ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 9

สะบัดหน้าใส่สามีจอมเผด็จการ

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นอายของกำยานหลิวจูราคาแพงระยับลอยอบอวลผสมผสานกับกลิ่นชาอู่หลงชั้นเลิศ ทว่ากลับไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องนอนใหญ่ของเรือนบูรพาผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย "เจ้าเอาแต่หลบหน้าข้ามาสามวันเต็มแล้วนะ ลี่หลิน" สุ้มเสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดระคนตัดพ้อดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัน น้ำเสียงนั้นทรงอำนาจและเยือกเย็นจนผู้ใดได้ยินก็ต้องสั่นสะท้าน แต่สำหรับไป๋ลี่หลินแล้ว มันกลับเป็นเพียงเสียงสายลมที่พัดผ่านใบไม้ใบหญ้า นางไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากตำราสมุนไพรโบราณที่กำลังคัดลอกอยู่ ปลายพู่กันขนกระต่ายยังคงลากเส้นตัวอักษรจีนอย่างบรรจงและมั่นคง ราวกับบุรุษผู้ยืนค้ำหัวอยู่ตรงหน้าเป็นเพียงอากาศธาตุ จ้าวเฟิงเฉิน อ๋องสามผู้เกรียงไกร แม่ทัพผู้กุมกองกำลังทหารนับแสน บัดนี้กลับยืนทำหน้าไม่ถูกอยู่ในเรือนหอของตนเอง อาภรณ์สีดำสนิทปักลายมังกรดิ้นทองสะท้อนกับแสงตะเกียง ยิ่งขับเน้นให้ร่างสูงใหญ่สง่างามดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้น ทว่าแววตาคู่นั้นที่ทอดมองสตรีเบื้องหน้ากลับเต็มไปด้วยความเว้าวอนและ... ความหึงหวงที่พยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดกำลัง เมื่อตอนบ่าย สหายสนิทอย่างแม่ทัพรองหลี่เดินทางมาหาราชการลับ และเผลอเอ่ยปากชมว่าฮูหยินเอกของเขามีความรู้เรื่องการแพทย์ลึกซึ้ง ทั้งยังงดงามเยือกเย็นราวกับเทพเซียน ประโยคเพียงประโยคเดียวนั้นเกือบทำให้ห้องโถงแทบลุกเป็นไฟด้วยรังสีสังหารที่ท่านอ๋องแผ่ออกมา และทันทีที่แขกผู้0นั้นกลับไป จ้าวเฟิงเฉินก็รีบสาวเท้าเข้ามาในเรือนส่วนตัวทันที ด้วยหมายจะ "แสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ" ให้ภรรยาตัวน้อยได้รู้สำนึกว่านางเป็นของใคร ทว่าสิ่งที่เขาได้รับกลับมีเพียงความเงียบงันและการเมินเฉยอย่างเลือดเย็น "เจ้าไม่ได้ยินที่ข้าพูดหรือ?" จ้าวเฟิงเฉินขยับกายเข้าไปใกล้ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะหนังสือ กลิ่นอายบุรุษเพศอันทรงพลังแผ่ซ่านกดดันจนบรรยากาศรอบตัวหนักอึ้ง มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะแตะลงบนกลุ่มผมนุ่มสลวยที่ปล่อยสยายเต็มแผ่นหลัง พึ่บ! เสียงสะบัดแขนเสื้อผ้าต่วนเนื้อดีดังขึ้นเบาๆ แต่เด็ดขาด ไป๋ลี่หลินเบี่ยงตัวหลบสัมผัสของเขาอย่างจงใจ นางวางพู่กันในมือลงช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตานิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ทว่าซ่อนประกายความเยียบเย็นที่ทำเอาคนที่ตั้งใจจะเข้ามาตักตวงความหวานถึงกับชะงักก้าง "หม่อมฉันมีสติสัมปชัญญะดีเพคะ ท่านอ๋องมิได้หูหนวก และหม่อมฉันก็มิได้ตาบอด เหตุใดจะต้องตอบรับวาจาที่ไร้สาระด้วยเล่า" สุ้มเสียงหวานใสกังวานเอื้อnออกมาอย่างราบเรียบ แต่เชือดเฉือนลึกถึงขั้วหัวใจ "ไร้สาระงั้นหรือ?" จ้าวเฟิงเฉินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ "การที่สามีอยากจะพูดคุยแสดงความห่วงใยภรรยาตนเอง กลายเป็นเรื่องไร้สาระตั้งแต่เมื่อใดกัน?" "สามี?" ไป๋ลี่หลินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มเยาะหยันที่หาดูได้ยาก "ในเมื่อท่านอ๋องทรงตระหนักว่าตนเองมีสถานะเป็น 'สามี' เช่นนั้นรบกวนช่วยทรงทบทวนดูด้วยว่า ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา ท่านเคยปฏิบัติกับหม่อมฉันเช่นภรรยาบ้างหรือไม่ หรือทรงเห็นหม่อมฉันเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในจวนอ๋อง ที่จะเรียกหาเมื่อใดก็ได้ และจะผลักไสเมื่อยามหมดประโยชน์?" คำพูดของนางเฉียบคมดั่งคมมีดที่กรีดลงบนแผลเก่า จ้าวเฟิงเฉินชะงักไปทันที ภาพเหตุการณ์ในอวันวานที่เขาเคยเย็นชา หมางเมิน และปล่อยให้นางเผชิญหน้ากับความกลั่นแกล้งในจวนหลังย้อนกลับเข้ามาในหัว สมัยนั้นเขาถูกอำนาจมืดและการเมืองราชสำนักบดบังตา จนมองข้ามความล้ำค่าของสตรีตรงหน้าไป นึกไม่ถึงว่าเมื่อนางเปลี่ยนไป กลายเป็นสตรีผู้เยือกเย็น ปราดเปรื่อง และพึ่งพาตนเองได้ เขากลับโหยหานางจนแทบคลั่ง ยิ่งนางหมางเมินเท่าไหร่ หัวใจของเขากลับยิ่งร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผา "เรื่องในอดีต... ข้าอธิบายไปแล้ว และข้ากำลังชดใช้ให้เจ้าอยู่" จ้าวเฟิงเฉินขบกรามแน่น สันกรามคมชัดขึ้นด้วยความอดกลั้น เขายื่นมือออกไปอีกครั้ง คราวนี้รวดเร็วและเด็ดขาดกว่าเดิม คว้าข้อแขนเรียวเล็กของนางไว้หลวมๆ แต่ไม่ยอมให้หนี "ข้าเป็นสามีของเจ้า ลี่หลิน เจ้าไม่มีสิทธิ์มาเมินเฉยใส่ข้าเช่นนี้" "ปล่อยเพคะ!" ไป๋ลี่หลินตวัดสายตาคมกริบมองมือที่กุมข้อแขนตนเอง แรงบีบไม่ได้มากมายจนเจ็บ แต่มันคือการแสดงออกถึงการคุกคาม นางเกลียดการถูกผูกมัดที่สุด "ท่านอ๋องทรงใช้อำนาจข่มเหงผู้อื่นจนชินชาแล้วกระมัง ถึงได้คิดว่าทุกลมหายใจของหม่อมฉันจะต้องหมุนรอบตัวท่าน พระองค์มีสนับนาง มีอนุ มีราชกิจบ้านเมืองมากมายให้สะสาง ไฉนจึงยังมาวุ่นวายกับชายคาเรือนบูรพาแห่งนี้อีก เชิญเสด็จกลับห้องนอนหลักของพระองค์ไปเถอะเพคะ หม่อมฉันจะพักผ่อนแล้ว" นางออกแรงสะบัดข้อมืออย่างรุนแรงจนหลุดจากการพันธนาการ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะต่างกันมาก แตทธิพลทางจิตวิญญาณที่นางแผ่ออกมากลับไม่ด้อยไปกว่าเขาเลยแม้แต่น้อย จ้าวเฟิงเฉินมองท่าทีดื้อรั้นและสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจเจือความห่างเหินนั้น หัวใจของแม่ทัพผู้ไม่เคยกลัวเกรงผู้ใดกลับปวดแปลบขึ้นมาอย่างประหลาด ความโกรธเกรี้ยวที่ถูกปฏิเสธผสมโรงกับความหึงหวงทำให้สติของเขาขาดผึ่ง ร่างสูงก้าวพรวดเดียวก็ประชิดตัวนาง ดันร่างบางจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องที่กรองด้วยกระดาษสาอย่างจัง มือหนาข้างหนึ่งยันผนังไว้กักขังนางให้อยู่ในอ้อมแขน ขณะที่อีกข้างเชยคางมนขึ้นบังคับให้สบตา "เจ้ากล้าไล่ข้าเหรอ ลี่หลิน?" เสียงของเขาต่ำพร่า ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดอยู่ข้างแก้มเนียน กลิ่นอายบุรุษอันดุดันโอบล้อมร่างนางไว้ทุกทิศทาง "คิดว่าข้าไม่กล้าทำอะไรเจ้าใช่หรือไม่? อยากให้ข้าพิสูจน์ให้ดูไหมว่าข้าเป็นสามีที่ 'ใช้งาน' ได้จริงขนาดไหน ไม่ใช่แค่ในนาม!" ใบงามของไป๋ลี่หลินแดงก่ำขึ้นมาวูบหนึ่งด้วยความโกรธ นางมิได้หวาดกลัวต่อท่าทีคุกคามนั้นแม้แต่น้อย ทว่ากลับโกรธความไร้เหตุผลและความเผด็จการของบุรุษผู้นี้ ดวงตากลมโตฉายแววเย้ยหยันออกมาอย่างไม่ปิดบัง "ท่านอ๋องทรงต่ำช้าไร้ยางอายเกินไปแล้ว!" นางเค้นเสียงลอดไรฟัน "หึ ข้าจะแสดงความไร้ยางอายให้เจ้าดูมากกว่านี้แน่..." จ้าวเฟิงเฉินก้มใบหน้าลงมาหมายจะประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากอิ่มที่เอาแต่ต่อล้อต่อเถียงเขาไม่หยุด ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะอย่างกะทันหัน ตามด้วยเสียงร้อนรนของพ่อบ้านหลี่ที่ดังทะลุเข้ามาจากด้านนอก "เรียนท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! หน่วยองครักษ์เงาเพิ่งส่งม้าเร็วรายงานด่วนจากชายแดนทักษิณ คลังเสบียงหลวงที่ตระเตรียมไว้สำหรับกองทัพ... ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมดพ่ะย่ะค่ะ!" ร่างของจ้าวเฟิงเฉินชะงักก้าง ลมหายใจอุ่นที่คลอเคลียอยู่ใกล้ริมฝีปากของนางหยุดชะงักลงทันที แววตาคลั่งรักเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็น ดุดัน และอำมหิตขึ้นในเสี้ยววินาที ไป๋ลี่หลินที่กำลังจะยกมือขึ้นตบหน้าสามีจอมเผด็จการ ชะงักมือค้างกลางอากาศ เมื่อได้ยินคำว่า 'คลังเสบียงหลวงถูกไฟไหม้' หัวใจของนางกระตุกวูบ สัญชาตญาณแพทย์และกุนซือร้องเตือนภัยขึ้นมาทันที เพลิงไหม้คลังเสบียงกลางคันเช่นนี้... นี่มิใช่ อุบัติเหตุอย่างแน่นอน! แต่มันคือหมากตบตาที่กำลังจะลากจวนอ๋องสามเข้าสู่หลุมพรางมรณะ จ้าวเฟิงเฉินค่อยๆ ผละกายออกจากร่างบาง สายตาคมกริบกวาดมองภรรยาที่เวลานี้สีหน้าเคร่งเครียดลงอย่างเห็นได้ชัด เขารู้ทันทีว่านางเองก็อ่านเกมนี้ออกเช่นกัน "อยู่ที่นี่ ห้ามไปไหน" เขาเอ่ยเสียงเข้มด้วยความเป็นห่วงที่เจืออยู่ในความเฉียบขาด ก่อนจะหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวพุ่งตรงไปที่ประตูเพื่อสะสางวิกฤต ทว่าในวินาทีที่จ้าวเฟิงเฉินกำลังจะเอื้อมมือผลักบานประตูออกไปนั้นเอง จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นล้อมรอบเรือนบูรพาเอาไว้ เสียงเหล็กกระทบกันดังกรุ้งกริ้งบ่งบอกถึงอาวุธครบมือ ตึง! ประตูห้องถูกถีบเปิดออกโดยแรง บุรุษในชุดเกราะเงินอร่ามประดับตราพยัคฆ์ ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบ ด้านหลังของเขาคือขันทีเฒ่าผู้ถือราชโองการสีทองอร่ามสะดุดตา "อ๋องสาม... ทรงรับราชโองการด่วนจากฝ่าบาท!" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาอันวิจิตรและเข้มข้นนี้ไปพร้อมกับข้า ไป๋เหลียนฮวา ค่ะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%