ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 10

หลักฐานชิ้นสำคัญจากอดีต

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
"สนับมือเหล็กกล้าชิ้นนี้... ไม่ได้มาจากค่ายทหารชายแดนอย่างที่ท่านอ๋องทรงสันนิษฐานไว้ในตอนแรกหรอกเพคะ" ไป๋ลี่หลินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องลับใต้หอตำรา แสงจากตะเกียงน้ำมันวัวไหววูบตามแรงลมที่ลอดผ่านช่องระบายอากาศ ทอดเงาร่างของนางให้ดูยาวเหยียดบนผนังหินที่เย็นเฉียบ ในมือของนางคือวัตถุโลหะสีนิลวาววับ มันดูเรียบง่ายแต่กลับแฝงไปด้วยไอสังหารที่ทำเอาคนมองรู้สึกหนาวสันหลัง จ้าวเฟิงเฉินที่ยืนพิงเสาไม้จันทน์หอมอยู่เบื้องหลัง ขยับกายเข้ามาใกล้จนนางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายบุรุษอันเป็นเอกลักษณ์—กลิ่นไม้สนหิมะเจือจางด้วยกลิ่นโลหิตจางๆ ของสนามรบ สายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวของเขามิได้มองดูสิ่งของในมือนาง แต่กลับจ้องมองเพียงใบหน้าด้านข้างของสตรีผู้เป็นฮูหยินเอกของเขาด้วยความลุ่มลึก "เจ้าพบร่องรอยอะไรเข้าอีกล่ะ ลี่หลิน?" น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ทว่าทรงอำนาจและแฝงความอ่อนโยนไว้เพียงเสี้ยวหนึ่ง ลี่หลินไม่ตอบในทันที นางใช้นิ้วเรียวสวยลูบไปตามรอยสลักรูป 'ดอกโบตั๋นกลีบหยัก' ที่ซ่อนอยู่ใต้รอยบากของสนับมือ แรงสั่นสะเทือนเบาบางแล่นปราดไปทั่วร่าง เมื่อความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมที่หลับใหลอยู่ก้นบึ้งของจิตใจผุดพรายขึ้นมาดุจฟองอากาศผิวน้ำ มารดาของนาง... สตรีผู้อาภัพที่สิ้นลมในเรือนพักหลังเก่าด้วยอาการผิดปกติ สิ่งของชิ้นนี้คือหลักฐานเดียวที่นางพบในหีบไม้ที่ถูกขุดขึ้นมาเมื่อคืน "ท่านอ๋องดูนี่สิเพคะ" นางยื่นสนับมือนั้นให้เขา "สัญลักษณ์นี้... ไม่ใช่ตราประจำตระกูลขุนนางทั่วไป แต่เป็นตราประทับลับของ 'หน่วยราชองครักษ์เงา' ที่ขึ้นตรงต่อขันทีคนสนิทของฮ่องเต้องค์ก่อน" จ้าวเฟิงเฉินหรี่ตาลง แววตาที่เคยนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในฤดูหนาวกลับพลันเปลี่ยนเป็นดุร้ายราวกับพายุที่ก่อตัวขึ้น เขาหยิบสนับมือนั้นขึ้นมาพินิจ ก่อนจะเค้นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันในลำคอ "ช่างบังเอิญนัก... ข้าเพิ่งได้รับรายงานว่าหลุมศพของอดีตพระสนมเอกในเสด็จพ่อถูกลอบขุดเมื่อสามวันก่อน" เขาวางสนับมือลงบนโต๊ะไม้ด้วยแรงที่มากพอจะทำให้โต๊ะสั่นสะเทือน "และสิ่งที่หายไป มิใช่เครื่องทองหรืออัญมณีมีค่า แต่มันคือป้ายชื่อไม้ที่จารึกนามของนาง" ลี่หลินนิ่งอึ้ง หัวใจของนางกระตุกวูบ ความสัมพันธ์ระหว่างมารดาของนางที่สืบเชื้อสายจากตระกูลแพทยหลวง กับอดีตพระสนมเอกผู้ล่วงลับ... เหตุใดจึงมีจุดเชื่อมโยงที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้? หากมารดาของนางถูกสังหารด้วยสนับมือชิ้นเดียวกันกับที่ใช้ปิดปากพยานในวังหลวง นั่นหมายความว่า... "ลี่หลิน" จ้าวเฟิงเฉินคว้าข้อมือนางไว้แน่น ความร้อนจากฝ่ามือของเขาแทรกผ่านเนื้อผ้าลงไปถึงชีพจร "เจ้ากำลังเอาตัวเข้าไปพัวพันกับรอยเลือดที่แห้งกรังมานานกว่ายี่สิบปี หากเจ้าก้าวเท้าเข้าไปแล้ว เจ้าอาจจะไม่มีวันได้กลับออกมาในฐานะฮูหยินผู้สุขสบายของข้าอีก" "แล้วท่านคิดว่า ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างคนตาบอดหูหนวกจะมีความหมายอันใดหรือเพคะ?" ลี่หลินเงยหน้าสบตากับเขา แววตานางเด็ดเดี่ยวไม่ยอมแพ้ "มารดาข้ามิใช่เพียงสตรีสามัญชน นางเก็บงำความลับบางอย่างไว้... ความลับที่อาจจะสั่นคลอนถึงบัลลังก์ทองที่องค์รัชทายาทกำลังหมายปอง" จ้าวเฟิงเฉินเงียบงันไปชั่วครู่ ก่อนจะดึงร่างบางเข้ามากอดไว้แน่น อ้อมกอดของเขาประหนึ่งปราการเหล็กที่ปกป้องนางจากโลกภายนอก "หากเป็นเช่นนั้น ข้าจะเป็นคนถือดาบให้เจ้าเอง" ทว่าในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนผู้หนึ่งก็ดังขึ้นจากทางเดินลับด้านนอก มันเป็นจังหวะที่รีบร้อนและไม่ควรจะมีผู้ใดล่วงรู้เส้นทางนี้ "ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพะยะค่ะ!" เสียงขององครักษ์คนสนิทดังขึ้นหน้าประตูลับ "มีพระราชโองการด่วนจากในวัง... รับสั่งให้ท่านอ๋องและฮูหยินเอกเข้าเฝ้าเป็นการด่วนในยามวิกาลนี้ พร้อมกับ... เครื่องราชบรรณาการที่ขุดพบจากเรือนพักเก่าของตระกูลไป๋!" ทั้งสองสบตากันทันที ความเย็นยะเยือกแล่นริ้วไปตามแผ่นหลัง ทุกอย่างถูกวางแผนไว้แล้ว... การที่พวกเขาพยายามสืบเสาะเรื่องราวในเงามืด กลับกลายเป็นกับดักที่ถูกชักนำให้ตกลงไปโดยคนในวัง จ้าวเฟิงเฉินกระชับสนับมือเหล็กนั่นไว้ในมือแน่นก่อนจะซ่อนมันลงในสาบเสื้อ แล้วคว้ามือลี่หลินไว้ "มีคนรู้ว่าเราอยู่ที่นี่" ลี่หลินสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสติที่แตกซ่าน "ท่านอ๋อง... หากคืนนี้เราก้าวเท้าออกจากจวนนี้ไปได้ สิ่งที่รอเราอยู่เบื้องหน้าอาจมิใช่เพียงคำสั่งสอบสวน แต่มันคือเพชฌฆาตที่รอปิดปากเราสองคน" จ้าวเฟิงเฉินยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปาก สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความตายที่คลุ้งไปทั่วทางเดิน "ถ้ามันต้องการเลือด ข้าก็พร้อมจะชโลมวังหลวงด้วยโลหิตของพวกมัน!" ทว่าก่อนที่ทั้งสองจะก้าวพ้นประตูห้องลับ เสียงดนตรีพิณที่คุ้นเคยก็ดังแว่วมาจากสวนชั้นใน... เป็นท่วงทำนองเดียวกับที่มารดาของนางเคยฮัมเพลงให้ฟังก่อนสิ้นใจ เสียงนั้นสะท้อนก้องกังวานราวกับจะบอกว่า 'ผู้ที่เรียกตัวพวกเขาไปเฝ้าในคืนนี้... ไม่ใช่ฮ่องเต้' ไป๋ลี่หลินชะงักฝีเท้า ใบหน้าซีดเผือดลงเมื่อเห็นเงาร่างของสตรีคนหนึ่งยืนรออยู่ที่หน้าประตูเรือนพัก แสงจันทร์อาบไล้ร่างนางจนเห็นชัดว่าเป็นใคร... สตรีที่ควรจะตายไปตั้งแต่ยี่สิบปีก่อน! ขอบพระคุณท่านรี้ดที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดในค่ำคืนนี้ไปกับข้า ไป๋เหลียนฮวา นะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายซึนกับอ๋องหนุ่มผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%