"ถ้ารู้สึกว่าขาข้างซ้ายเริ่มชาจนไร้ความรู้สึก นั่นแปลว่าสารพิษจากเห็ดราที่พวกนายไปเหยียบย่ำเล่นในป่าหลังหมู่บ้านเมื่อวานกำลังเดินทางเข้าสู่กระแสเลือดแล้วค่ะ..."
รอยยิ้มหวานหยดราวกับน้ำผึ้งเดือนห้าถูกประดับไว้บนใบหน้าของหลินฟางเซียน ทว่าแววตากลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ปลายเข็มเงินเล่มบางเฉียบในมือหมุนวนไปมาด้วยความคล่องแคล่วราวกับมันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ดวงตาคู่คมกวาดมองกลุ่มอันธพาลประจำหมู่บ้านที่กำลังยืนหน้าซีดเผือกอยู่กลางลานดินหน้าบ้านของเฉินเหว่ย
บรรยากาศรอบตัวอึมครึมจนแทบหยุดหายใจ เสียงจิ้งหรีดเรไรดูเหมือนจะเงียบเสียงลงไปถนัดตาเมื่อเผชิญหน้ากับรัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างระหงของแพทย์หญิงสาว
ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ขณะที่หลินฟางเซียนกำลังงละมุนอยู่กับการคัดแยกสมุนไพรโสมคนคุณภาพดีในมิติลับเพื่อเตรียมนำไปแปรรูป เสียงโวยวายหยาบคายก็ดังลั่นบ้านตระกูลเฉิน พร้อมกับการมาถึงของ "ต้าจู" กับสมุนไพรขาโจรกระจอกอีกสามคนที่พกพาความกร่างมาเต็มกระเป๋า พวกมันตั้งใจจะมาทวงค่าคุ้มครองตามอำเภอใจ แถมยังทำท่าทางคุกคามจะรื้อค้นข้าวของและทำร้ายเฉินเหว่ยสามีของนางที่เพิ่งกลับมาจากแปลงนาด้วยความเหน็ดเหนื่อย
น่าขันเสียจริง... คนพวกนี้คงไม่รู้ว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร
หลินฟางเซียนก้าวออกมาจากห้องครัวด้วยท่าทีสบายๆ ในมือถือถ้วยน้ำสมุนไพรสีเขียวเข้มส่งกลิ่นฉุนกานพลู นางไม่ได้ตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม แววตาของนางกลับเป็นประกายระยิบระยับราวกับแมวป่าที่กำลังเจอเหยื่ออันโอชะ
"พวกแกเป็นใครวะ นังนี่! เอาอีแก่หน้าจืดที่ไหนมาเห่าหอนแถวนี้ หลบไปซะ! พวกข้าจะมาเก็บค่าผ่านทางโรงงานแปรรูปของไอ้เหว่ยมัน!" ต้าจู หัวหน้านักเลงท้องถิ่นพุงพลุ้ย เอ่ยปากพ่นน้ำลายลงพื้นด้วยความหยาบโลน พลางเงื้อมือขึ้นทำท่าจะผลักร่างบางให้พ้นทาง
ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วหยาบกร้านจะทันได้แตะชายเสื้อของหลินฟางเซียน เฉินเหว่ยที่ยืนนิ่งเงียบมาตลอดก็ก้าวพรวดเข้ามาขวางเอาไว้ ร่างหนาดั่งภูผาแผ่ไอสังหารเข้มข้นจนพวกมันชะงักถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ดวงตาคมกริบของสามีหนุ่มจ้องมองต้าจูราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
"ใครกล้าแตะต้องภรรยาฉัน ลองก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียวสิ" น้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงพลังเอ่ยลอดไรฟัน มันเต็มไปด้วยความเดือดดาลที่ถูกกดทับไว้
หลินฟางเซียนเหลือบมองแผ่นหลังกว้างของสามี หัวใจดวงน้อยพลانกระตุกวูบด้วยความรู้สึกอุ่นวาบ นางยื่นมือไปแตะแขนแกร่งเบาๆ เป็นเชิงบอกให้เขาสงบสติอารมณ์ ก่อนจะก้าวออกมายืนเคียงข้างด้วยรอยยิ้มใจดีที่ทำเอาพวกนักเลงถึงกับขนลุกซู่โดยไม่มีสาเหตุ
"สามีคะ อย่าเพิ่งใจร้อนไปเลย คนพวกนี้... ดูอาการภายนอกก็รู้แล้วว่ากำลังป่วยหนักค่ะ" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงใสแจ๋ว ทว่าดังฟังชัดไปทั่วทั้งบริเวณที่ชาวบ้านเริ่มทยอยมามุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ป่วยบ้าอะไรวะ! พวกกูแข็งแรงยิ่งกว่าควายธนูเสียอีก!" ต้าจูกัดฟันกรอด หัวเราะเยาะออกมาเสียงดัง
"อย่างนั้นหรือคะ?" หลินฟางเซียนเลิกคิ้วเรียวสวยอย่างท้าทาย นางก้าวเข้าไปใกล้ต้าจูทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัว ปลายเข็มเงินในมือสะท้อนแสงแดดยามสายจนแสบตา "งั้นลองตอบฉันมาซิคะว่า ช่วงสามวันนี้... เวลาตื่นนอนตอนเช้า รู้สึกเหมือนมีเข็มเป็นพันๆ เล่มมาทิ่มแทงที่ปลายนิ้วเท้าไหมคะ? แล้วเวลาเคี้ยวอาหาร กรามด้านขวามันเริ่มขยับฝืดๆ ชอบกล... เหมือนมีอะไรติดอยู่ข้างในใช่หรือเปล่า?"
คำพูดที่พรั่งพรูออกมาด้วยความแม่นยำราวนั่งทางไกล ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของต้าจูแข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด ความลับที่เขาไม่เคยบอกใคร แม้กระทั่งภรรยาที่นอนร่วมเตียง เหตุใดนังผู้หญิงคนนี้จึงรู้ได้อย่างละเอียดถี่ถ้วนเช่นนี้เล่า!
"วะ... ว่าไงนะ แกพูดเรื่องอะไรวะ!" ต้าจูละล่ำละลักปฏิเสธ เสียงเริ่มสั่นพร่าโดยไม่รู้ตัว
หลินฟางเซียนหรี่ตามอง อาการตกใจของอีกฝ่ายอยู่ในสายตาของนางทุกกระเบียดนิ้ว วิชาชีพแพทย์แผนจีนและแผนปัจจุบันที่นางผสานเข้าด้วยกันผ่านเนตรทิพย์ในมิติลับ ทำให้แค่มองปราดเดียวก็สามารถวิเคราะห์จุดชีพจรและการไหลเวียนของเลือดลมของคนตรงหน้าได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
"ยังไม่หมดแค่นั้นนะคะ..." นางก้าวเข้าไปกระซิบข้างหูของสมุนไพรลูกน้องอีกคนที่ยืนตัวสั่นอยู่ด้านหลัง "สำหรับนาย... ไตเริ่มทำงานผิดปกติ ปัสสาวะเป็นฟองสีเข้มใช่ไหมล่ะคะ? ถ้าปล่อยไว้อีกไม่เกินสามวัน... อวัยวะภายในจะเริ่มเน่าตายทีละส่วน เริ่มจากตับ แล้วลามไปถึงปอด... ถึงตอนนั้น ต่อให้เซียนมาจากไหนก็ช่วยชีวิตไว้ไม่ได้หรอกค่ะ"
คำว่า 'เน่าตาย' และ 'ช่วยชีวิตไม่ได้' ถูกเปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราบเรียบ ทว่ากลับทรงพลังราวกับคำพิพากษาจากยมทูต สมุนไพรลูกน้องคนนั้นเข่าอ่อนยวบลงไปกองกับพื้นทันที ใบหน้าซีดเผือกไร้สีเลือด หยาดเหงื่อกาฬไหลโทรมกายราวกับคนตกน้ำ
บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบ ชาวบ้านที่ยืนมุงดูต่างพากันสูดหายใจเข้าลึกๆ สายตาสลับมองหน้าแพทย์หญิงบ้านเฉินด้วยความหวาดกลัวและทึ่งระคนกัน ไม่มีใครกล้าส่งเสียงดังแม้แต่คนเดียว
"คุณหมอ... คุณหมอหลิน ช่วยพวกเราด้วยเถอะครับ!" ต้าจูกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความกร่างและท่าทีนักเลงอันธพาลมลายหายวับไปกับตา เหลือเพียงความกลัวตายที่เกาะกินหัวใจ เขาคุกเข่าลงแทบเท้าของหญิงสาวอย่างไม่นึกอายฟ้าดิน "พวกผมผิดไปแล้ว! พวกผมไม่กล้ามาหาเรื่องที่นี่อีกแล้ว! ได้โปรดเมตตาช่วยรักษาพวกผมด้วยเถอะครับ!"
หลินฟางเซียนก้มมองกลุ่มคนที่กำลังหมอบกราบแทบเท้าด้วยแววตานิ่งเฉย นางไม่ได้พูดอะไรในทันที ปล่อยให้ความเงียบกดดันพวกมันอยู่ครู่ใหญ่ เพื่อให้บทเรียนราคาแพงนี้ฝังรากลึกในความทรงจำของพวกมันไปตลอดชีวิต
สู้ด้วยกำลังหรือ... มันเป็นวิธีของอันธพาลป่าเถื่อน แต่วิธีของแพทย์อัจฉริยะอย่างนาง คือการทำให้คนพาลยอมจำนนด้วยความตายที่อยู่แค่เอื้อมต่างหากเล่า!
"การรักษาคนน่ะ... ไม่ใช่เรื่องยากหรอกค่ะ..." นางเอ่ยขึ้นในที่สุดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ทว่าแฝงความเฉียบขาด "แต่ว่า... ค่าครูในการถอนพิษ และค่าเสียหายที่พวกนายมารบกวนความสงบสุขของครอบครัวฉัน รวมถึงข้าวของที่กระจัดกระจายพวกนี้... จะจัดการอย่างไรดีล่ะคะ?"
ต้าจูรีบพยักหน้ารัวๆ อย่างไม่ลังเล "จ่าย! พวกผมจ่ายหมดครับ! ทั้งเงินสด และ... และเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีคุณภาพดีที่ผมเพิ่งปล้น... เอ่อ ได้มาจากการค้าขาย ทั้งหมดนี้ยกให้บ้านท่านเลยครับ!"
เฉินเหว่ยยืนกอดอกมองภรรยาคนสวยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและประกายความรักที่เอ่อล้นจนปิดไม่มิด รอยยิ้มมุมปากของสามีหนุ่มบ่งบอกชัดเจนว่าเขารู้สึกทึ่งในความฉลาดเฉลียวของภรรยามากแค่ไหน
หลังจากจัดการไล่ตะردกลุ่มนักเลงที่รีบวิ่งแจ้นหนีตายหายลับไปจากสายตา พร้อมกับกอบโกยทรัพย์สินและวัตถุดิบที่พวกมันชดใช้ให้มากองตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว หลินฟางเซียนก็หันกลับมาหาผู้เป็นสามีพร้อมกับรอยยิ้มสดใส
กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารมื้อเที่ยงที่นางแอบปรุงทิ้งไว้ในมิติลับเริ่มลอยฟุ้งอบอวลออกมาจากห้องครัว เป็นกลิ่นหอมเย้ายวนใจของ "ไก่ตุ๋นโสมสมุนไพรป่า" ที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มละมุนลิ้น ผสมผสานกับกลิ่นหอมของเครื่องเทศชั้นดีที่โชยไปไกลทั่วทั้งหมู่บ้าน จนชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาต่างต้องกลืนน้ำลายคอแห้งผาก
นางกำลังจะหันไปชวนสามีเข้ามารับประทานอาหารฉลองชัยชนะเสียหน่อย ทว่าจู่ๆ เสียงเคาะประตูกรั้วหน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง พร้อมกับเสียงตะโกนโหววกเหวกที่คุ้นเคยของแม่สามีจอมเจ้าเล่ห์และบรรดาญาติฝ่ายสามีที่แห่กันมาเป็นพรวน
"หลินฟางเซียน! นังสะใภ้ตัวดี! ได้ยินว่าพวกแกเพิ่งได้ของดีมาจากพวกนักเลงรึ! รีบเปิดประตูรับแม่เดี๋ยวนี้เลยนะ!"
หลินฟางเซียนชะงักฝีเท้า รอยยิ้มบนริมฝีปากบางเฉียบปรากฏขึ้นอีกครั้ง ทว่าแววตากลับระยิบระยับด้วยความสนุกสนานยิ่งกว่าเดิม ดูท่าว่ามื้อเที่ยงแสนอร่อยวันนี้ จะมีแขกไม่速เชิญมาร่วมโต๊ะเพิ่มเสียแล้วกระมังคะ!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "อวี้ซินหมอยายุค 70" มาโดยตลอดนะคะ!
คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีทหารให้รุ่ง•ตอนที่ 15
ทักษะแพทย์สยบคนพาล
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีทหารให้รุ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!