื่อถอนพิษร้ายที่แฝงอยู่ในร่างกายของผู้เป็นสวามี—สิ่งที่จ้าวเฟิงเฉินเองก็ยังไม่ล่วงรู้ว่านางกำลังทำเพื่อเขา
"หากใช้ดอกชะมดแทนเกสรบัว จะสามารถยับยั้งอาการแน่นหน้าอกได้ แต่ทว่า..."
เสียงพึมพำของนางแผ่วเบาเสียจนคนฟังแทบหยุดหายใจ จ้าวเฟิงเฉินรู้สึกถึงแรงเต้นรัวของหัวใจที่ผิดจังหวะไปจากปกติ ความเยือกเย็นที่เขาเคยสวมใส่เป็นหน้ากากมาตลอดหลายปีพังทลายลงในพริบตาเมื่อเห็นท่าทางมุ่งมั่นของสตรีผู้นี้ นางไม่ใช่สตรีที่อ่อนแอรอคอยการปกป้อง แต่นางคือยอดกุนซือที่มีสมองล้ำเลิศเกินกว่าสตรีใดในแคว้น
มือหนาของท่านอ๋องเผลอกำดาบข้างเอวแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เรียกว่า 'ความห่วงหา' กำลังกัดกินความเย็นชาของเขาไปทีละน้อย เขาเฝ้ามองนางหยิบจับสมุนไพรอย่างคล่องแคล่ว แววตาของนางเมื่อยามที่ตัวยาหลอมรวมกันเป็นเนื้อเดียวช่างดูสง่างามและมีเสน่ห์เหลือเกิน
ทันใดนั้น ลี่หลินก็วางถ้วยยาลงแล้วหันขวับมาทางหน้าต่าง สายตาของนางคมกริบราวกับมองทะลุความมืดมิดเข้ามา "ผู้ใดอยู่ตรงนั้น?"
จ้าวเฟิงเฉินชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจก้าวออกมาจากเงามืด แสงจันทร์สาดส่องกระทบใบหน้าคมเข้มและชุดขุนนางสีเข้มของเขา ท่าทางของเขาสงบนิ่งทว่าแฝงด้วยอำนาจที่กดดันอากาศรอบข้างให้เบาบางลง
"ดึกดื่นป่านนี้ เจ้ายังไม่พักผ่อนอีกหรือ ฮูหยิน" เสียงทุ้มต่ำของเขาดังกังวานขึ้น ลี่หลินมองเขาด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก แต่นางไม่มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางเพียงแต่วางถ้วยยาลงแล้วประสานมือทำความเคารพ
"ท่านอ๋อง... หม่อมฉันเพียงแต่คิดว่าอาการประชวรของท่านมิควรปล่อยไว้นาน จึงเร่งปรุงยาถอนพิษให้เสร็จสิ้นก่อนรุ่งสางเพคะ"
จ้าวเฟิงเฉินก้าวเท้าเข้าใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับนางเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นหอมของสมุนไพรสดบนกายของนางทำให้เขารู้สึกสงบอย่างประหลาด เขาเอื้อมมือไปคว้าถ้วยยาที่นางเพิ่งปรุงเสร็จขึ้นมาพินิจดู ก่อนจะเลื่อนสายตามาสบกับดวงตาคู่สวยของนางอย่างตรงไปตรงมา
"เจ้าทำเพื่อข้าถึงเพียงนี้... เหตุใดจึงยังทำตัวเย็นชาต่อหน้าข้านัก" เขาถามด้วยน้ำเสียงที่ลดความแข็งกร้าวลงเหลือเพียงความปรารถนาที่ซ่อนเร้น
ลี่หลินช้อนตามองเขา ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้องปรุงยา เสียงลมหายใจของทั้งสองประสานเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางความเงียบนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์คนสนิทก็ดังขึ้นจากทางเดินภายนอกพร้อมกับเสียงกระซิบที่รีบร้อน
"ท่านอ๋อง! ข่าวลับจากชายแดน... เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
จ้าวเฟิงเฉินหันกลับไปทันที สีหน้าเปลี่ยนจากอ่อนโยนเป็นดุดันเพียงชั่วพริบตา ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวออกจากห้อง ลี่หลินกลับคว้าแขนเสื้อเขาไว้เบาๆ แววตานางเผยความกังวลที่ปิดไม่มิด
"ท่านอ๋อง... อย่าเพิ่งไป หากท่านออกไปตอนนี้ ท่านอาจจะตกหลุมพรางของใครบางคนที่มีอำนาจเหนือกว่าท่านในราชสำนัก"
ท่านอ๋องชะงักกึก หันกลับมามองสตรีที่กำแขนเสื้อเขาไว้แน่น ดวงตาสีเข้มของเขาวาวโรจน์ด้วยความประหลาดใจ เพราะในมือของนางที่กำแขนเสื้อเขาอยู่นั้น... มีเศษกระดาษตราประทับลับของฮ่องเต้ที่นางเพิ่งหยิบได้จากพับแขนเสื้อของเขาตอนที่เผลอไผล!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาอันวิจิตรและเข้มข้นนี้ไปพร้อมกับข้า ไป๋เหลียนฮวา ค่ะ
ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 8
ความลับใต้เงาจันทร์
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!