คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีทหารให้รุ่ง•ตอนที่ 12

เพื่อนใหม่กับความลับที่ต้องปิด

ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
“หมอบลง! หลบหลังกองลังไม้ตรงนั้นเร็วเข้าค่ะ!” เสียงกระซิบอย่างร้อนรนแต่เด็ดขาดของหลินฟางเซียนดังขึ้น พร้อมกับมือเรียวบางที่ออกแรงกระชากแขนเสื้อของเฉินเหว่ยให้พุ่งตัวเข้าไปในซอกมุมอับสายตาหลังกองลังไม้ลังใหญ่ทันที กลิ่นอับชื้นของกระสอบแป้งเก่าและฝุ่นละอองคละคลุ้งอยู่ในความมืดสลัว แต่อัตราการเต้นของหัวใจที่ดังโครมครามในอกกลับชัดเจนยิ่งกว่าเสียงฝีเท้าของเจ้าหน้าที่ตรวจตลาดมืดที่วิ่งกรูผ่านไปเพียงคืบคลาน เฒ่าเฉียนหน้าถอดสีจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มขมับจนไหลย้อยลงมาตามร่องแก้ม ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวจนสั่นระริก หากถูกจับได้ว่าลักลอบค้าขายสินค้าโควตาในตลาดมืดเช่นนี้ นอกจากสินค้าทั้งหมดจะถูกริบแล้ว โทษทัณฑ์ที่ตามมาอาจถึงขั้นถูกส่งตัวไปใช้แรงงานในค่ายปรับทัศนคติ หรือทำลายอนาคตหน้าที่การงานของเฉินเหว่ยผู้เป็นสามีได้ในพริบตา “ฟางเซียน... พี่... พี่ขอโทษ พี่ไม่น่าพาเธอมาเสี่ยงเลย” เฉินเหว่ยกระซิบเสียงสั่น มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับจอบจับเสียมกำมือภรรยาแน่นจนสั่นเทา แววตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและตื่นตระหนกอย่างถึงที่สุด ทว่าในยามวิกฤตเช่นนี้ หลินฟางเซียนกลับมิได้มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเยือกเย็นและเฉียบคมราวกับแพทย์หญิงผู้กำลังประเมินเคสคนไข้ฉุกเฉินบนเตียงผ่าตัด นางมิได้ปล่อยให้ความกลัวเข้าครอบงำ สมองอันปราดเปรื่องทำงานด้วยความเร็วสูงเพื่อหาทางหนีทีไล่ ทันใดนั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นช่องระบายอากาศแคบๆ ด้านหลังกองลัง ซึ่งมีขนาดพอดีตัวที่จะมุดออกไปยังตรอกด้านหลังที่ไร้เงาเจ้าหน้าที่ “อย่าเพิ่งโทษตัวเองค่ะพี่เฉิน ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาสำนึกผิด เชื่อฉัน... จับมือฉันไว้ให้แน่น แล้วก้มตัวต่ำที่สุด” หลินฟางเซียนกระซิบข้างหูสามีด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่มั่นคงราวกับมีเวทมนตร์สะกดให้ความหวาดกลัวในใจของชายหนุ่มสงบลงได้อย่างน่าประหลาด นางแอบดึงพลังจากมิติลับในห้วงจิตสำนึก แวบเดียว ผงสมุนไพรฤทธิ์ระงับประสาทและอำพรางกลิ่นกายก็ถูกหยิบออกมาในมือเล็กๆ อย่างแนบเนียน นางโรยผงนั้นลงบนพื้นดินเบื้องล่างเพื่อกลบกลิ่นกายและกลิ่นสมุนไพรล้ำค่าในตะกร้า ก่อนจะพยักหน้าให้เฉินเหว่ยและเฒ่าเฉียนเคลื่อนตัวตามมาอย่างเงียบเชียบดั่งเงา การหลบหนีดำเนินไปอย่างระทึกขวัญ หัวใจของทั้งสามดวงเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก เสียงตะโกนสั่งการและเสียงฝีเท้าหนักๆ ของเจ้าหน้าที่ดังไล่หลังมาเป็นระยะ ทว่าด้วยไหวพริบและความเด็ดขาดของหลินฟางเซียน ทำให้พวกเขาสามารถเล็ดลอดออกจากวงล้อมของเจ้าหน้าที่ตลาดมืดได้อย่างเฉียดฉิว ก่อนจะมาโผล่ยังตรอกซอกซอยลับตาคนห่างไกลจากจุดเกิดเหตุหลายช่วงถนน เมื่อพ้นเขตอันตราย เฉินเหว่ยถึงกับทรุดตัวลงพิงกำแพงอิฐเก่าๆ หายใจหอบถี่ด้วยความเหนื่อยอ่อนและตื่นกลัว เขารีบสำรวจภรรยาเนื้อตัวเนื้อตนอย่างลนลาน “ฟางเซียน... เธอเจ็บตรงไหนไหม? เมื่อกี้มันอันตรายเกินไปแล้วนะ สามีคนนี้เกือบจะปกป้องเธอไม่ได้อยู่แล้ว...” หลินฟางเซียนปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าของตนเองเบาๆ ก่อนจะส่งยิ้มอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยความขี้เล่นไปให้สามี นางยื่นมือไปเช็ดเหงื่อที่ขมับให้เขาอย่างเบามือ “ฉันไม่เป็นไรค่ะพี่เฉิน ดูสิคะ... ตัวคุณสั่นยิ่งกว่าลูกนกตกน้ำเสียอีก ไหนบอกว่าเป็นทหารกล้าไงคะ?” เฉินเหว่ยหัวเราะแห้งๆ ออกมาด้วยความโล่งอก สายตาที่มองภรรยาเต็มไปด้วยความรัก ความลึกซึ้ง และความทึ่งในความกล้าหาญเกินสตรีทั่วไปของนาง “เรื่องในสนามรบพี่ไม่เคยกลัวอะไรหรอกนะ แต่ถ้าเป็นเรื่องของเธอ... พี่ไม่อาจทนเห็นเธอเป็นอะไรไปได้หรอก” “เอาล่ะค่ะ เลิกหวานกันชั่วคราว ภารกิจวันนี้แม้จะมีอุปสรรค แต่สินค้าของเราก็ระบายออกไปได้กว่าครึ่งแล้วนะคะ” หลินฟางเซียนหันไปมองเฒ่าเฉียนที่ยังคงนั่งหายใจไม่ทั่วท้องอยู่บนพื้น “เฒ่าเฉียนคะ ลุกขึ้นเถอะค่ะ เหตุการณ์สงบลงแล้ว แต่ต่อจากนี้... ดูท่าทางว่าชื่อเสียงของพวกเราในตลาดมืดคงเป็นที่เลื่องลือเกินไปเสียแล้ว” เฒ่าเฉียนพยักหน้ารัวด้วยความหวาดผวา “คุณหนูหลิน... เอ่อ คุณหมอหลิน พูดถูกแล้วขอรับ วันนี้เกือบเอาชีวิตไม่รอด สมุนไพรวิเศษและแป้งโม่ละเอียดของท่านเป็นที่ต้องการของคนกลุ่มใหญ่เกินไป ยิ่งช่วงนี้เจ้าหน้าที่กวาดลครเข้มงวด หากเรายังดึงดันกลับไปขายที่เดิม เกรงว่าจะไม่ปลอดภัยแน่ขอรับ” หลินฟางเซียนหรี่ตาลงเล็กน้อย นางรู้ดีว่าการเป็นที่รู้จักเร็วเกินไปในยุคที่เต็มไปด้วยการเพ่งเล็งและความอิจฉาริษยาเช่นนี้ เปรียบเสมือนการเดินอยู่บนเส้นด้าย บางที... อาจมีสายตาของคนที่ไม่หวังดีคอยจับจ้องความเคลื่อนไหวของนางอยู่ โดยเฉพาะสะใภ้รองตระกูลเฉินและพวกชาวบ้านปากหอยปากปูที่มักคอยจ้องจะหาเรื่องนางกับสามีอยู่เป็นนิจ “ถ้าเช่นนั้น เราต้องเปลี่ยนแผนค่ะ” หลินฟางเซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เราจะไม่ไปขายส่งแบบเปิดเผยในตลาดมืดเดิมอีก แต่เราจะใช้วิธี ‘ส่งตรงถึงบ้านลูกค้าชั้นดี’ และขยายตลาดไปยังหมู่บ้านข้างเคียงผ่านเครือข่ายของเฒ่าเฉียน โดยใช้สินค้าแปรรูปที่มีมูลค่าสูงขึ้น เช่น ยาสะสมกำลังและแป้งหมักสมุนไพรบำรุงเลือด” เฉินเหว่ยฟังภรรียวางแผนด้วยความชื่นชม ดวงตาคมเข้มฉายแววภาคภูมิใจ “ไม่ว่าเธอจะตัดสินใจอย่างไร พี่จะคอยสนับสนุนและปกป้องเธออยู่เสมอ” ทั้งสามเดินทางกลับมาถึงบ้านพักในหมู่บ้านเล็กๆ เมื่อแสงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง บรรยากาศยามเย็นเงียบสงบ ทว่าความตึงเครียดบางอย่างยังคงหลงเหลืออยู่ในอากาศ หลินฟางเซียนจัดการเก็บสินค้าที่เหลือเข้าสู่มิติลับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้าวเข้าสู่ห้องครัวเพื่อเตรียมมื้อเย็นสำหรับสามีผู้เหน็ดเหนื่อยจากการหลบหนีภัยมืดมาทั้งวัน กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและสมุนไพรจีนโชยฟุ้งออกมาจากห้องครัวหลังเล็กทันทีที่นางเริ่มลงมือทำอาหาร หลินฟางเซียนเลือกทำเมนูบำรุงกำลังชั้นเลิศอย่าง **“ไก่ตุ๋นโสมป่ากับเห็ดหอมในหม้อดิน”** เนื้อไก่บ้านเนื้อแน่นถูกเคี่ยวจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก น้ำซุปสีทองใสส่งกลิ่นหอมเย้ายวนของโสมป่าล้ำค่าที่นางแอบดึงออกมาจากคลังสมุนไพรในมิติลับ ผสมผสานกับขิงแก่และพริกไทยดำที่ช่วยขับไล่ความหนาว กลิ่นหอมเย้ายวนใจของอาหารจานเด็ดนี้ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งบริเวณบ้าน จนลอยไปแตะจมูกของเพื่อนบ้านและผู้คนที่เดินผ่านไปมาแถวนั้น หลายคนถึงกับต้องสูดปากกลืนน้ำลายด้วยความหิวโหย เพราะในยุคที่ข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ จะมีใครหาญกล้าทำอาหารกลิ่นหอมฟุ้งรุนแรงเช่นนี้ได้เล่า? ขณะที่หลินฟางเซียนกำลังตักน้ำซุปใส่ชามกระเบื้องเคลือบอย่างประณีต เพื่อเตรียมยกออกไปปรนนิบัติสามีที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะไม้เก่าๆ เสียงเคาะประตูก็izzดังขึ้นอย่างรุนแรงและไร้มารยาทที่หน้าบ้าน *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* “หลินฟางเซียน! นังสะใภ้ตัวดี แกเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ! ฉันรู้ว่าพวกแกแอบไปทำอะไรลับๆ ริมคลองมา วันนี้แกต้องคายความลับออกมาให้หมด ไม่อย่างนั้นฉันจะแหกอกพวกแกให้ดู!” เสียงแหลมสูงของแม่สามีตัวแสบดังทะลุกำแพงรั้วเข้ามา พร้อมกับเสียงทุบประตูที่ดังโครมครามไม่หยุดหย่อน สร้างความตกใจให้แก่เฉินเหว่ยที่กำลังจะเดินมาที่ห้องครัว ทว่าในวินาทีนั้นเอง ก่อนที่เฉินเหว่ยจะทันได้ขยับตัวไปเปิดประตู หลินฟางเซียนก็วางชามซุปในมือลง ช้าๆ นางหันกลับมาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก แววตาคมกริบราวกับแม่เสือสาวที่พร้อมจะตะปบเหยื่อผู้โง่เขลาที่เดินมาหาที่ตายถึงถิ่น ทว่า... เสียงฝีเท้าอีกคู่หนึ่งที่ก้าวเข้ามาสมทบจากด้านนอกรั้วกลับไม่ใช่เสียงของแม่สามีเพียงลำพัง แต่เป็นเสียงรองเท้าบูททหารหนักๆ หลายคู่ พร้อมกับเสียงเคาะประตูเหล็กจากเจ้าหน้าที่ความมั่นคงประจำคอมมูนที่ประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เปิดประตู! ทางเราได้รับแจ้งจากสายลับว่าบ้านหลังนี้มีพฤติกรรมต้องสงสัย ลักลอบค้าขายสินค้าผิดกฎหมายและกักตุนเวชภัณฑ์ควบคุม!” ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเติบโตและการฟาดฟันของหมอหญิงหลินฟางเซียนค่ะ หวังว่าจะสนุกจนวางไม่ลงนะคะ!
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีทหารให้รุ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%