"ถ้ายังกล้าเอาปากเน่าๆ มาพูดจาพล่อยๆ ใต้ชายคาบ้านฉันอีก เชื่อเถอะว่าเข็มเงินเล่มนี้ของฉัน อาจจะไม่ได้ฝังลงไปเพื่อรักษาอาการปวดเมื่อย... แต่อาจจะไปจี้โดนจุด 'อัมพฤกษ์ครึ่งซีก' ให้พวกป้าๆ ได้นอนน้ำลายยืดอยู่บนเตียงไปตลอดชีวิต!"
เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบจนคนฟังต้องสะท้านเฮือกดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศยามบ่ายที่ควรจะสงบเรียบร้อยของหมู่บ้านหง싱 หลินฟางเซียนยืนกอดอก ใบหน้างามเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาดอกท้อคู่นั้นกวาดมองกลุ่มสตรีวัยกลางคนสี่คนที่ตั้งวงนินทาอยู่หน้าแปลงผักของเธอด้วยรอยยิ้มเยาะที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา
เฉินเหว่ยที่ยืนอยู่ข้างกายภรรยา ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงขึ้นจนน่ากลัว มือหนากำด้ามจอบในมือแน่นจนข้อต่อปูดโปน รังสีอำมหิตแบบทหารผ่านศึกถูกปลดปล่อยออกมาโดยไม่รู้ตัว จนกลุ่มป้าปากมากถึงกับผงถอยหลังไปคนละก้าวด้วยความหวาดกลัว
เหตุการณ์และจุดทิ้งปมจากตอนที่แล้วยังคงติดค้างอยู่ในความรู้สึก เฉินเหว่ยและฟางเซียนชะงักค้างในท่าเดิมทันที ดวงตาของทั้งคู่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อความจริงอันโหดร้ายกระชากพวกเขากลับสู่โลกความเป็นจริงอย่างรวดเร็ว—โลกที่เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาของคนรอบข้าง เมื่อความยากจนค่อยๆ เลือนหาย ความมั่งคั่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เริ่มผุดขึ้นมา กลับกลายเป็นเป้าสายตาและก้อนหินที่ถูกขว้างใส่จากเงาอันมืดมิดของเพื่อนบ้าน
"อุ๊ย ตายจริง! หลินฟางเซียน เธอจะอวดดีเกินไปแล้วนะ!" ป้าจาง แม่ค้าปากตลาดประจำหมู่บ้านผู้ขึ้นชื่อเรื่องการสร้างเรื่องใส่ร้ายป้ายสี แสร้งทำเป็นเอามือทาบอก แต่นัยน์ตากลับกวาดมองไปทั่วบริเวณบ้านของสองสามีภรรยาด้วยความโลภปนริษยา "พวกฉันก็แค่พูดกันตามประสาชาวบ้าน ใครๆ เขาก็ลือกันทั้งหมู่บ้านแล้วว่าบ้านเธอไปเอาเงินทองมาจากไหน ช่วงนี้กินดีอยู่ดี เนื้อหมูสามชั้นแดงๆ แขวนอยู่ในครัวจนหมาแถวนี้ยังน้ำลายไหล แถมเธอยังซื้อแป้งสาลีขาวๆ มาทำหมั่นโถวทุกวันอีก! คนยากจนด้วยกันแท้ๆ อยู่ๆ ก็ร่ำรวยผิดปกติ... หรือว่าเธอแอบไปขโมยของในคอมมูนมาห๊ะ!"
คำกล่าวหาอันร้ายกาจนี้ทำให้ชาวบ้านอีกสองคนที่เดินผ่านมาทางนั้นชะלוกฝีเท้า พวกเขาเริ่มหันมามองด้วยสายตาสงสัยและเคลือบแคลงใจ
ในยุค 70 ที่ทุกบ้านต้องใช้ชีวิตด้วยคูปองอาหารและความขาดแคลน การที่ครอบครัวหนึ่งมีกินมีใช้จนเกินหน้าเกินตา มักจะตกเป็นเป้าหมายของการตรวจสอบจากคณะกรรมการหมู่บ้านทันที
ฟางเซียนหัวเราะในลำคอเบาๆ "หึ ขโมยหรือคะ? ป้าจางคะ สมองของป้ามีไว้คั่นหูหรือเปล่า ถึงได้คิดอะไรตื้นเขินปานนี้ หากฉันขโมยของในคอมมูนจริง ป่านนี้ตำรวจคงมาเคาะประตูบ้านฉันตั้งแต่วันแรกแล้ว ไม่มายืนฟังป้าเห่าหอนอยู่ตรงนี้หรอกค่ะ"
"นี่เธอกล้าด่าฉันว่าหมาเห่าเรอะ!" ป้าจางหน้าดำคร่ำเครียด ชี้หน้าด่าด้วยความโกรธจัด
"ฉันยังไม่ได้พูดสักคำว่าป้าเป็นหมานะคะ ป้าเดือดร้อนทำไมล่ะคะ หรือว่าร้อนตัว?" ฟางเซียนตอบกลับด้วยรอยยิ้มหวานหยด แต่คำพูดเชือดเฉือนทำเอาป้าจางอกจะแตกตาย
เฉินเหว่ยขยับตัวก้าวมาบังภรรยาไว้ครึ่งตัว น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยเตือนด้วยความอดกลั้นขั้นสุด "ถ้าพวกคุณไม่มีธุระอะไรที่นี่ ก็เชิญกลับไปเถอะครับ แปลงผักบ้านผมไม่ต้อนรับคนว่างงานที่เอาแต่สร้างข่าวลือ"
"เฉินเหว่ย! นายกล้าไล่ผู้ใหญ่บ้านเรอะ!" ป้าชุ่ย อีกหนึ่งในแก๊งนินทาเอ่ยขึ้นบ้าง "พวกเราก็แค่เตือนด้วยความหวังดี กลัวว่าพวกนายจะหลงระเริงกับเงินทองที่ได้มาโดยไม่สุจริต จนลืมไปว่าคอมมูนเราเข้มงวดแค่ไหน! ระวังเถอะ ทำตัวโดดเด่นเกินหน้าเกินตาแบบนี้ เดี๋ยวก็มีคนไปฟ้องคอมมูนว่าพวกนายทำธุรกิจผิดกฎหมาย ค้ากำไรเกินควรหรอก!"
คำว่า "ค้ากำไรเกินควร" และ "ทำธุรกิจผิดกฎหมาย" ในยุคนี้ถือเป็นความผิดร้ายแรงที่อาจทำให้ถูกส่งตัวไปใช้แรงงานปรับทัศนคติได้เลยทีเดียว!
ฟางเซียนหรี่ตาลงเล็กน้อย สมองอัจฉริยะประมวลผลอย่างรวดเร็ว เธอก้าวออกมาจากด้านหลังของสามี แววตาคมกริบราวกับแพทย์กำลังวินิจฉัยโรคพุ่งตรงไปที่ป้าชุ่ย
"ค้ากำไรเกินควรอย่างนั้นหรือคะ? ป้าชุ่ยมีหลักฐานไหมล่ะคะว่าฉันเอาเงินมาจากไหน? หรือว่า... อิจฉาที่สามีของฉันหาเงินมาซื้อของบำรุงให้ฉันกิน จนตัวเองต้องมานั่งอิจฉาตาร้อนผ่าวเหมือนคนเป็นต้อกระจก?" ฟางเซียนยิ้มเยาะ "ถ้าอิจฉานัก ทำไมไม่กลับไปบอกให้ลุงซานสามีของป้าเลิกนอนเกียจคร้านแล้วไปขุดดินปลูกผักขายบ้างล่ะคะ เผื่อจะได้มีเงินซื้อแป้งสาลีมากินกับเขาบ้าง ไม่ใช่มาเที่ยวเห่าหอนใส่บ้านคนอื่นเขาแบบนี้!"
"นังเด็กนี่! ปากดีนักนะ!" ป้าชุ่ยทนไม่ไหวเงื้อมือขึ้นทำท่าจะตบ
แต่เร็วกว่าแสง เฉินเหว่ยคว้าข้อมือของป้าชุ่ยไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก แรงบิดมหาศาลทำให้ป้าชุ่ยร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวด
"อย่าแตะต้องภรรยาผม" เฉินเหว่ยเอ่ยเสียงต่ำ เย็นเยียบจนน่ากลัว นัยน์ตาดดุดันจ้องมองจนป้าชุ่ยตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง
กลุ่มสตรีปากตลาดเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเข้ามาช่วยดึงตัวป้าชุ่ยออกไป พร้อมกับส่งเสียงด่าทอไล่หลังอย่างเจ็บใจ "ฝากไว้ก่อนเถอะ! คิดว่ารวยนักรamเรอะ เดี๋ยวก็รู้ว่าจุดจบของพวกหัวสูงจะเป็นยังไง!"
เมื่อกลุ่มคนน่ารำคาญเดินลับสายตาไปแล้ว บรรยากาศรอบบ้านก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แต่ความตึงเครียดยังคงหลงเหลืออยู่
เฉินเหว่ยถอนหายใจยาว วางจอบลงพิงกำแพง หันมามองภรรยาด้วยความกังวล "ฟางเซียน... ที่พวกเขากลัว มันก็มีเหตุผลนะ ช่วงนี้เราใช้จ่ายคล่องมือเกินไปจริงๆ หมั่นโถวแป้งขาว เนื้อหมู และยาสสมุนไพรราคาแพงที่เธอเอาออกมาปรุง ถ้าชาวบ้านเริ่มสงสัยแบบนี้ เกรงว่าอีกไม่นานเรื่องจะถึงหูหัวหน้าคอมมูน..."
ฟางเซียนเอื้อมมือไปจับมือหนาหยาบกร้านของสามีไว้ รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้างาม "พี่เหว่ยคะ มองหน้าฉันสิคะ"
เฉินเหว่ยเงยหน้าขึ้นมองดวงตากลมโตที่สะท้อนภาพของเขาอยู่
"พี่คิดจริงๆ หรือคะว่า คนอย่างหลินฟางเซียนคนนี้ จะปล่อยให้ตัวเองตกเป็นเบี้ยล่างของคนพวกนั้นง่ายๆ?" นางเอกสาวหัวسราะเบาๆ อย่างมั่นอกมั่นใจ "ที่ฉันแสดงความมั่งคั่งออกมาให้เห็นทีละนิด ก็เพื่อ 'วางแผน' ต่างหากล่ะคะ"
"วางแผน?" เฉินเหว่ยขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ
"ใช่ค่ะ" ฟางเซียนเดินนำสามีเข้าไปในห้องครัว กลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรและเครื่องเทศลอยเตะจมูกทันทีที่ผลักประตูก้าวเข้าไป บนเตาไฟดินเหนียว หม้อดินใบใหญ่กำลังเดือดปุดๆ น้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นโสมป่าและเห็ดหอมจากมิติลับ ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณบ้าน ทะลุออกไปถึงหน้าต่างและลอยไปตามสายลมยามเย็น
ฟางเซียนเปิดฝาหม้อออก ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมเย้ายวนใจที่กระตุ้นต่อมน้ำลายให้ทำงานอย่างรุนแรง
"ในเมื่อชาวบ้านคิดว่าเราแอบทำธุรกิจผิดกฎหมาย งั้นเราก็ทำให้มัน 'ถูกกฎหมาย' เสียเลยสิคะ" ฟางเซียนหันมายิ้มเจ้าเล่ห์ให้สามี "พรุ่งนี้ ฉันจะไปขอใบอนุญาตเก็บสมุนไพรป่าและเปิดแผงขายยาแผนโบราณเล็กๆ ที่ตลาดคอมมูน และในเมื่อพวกเขาริษยาเราเรื่องอาหารการกิน..."
นางเอกสาวตักซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนสีทองใสใส่ชามกระเบื้องเคลือบอย่างประณีต กลิ่นหอมของเนื้อหมูเปื่อยนุ่มและสมุนไพรล้ำค่ากระจายฟุ้งไปทั่วห้อง
"...เราก็จะเปิด 'โรงทาน' เล็กๆ แจกจ่ายซุปบำรุงสุขภาพให้คนเฒ่าคนแก่ที่ยากไร้ในหมู่บ้านฟรีๆ สักวัน เพื่อซื้อใจชาวบ้านส่วนใหญ่ ให้พวกเขาช่วยปกป้องเราจากพวกปากหอยปากปูยังไงล่ะคะ!"
เฉินเหว่ยยืนมองภรรยาด้วยความทึ่ง นัยน์ตาคู่นคมฉายแววรักใคร่และชื่นชมจนแทบปริล้น ผู้หญิงคนนี้ไม่เพียงแต่ฉลาดเป็นกรด แต่ยังมีวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกลเกินกว่าใครในยุคนี้จริงๆ
ทันใดนั้นเอง ขณะที่ทั้งสองกำลังยืนสูดดมกลิ่นหอมของซุปยาจีนด้วยความพึงพอใจ เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นที่หน้าบ้านอย่างเร่งรีบและไร้มารยาท!
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"เปิดประตูเดี๋ยวนี้! หลินฟางเซียน เฉินเหว่ย! พวกแกสองคนออกมานี่เลยนะ!"
เสียงตะโกนแหบแห้งแต่ทรงอำนาจที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีดังแว่วเข้ามา พร้อมกับเสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหว
เฉินเหว่ยขมวดคิ้วทันทีเมื่อจำเสียงนั้นได้—นั่นคือเสียงของ "คุณแม่สามี" จอมเห็นแก่ตัวที่มักจะไม่เคยมาหาพวกเขาด้วยความหวังดีเลยสักครั้ง!
ฟางเซียนหรี่ตาลง รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง "โอ๊ะ ดูเหมือนว่า 'แขกไม่ได้รับเชิญ' ตัวจริงจะมาเยือนแล้วนะคะพี่เหว่ย..."
หญิงสาวหันไปหยิบเข็มเงินเล่มเรียวยาวขึ้นมาจากโต๊ะ หมุนมันเล่นในมืออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเดินนำสามีมุ่งตรงไปที่ประตูหน้าบ้านด้วยฝีเท้ามั่นคง
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "อวี้ซินหมอยายุค 70" มาโดยตลอดนะคะ!
คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีทหารให้รุ่ง•ตอนที่ 14
ศัตรูริษยาในหมู่บ้าน
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีทหารให้รุ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!