คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีทหารให้รุ่ง•ตอนที่ 13

ความรักที่เริ่มผลิบาน

ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
“เปิดประตู! ทางเราได้รับแจ้งจากสายลับว่าบ้านหลังนี้มีพฤติกรรมต้องสงสัย ลักลอบค้าขายสินค้าผิดกฎหมายและกักตุนเวชภัณฑ์ควบคุม!” เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน พร้อมกับเสียงรองเท้าบูทหนักๆ ที่กรูเข้ามาล้อมรอบตัวเรือนไม้เก่าๆ ของสองสามีภรรยาตระกูลเฉิน ท่ามกลางบรรยากาศยามวิกาลที่ควรจะสงบเงียบ กลับถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก หลินฟางเซียนหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาคู่คมกริบไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวแม้แต่น้อย มือเรียวบางที่กำลังถือถ้วยน้ำสมุนไพรวางลงบนโต๊ะไม้ด้วยจังหวะที่มั่นคงและเชื่องช้า ราวกับเสียงทุบด้านนอกเป็นเพียงเสียงลมพัดผ่านหน้าต่างเท่านั้น นางกวาดสายตามองเฉินเหว่ยที่ผุดลุกขึ้นยืนบังหน้าingนางไว้ตามสัญชาตญาณ แผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความโกรธ ไม่ใช่ความกลัว “ฟางเซียน เจ้าอยู่ตรงนี้ ข้าจะออกไปดูเอง” เสียงทุบประตูดังขึ้นอีกระลอกจนกลอนไม้เริ่มสั่นคลอน เฉินเหว่ยกำหมัดแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความเดือดดาล ใครหน้าไหนกล้ามาหาเรื่องภรรยาของเขากลางดึกเช่นนี้! “เดี๋ยวก่อนค่ะพี่เหว่ย” ฟางเซียนเอื้อมมือไปแตะแขนแกร่งของสามีเบาๆ สัมผัสอุ่นซ่านส่งผ่านไปยังผิวเนื้อ ทำให้เฉินเหว่ยชะงักและหันมามอง ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายประกายเยือกเย็นและมั่นใจอย่างประหลาด “ปล่อยให้พวกเขาพังเข้ามาเถอะค่ะ... แล้วเราค่อยมาดูกันว่า สุนัขรับใช้บ้านไหนที่เห่าหอนเก่งเสียจนรบกวนเวลานอนของเรา” *โครม!* ประตูไม้เก่าถูกถีบจนหลุดออกจากวงกบ ฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วบริเวร แสงไฟฉายกระบอกใหญ่สาดส่องเข้ามาอย่างไร้มารยาท เผยให้เห็นร่างของเจ้าหน้าที่ความมั่นคงประจำคอมมูน พร้อมกับใบหน้าอันคุ้นเคยที่บิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มสะใจของ ‘จ้าวชิงเหอ’ และสะใภ้ใหญ่ตระกูลเฉินที่ยืนแอบอยู่ด้านหลังสุด “ค้นให้ทั่ว! ข้าได้ยินมากับหูว่านังสารเลวฟางเซียนนี่แอบต้มยาเถื่อนและกักตุนแป้งขาวไว้ค้ากำไรเกินควร!” จ้าวชิงเหอผายมือสั่งการด้วยท่าทีวางอำนาจ ดวงตาเรียวเล็กจดจ้องมองไปที่ฟางเซียนด้วยความริษยาที่สุมอกมานาน เจ้าหน้าที่สองนายก้าวพรวดพราดเข้ามาจะรื้อค้นข้าวของ ทว่าเฉินเหว่ยกลับก้าวไปขวางหน้าไว้ ดวงตาคมกุบดุจพญาเหยี่ยวจ้องเขม็งจนเจ้าหน้าที่ถึงกับผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว “พวกท่านมีหมายค้นหรือยัง ถึงได้บุกรุกเคหสถานยามวิกาลเช่นนี้!” “หมายค้นรึ? นี่ไงเล่า!” เจ้าหน้าที่นายหนึ่งชูแผ่นกระดาษขึ้นมาอย่างไม่ี่ใส่ใจนัก “มีคนแจ้งเบาะแสว่าบ้านหลังนี้ฝ่าฝืนนโยบายรัฐ หลบเลี่ยงภาษี และค้าขายของเถื่อน โทษนี้หนักหนานะสหายเฉิน หลบไป!” “เชิญค่ะ เชิญค้นตามสบายเลยนะคะ” เสียงหวานใสแต่ทรงอำนาจดังแทรกขึ้น ฟางเซียนเดินนวดข้อมือเบาๆ ก้าวออกมาจากเงาดำของห้องครัว รอยยิ้มบางๆ ที่ประดับอยู่บนมุมปากกลับทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างบอกไม่ถูก “แต่ถ้าพวกท่านค้นไม่เจอสิ่งที่กล่าวหา... ฉัน เกียรติยศของสามฉัน และฐานะทหารประจำการของเขา ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายและการตื่นตระหนกของชาวบ้านในยามวิกาลนี้คะ?” จ้าวชิงเหอแค่นหัวเราะออกมาเสียงดัง “ปากดีไปเถอะนังฟางเซียน! ของกลางซ่อนอยู่ใต้เตียงหรือหลังตู้เสื้อผ้าล่ะสิ เจ้าหน้าที่ รีบเข้าไปรื้อค้นให้แหลกคราบ!” เจ้าหน้าที่กรูเข้าไปรื้อค้นข้าวของในห้องนอนทันที เสื้อผ้าถูกโยนกระจัดกระจาย ข้าวของเครื่องใช้กระทบกันเสียงดังลั่น ทว่าผ่านไปเนิ่นนาน เสียงรื้อค้นก็ค่อยๆ เงียบลง แทนที่ด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัด เจ้าหน้าที่สองนายเดินออกมาด้วยสีหน้าเจื่อนสนิท เหงื่อกาฬซึมตามไรผม “ร… หัวหน้าครับ ไม่พบ... ไม่พบอะไรเลยครับ นอกจากสมุนไพรพื้นบ้านธรรมดาไม่กี่ห่อกับแป้งหมี่ติดก้นถังนิดหน่อยครับ” “เป็นไป1 ไม่ได้!” จ้าวชิงเหอหวีดร้องเสียงหลง นางพุ่งตัวเข้าไปในห้องนอนด้วยความตกใจ รื้อค้นเองทุกซอกทุกมุม แม้แต่ใต้เตียงก็ก้มลงไปมองจนฝุ่นเกาะเต็มใบหน้า แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า! มิติลับของหลินฟางเซียนนั้นไร้ร่องรอยและยากเกินกว่าที่คนยุคนี้จะจินตนาการถึง สิ่งของผิดกฎหมายทั้งหมดถูกเก็บไว้ในพื้นที่ปลอดมิติอย่างปลอดภัยตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้ยินเสียงฝีเท้าแล้ว ฟางเซียนปรายตามองจ้าวชิงเหอที่กำลังยืนหน้าซีดตัวสั่นด้วยความสมเพช นางก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว เสียงรองเท้ากระทบพื้นไม้ดัง ก๊อบ… ก๊อบ… ราวกับเสียงนาฬิกามรณะที่กำลังนับถอยหลัง “หาไม่เจออย่างนั้นหรือคะ สหายจ้าว?” ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยความกดดันอันมหาศาล “หรือว่า... คุณคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการแจ้งความเท็จ เพื่อใส่ร้ายป้ายสีทหารผู้รับใช้ชาติและภรรยาของเขา?” “ฉ… ฉันเปล่านะ! มีคนบอกฉันมาต่างหาก!” จ้าวชิงเหอละล่ำละลักปฏิเสธ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนก “แจ้งความเท็จ ใส่ร้ายข้าราชการทหาร และสร้างความวุ่นวายในยามวิกาล โทษทัณฑ์นี้ตามกฎหมายคอมมูน น่าจะรุนแรงพอสมควรใช่ไหมคะท่านเจ้าหน้าที่?” ฟางเซียนหันไปยิ้มหวานหยดย้อยให้เจ้าหน้าที่ความมั่นคงที่ยืนหน้าเสีย เจ้าหน้าที่หน้าซีดเผือด รีบโบกมือปฏิเสธความรับผิดชอบทันที “พะ… พาตัวกลับไปสอบสวนที่สถานี! ข้อหาแจ้งเบาะแสเท็จและก่อกวนเจ้าพนักงาน!” เมื่อความวุ่นวายสงบลง ร่างของจ้าวชิงเหอถูกลากตัวออกไปท่ามกลางเสียงโวยวายและเสียงร้องไห้คร่ำครวญ บานประตูกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศภายในห้องกลับมีความอบอุ่นระอุขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด เฉินเหว่ยยืนมองภรรยาของตนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความโล่งใจ ความภาคภูมิใจ และความรักที่เอ่อล้นทะลักจนเกือบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาใกล้ ก่อนจะรวบเอวบางเข้าสู่อ้อมกอดอย่างแนบแน่น ใบหน้าคมเข้มซบลงที่ลาดไหล่เล็กเพื่อซ่อนความห่วงใยที่ระอุอยู่ข้างใน “ฟางเซียน… เจ้าทำให้ข้าตกใจแทบแย่” เสียงทุบตึงๆ ในอกของชายหนุ่มสะท้อนผ่านแผ่นอกหนาที่แนบชิด นางสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาเล็กน้อยจากความกลัวที่เพิ่งคลี่คลายของเขา ฟางเซียนนิ่งงันไปชั่วขณะ นางไม่เคยชินกับการถูกโอบกอดอย่างแนบแน่นเช่นนี้ ในชาติภพก่อน นางคือแพทย์หญิงผู้โดดเดี่ยว ทุ่มเทชีวิตให้กับการรักษาคนไข้และตำรับยา โลกของนางมีเพียงกลิ่นสมุนไพรและแสงไฟในห้องผ่าตัด แต่ยามนี้... อ้อมกอดของชายหนุ่มชาวไร่ผู้ซื่อสัตย์กลับมอบความอบอุ่นที่ลึกซึ้งจนหัวใจดวงน้อยสั่นไหว มือเรียวยกขึ้นแตะแผ่นหลังกว้างเบาๆ สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายบุรุษผสมกลิ่นดินกลิ่นหญ้าจางๆ ที่ชวนให้รู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด “ฉันบอกแล้วไงคะว่าฉันจัดการได้ พี่เหว่ย... อย่ากังวลเลยค่ะ” น้ำเสียงของนางอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความแข็งกร้าวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเก่งกาจ เฉินเหว่ยผงศีรษะขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจดจ้องมองใบหน้าหวานซึ้งที่อยู่ใกล้แค่คืบ แสงตะเกียงวับแวมสาดส่องกระทบดวงตาคู่นั้น สะท้อนภาพเงาของเขาอยู่ภายใน ความใกล้ชิดที่ระอุขึ้นทำให้ลมหายใจของทั้งคู่เริ่มติดขัด หัวใจเต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกันโดยไม่ต้องมีคำพูดใดๆ อธิบาย นิ้วมือหนายื่นไปเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียข้างแก้มเนียนของนางอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ทะนุถนอมราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะเป็นภาพลวงตาที่จะสลายหายไปในอากาศ ทำให้ฟางเซียนเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ “ข้า… ขอบคุณเจ้านะฟางเซียน ข้ามันเป็นสามีที่แย่ ปล่อยให้คนอื่นมารังแกเจ้าตลอด” เสียงทุบพร่าเอמהพึมพำชิดริมฝีปากของนาง “ถ้าสำนึกผิดจริง... พรุ่งนี้ต้องตื่นมาช่วยฉันทำอาหารเช้าชุดใหญ่ชดเชยด้วยนะคะ” ฟางเซียนกระซิบตอบพร้อมรอยยิ้มซุกซนที่มุมปาก ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายความหวานที่ยากจะปฏิเสธ เฉินเหว่ยคลี่ยิ้มกว้าง แววตาฉายความรักใคร่จนแทบหยาดเยิ้ม โน้มใบหน้าลงมาหมายจะประทับรอยจูบแผ่วเบาลงบนหน้าผากมนเพื่อแสดงความรักและความผูกพันที่กำลังผลิบานในหัวใจ ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกันนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นอีกครั้งอย่างกะทันหัน! *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* “คุณชายเฉิน! คุณหนูหลิน! แย่แล้วครับ! แปลงสมุนไพรมีค่าหลังภูเขา... ถูกคนลอบวางเพลิงเผาทำลายจนวอดวายหมดแล้ว!” เฉินเหว่ยและฟางเซียนชะงักค้างในท่าเดิมทันที ดวงตาของทั้งคู่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อความจริงอันโหดร้ายกระชากพวกเขากลับสู่โลกความเป็นจริงอย่างรวดเร็ว! ติดตามตอนต่อไปในวันพรุ่งนี้... (ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของอวี้ซินหมอยายุค 70 มาโดยตลอดนะคะ!)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีทหารให้รุ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%