"ดื่มเสีย เจ้าค่ะ... เอ่อ หมายถึง ดื่มให้หมดแก้วนะคะพี่เฉิน!"
หลินฟางเซียนเกือบจะเผลอหลุดคำพูดในวังหลวงออกมาเสียแล้ว ดีที่นางยั้งปากไว้ทัน ขณะยื่นถ้วยเซรามิกเนื้อหยาบที่บรรจุของเหลวสีเข้มข้นส่งให้ชายหนุ่มตรงหน้า กลิ่นฉุนของสมุนไพรจีนสูตรลับเฉพาะลอยคละคลุ้งไปทั่วห้องครัวคับแคบ สภาพอากาศในยุค 70 ปลายฤดูใบไม้ร่วงเช่นนี้ ทำให้ลมหนาวเริ่มพัดโชยเข้ามาตามรอยแตกของผนังดินอัด แต่ภายในห้องครัวแห่งนี้กลับอบอวลไปด้วยไอความร้อนจากเตาไฟและกลิ่นอายความใส่ใจที่นางตั้งใจปรุงแต่งขึ้นมา
เฉินเหว่ยรับถ้วยยามาด้วยมือที่หยาบกร้านจากการจับจ่ากั่วและด้ามไถนา นิ้วมือแข็งกระด้างของเขาสั่นเล็กน้อย มิใช่เพราะความกลัวรสชาติขมปร่าของยาตรงหน้า ทว่าดวงตาคมกริบที่มักจะฉายแววเหนื่อยล้าจากการตรากตรำทำงานหนักมาทั้งวัน บัดนี้กลับทอประกายความอ่อนโยนจนน่าประหลาด เมื่อมองสตรีร่างบางที่ยืนเท้าสะเอวมองเขาเขม็งราวกับแม่เสือสาวคุมลูกน้อยดื่มยา
"น้องฟาง... ยานี่ กลิ่นมันช่าง..." เฉินเหว่ยอึกอัก เขาสามารถแบกหามกระสอบข้าวหนักร้อยชั่งได้สบายโดยไม่ปริปากบ่น แต่พอกลืนน้ำลายลงคอเมื่อมองเห็นสีดำสนิทของยาบำรุงในถ้วย กลับรู้สึกหวั่นใจเสียยิ่งกว่าเผชิญหน้ากับอันธพาลประจำคอมมูนเสียอีก
"ไม่ต้องมาทำเป็นสำออยเลยนะคะพี่เฉิน!" ฟางเซียนเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายดุแต่ทว่าซ่อนความห่วงใยไว้เต็มเปี่ยม "คิดว่าฉันไม่รู้หรือคะว่าช่วงนี้คุณแอบไปรับจ้างแบกซุงเพิ่มที่สหกรณ์อำเภอเพื่อหาเงินมาซื้อแป้งสาลีให้ฉันน่ะ ร่างกายคนเราไม่ใช่เหล็กกล้าไร้สนิมนะคะ! กล้ามเนื้ออัดแน่นพวกนั้น ถ้าขาดการบำรุงที่ถูกวิธี อีกหน่อยพออายุเข้าเลขสี่ โรคไขข้ออักเสบและอาการปวดหลังเรื้อรังจะถามหา แล้วตอนนั้นใครจะมาช่วยฉันถากถางแปลงผัก ปลูกโสมในมิติเล่าคะ?"
คำพูดร่ายยาวที่ผสมผสานระหว่างความเป็นห่วงและการดุกลายๆ ทำให้มุมปากหนาของเฉินเหว่ยยกยิ้มขึ้นอย่างอดไม่ได้ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างรวดเร็วจนร้อนผ่าว ตั้งแต่เกิดมาจนโตป่านนี้ นอกจากการกตัญญูกต่อมารดาและทำตามคำสั่งผู้กองในกองทัพแล้ว ไม่เคยมีใครมานั่งจับผิดตักเตือนเรื่องสุขภาพของเขาด้วยความรักใคร่จริงใจเช่นนี้เลยสักคน
ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบยกซดรวดเดียวหมดถ้วย รสชาติขมปร่าบาดคอแล่นพล่านไปทั่วโคนลิ้น แต่พอล่วงลงสู่ท้อง ความร้อนอุ่นๆ ก็กระจายตัวออกไปทั่วร่างราวกับมีกระแสพลังงานบริสุทธิ์วิ่งพล่านไปตามเส้นเลือดฝอย อาการเหนื่อยล้าสะสมจากการทำงานหนักมาหลายวันพลันมลายหายไปราวกับปาฏิหาริย์ ดวงตาของเฉินเหว่ยเบิกกว้างขึ้นด้วยความทึ่ง "นี่มัน... ยาอะไรกัน ทำไมดื่มแล้วร่างกายถึงเบาสบายขนาดนี้?"
"ก็ยาอายุวัฒนะฉบับหมอหลินแห่งศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดน่ะสิคะ" ฟางเซียนยิ้มอย่างภาคภูมิใจ นางหยิบลูกอมรสมิลค์กี้ที่แอบหยิบออกมาจากมิติลับยัดใส่ปากให้เขาอย่างรวดเร็วเพื่อแก้ขม "รีบอมลูกอมนี่เสีย อย่าทำหน้าบูดบึ้งเชียว ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด เพราะนี่เป็นแค่คอร์สแรกเท่านั้น พรุ่งนี้ฉันจะต้มซุปกระดูกตุ๋นยาจีนบำรุงเลือดให้คุณดื่มอีกชามใหญ่จำไว้ด้วย!"
เฉินเหว่ยเคี้ยวลูกอมรสหวานมันในปาก ความหวานละมุนตัดกับความขมของยาได้อย่างลงตัวพอดีหัวใจ เขามองภรรยาตัวน้อยที่กำลังงستวุ่นจัดแจงล้างถ้วยยาด้วยความคล่องแคล่ว แววตาของนายทหารหนุ่มฉายแววเด็ดเดี่ยวขึ้นวูบหนึ่ง... *ภรรยาเก่งกาจและใส่ใจเขาถึงเพียงนี้ เขาจะต้องรีบสร้างเนื้อสร้างตัว ยกระดับความเป็นอยู่ของครอบครัวให้ดีกว่าใครในหมู่บ้านให้จงได้!*
หลังจากจัดการสามีให้ดื่มยาและกินลูกอมเรียบร้อยแล้ว หลินฟางเซียนก็ขอตัวปลีกวิเวกเข้ามาในห้องนอนเล็กๆ ของตนเอง นางแอบปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา ก่อนจะนึกคิดในใจเพียงเสี้ยววิ ร่างบางก็วับหายเข้าไปใน "มิติลับคลังสมุนไพรโบราณ" ทันที
บรรยากาศภายในมิติลับยังคงสงบเงียบและอบอวลไปด้วยไอหมอกจางๆ ของสมุนไพรล้ำค่า แปลงโสมอายุหลายร้อยปีส่งกลิ่นหอมเย็นชื่นใจ ข้าวของเครื่องใช้ทางการแพทย์สมัยใหม่และตำรายาโบราณถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ฟางเซียนเดินตรงไปยังโต๊ะปรุงยา นางหยิบโสมคนป่าอายุห้าร้อยปีที่เพิ่งเก็บเกี่ยวออกมาวาง พร้อมกับตระเตรียมเห็ดหลินจือแดงและตังกุยคุณภาพเยี่ยม เพื่อเตรียมปรุง "ยาบำรุงธาตุและปรับสมดุลโลหิต" สำหรับตัวนางเองบ้าง
"ร่างกายร่างนี้ในยุค 70 ขาดสารอาหารมานานเกินไป แม้ช่วงนี้จะได้กินดีขึ้นจากฝีมือทำอาหารและการหาเงินในตลาดมืด แต่มันก็ยังไม่พอสำหรับการฟื้นฟูรากฐานสุขภาพระยะยาว..." ฟางเซียนพึมพำกับตัวเองขณะใช้หินบดยาบดสมุนไพรอย่างตั้งใจ แววตาของแพทย์หญิงอัจฉริยะฉายประกายมุ่งมั่น นางไม่ยอมให้ร่างกายนี้พังทลายก่อนจะพาครอบครัวหลุดพ้นจากความยากจนข้นแค้นเด็ดขาด
เสียงโขลกยาเบาๆ ดังสะท้อนเป็นจังหวะในมิติลับ กลิ่นหอมละมุนของสมุนไพรล้ำค่าเริ่มฟุ้งกระจายผสมผสานกันอย่างลงตัว ฟางเซียนต้มยาด้วยเตาพลังงานพิเศษในมิติ ใช้เวลาเพียงไม่นาน น้ำยาบำรุงสีอำพันใสก็เสร็จ
นางยกถ้วยยาขึ้นจิบช้าๆ รสชาติกลมกล่อม หอมหวานอ่อนๆ จากน้ำผึ้งป่าที่นางใส่เพิ่มลงไป ทันทีที่ฤทธิ์ยาแล่นเข้าสู่กระแสเลือด ความอุ่นซ่านก็แผ่ขยายไปทั่วร่าง ผิวพรรณที่เคยซีดเซียวเริ่มมีเลือดฝาดเปล่งปลั่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่สวยเป็นประกายเจิดจ้าขึ้นมาทันที
"อ่า... สดชื่นเป็นบ้าเลยค่ะ!" นางพึมพำยิ้มๆ พร้อมกับบิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยล้า
ทว่า ในขณะที่หลินฟางเซียนกำลังเพลิดเพลินกับการตรวจเช็กสต็อกสินค้าในมิติลับเพื่อเตรียมนำไปขายส่งในตลาดมืดวันพรุ่งนี้อยู่นั้น เสียงเคาะประตูด้านนอกบ้านพักปูนชั้นเดียวของพวกเขาก็โครมครามดังขึ้นอย่างไม่มีมารยาท ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงอันคุ้นเคยและน่ารำคาญใจของ "แม่สามีจอมเค็ม" ที่ตะโกนแผดเสียงแข่งกับสายลมหนาว
"เฉินเหว่ย! นังสะใภ้ตัวดีหลินฟางเซียน! พวกแกสองคนผัวเมียรีบเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ! ฉันรู้ว่าพวกแกแอบซ่อนของดีกินกันอยู่ในบ้าน ปล่อยให้ฉันกับน้องชายแกต้องหนาวเหน็บอยู่บ้านใหญ่ ช่างอกตัญญูเสียจริง เปิดประตูโว้ย!"
เสียงทุบประตูดังปึงปังจนฝุ่นตลกลงมา หลินฟางเซียนหรี่ตาลง รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากทันที นางสะบัดมือเบาๆ ออกมาจากมิติลับ กลับมายืนเผชิญหน้ากับความเป็นจริงในห้องนอนคับแคบ
*ให้มันได้อย่างนี้สิคะ... เพิ่งจะดื่มยาบำรุงร่างกายให้แข็งแรงเมื่อครู่ ก็มีคนร้อนตัวอยากมาเป็นกระสอบทรายให้ฉันทดสอบฝ่ามือแพทย์แผนจีนและวาจาเชือดเฉือนเสียแล้ว!*
ฟางเซียนแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางก้าวเท้าเดินออกไปเปิดประตูด้วยท่าทีสงبนิ่ง ทว่าแววตากลับคมกริบดั่งใบมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดเชือดความโลภของคนพวกนี้ให้ขาดกระวิ่นในคราเดียว!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "อวี้ซินหมอยายุค 70" มาโดยตลอดนะคะ!
คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีทหารให้รุ่ง•ตอนที่ 16
สูตรยาอายุวัฒนะสำหรับคนในครอบครัว
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีทหารให้รุ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!