“หลบไปให้พ้น! อย่าให้ฉันเห็นว่าเจ้าเอาข้าวต้มก้นหม้อที่เหลือไปแอบให้ใครกินอีก ถ้าไม่อยากถูกตัดชื่อออกจากทะเบียนบ้านก็เงียบปากเสีย!”
เสียงตวาดแหลมสูงของแม่สามีดังทะลุผ่านประตูไม้เก่าคร่ำคร่าเข้ามา หลินฟางเซียนขยับมุมปากเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ ยามวิกาลเช่นนี้ แทนที่จะพักผ่อน กลับมีคนขยันหาเรื่องสร้างความรำคาญไม่หยุดหย่อน กลิ่นอาหารประหลาดที่ลอยมานั้นไม่ใช่ของดีอะไรหรอก แต่มันคือ ‘ซุปเศษผักเน่า’ ที่แม่สามีจงใจปรุงขึ้นเพื่อประชดประชันความอดอยากของพวกเขา
ฟางเซียนวางเข็มเงินในมือลงบนโต๊ะไม้ ก่อนจะลุกขึ้นยืนด้วยท่วงท่าสง่างาม แม้ในชุดผ้าป่านเนื้อหยาบ นางก็ยังดูราวกับนางพญาที่หลุดออกมาจากวังหลวง นางเปิดประตูออกไปเผชิญหน้ากับร่างท้วมของแม่สามีที่ยืนถือชามซุปควันฉุยอยู่
“แม่คะ… หากแม่หิวจนต้องปรุงอาหารกลิ่นแรงขนาดนี้ยามดึกดื่น ก็นับว่าตระกูลเราคงถึงคราวตกต่ำจริงๆ แต่ก็นั่นแหละค่ะ กลิ่น ‘ผักค้างคืน’ มันไม่ได้ช่วยให้สุขภาพของคนในบ้านดีขึ้นหรอกนะคะ”
แม่สามีชะงักไป ดวงตาคู่เล็กหรี่ลงด้วยความโกรธจัด ทว่าฟางเซียนกลับไม่สนใจ นางหันไปมองเฉินเหว่ยที่ยืนก้มหน้านิ่งอยู่ข้างหลัง ใบหน้าคมเข้มของสามีเต็มไปด้วยรอยช้ำจางๆ จากการตรากตรำทำงานหนักให้ครอบครัว แต่เขากลับไม่เคยเรียกร้องสิ่งใด
“เฉินเหว่ย พรุ่งนี้เราจะเข้าป่า” น้ำเสียงของนางราบเรียบแต่เฉียบขาด “ในเมื่อที่นี่ไม่มีที่ให้เราทำกิน เราก็ต้องหาทางรอดด้วยตัวเอง”
รุ่งเช้าที่แสงยังไม่ทันสาดส่องดีนัก สองสามีภรรยาก็พากันเดินลึกเข้าไปในป่าหลังเขา เฉินเหว่ยถือจอบและมีดพร้าถางทางให้ภรรยาด้วยความทะนุถนอม แม้เขาจะไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ ภรรยาผู้บอบบางถึงต้องการเข้าป่าลึก แต่เขาก็พร้อมจะปกป้องนางด้วยชีวิต
“ตรงนั้น… เฉินเหว่ย หยุดก่อนค่ะ!” ฟางเซียนปราดเข้าไปยังโคนต้นไม้ใหญ่ รากของมันมีพืชใบเรียวเล็กแผ่ออกมา หากเป็นคนอื่นคงมองว่าเป็นเพียงวัชพืชไร้ค่า แต่นัยน์ตาของแพทย์หญิงผู้ผ่านการปรุงยามานับพันชนิดกลับเป็นประกาย
นางหยิบจอบขึ้นมาขุดอย่างชำนาญ มือเรียวสวยค่อยๆ ถอนรากสมุนไพร ‘โสมป่าอายุห้าสิบปี’ ที่ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบเชียบขึ้นมา เฉินเหว่ยเบิกตากว้างจนแทบถลน “นั่น… นั่นมันไม่ใช่หญ้าธรรมดาใช่ไหมฟางเซียน?”
“นี่คือต้นทุนชีวิตของเราค่ะ” นางกล่าวพลางเช็ดคราบดินออกอย่างเบามือ “เอาไปขายที่ตลาดมืดในเมือง เงินที่ได้จะทำให้เราไม่ต้องกินซุปผักเน่าของแม่สามีอีกต่อไป และที่สำคัญ… เราจะสร้างเนื้อสร้างตัวให้พวกเขาต้องกลับมามองเราด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป”
ตลอดทั้งวัน ฟางเซียนใช้องค์ความรู้จากมิติลับ ชี้เป้าสมุนไพรหายากให้เฉินเหว่ยขุดจนเต็มตะกร้า ทั้งรากโสม เห็ดหลินจือแดงที่หาได้ยากยิ่ง และสมุนไพรห้ามเลือดคุณภาพสูง ยิ่งทำงานร่วมกัน เคมีระหว่างทั้งคู่ก็ยิ่งผลิบาน เฉินเหว่ยที่เคยซื่อจนถูกเอาเปรียบ บัดนี้กลับได้รับพลังใจจากภรรยา เขากลายเป็นหมีหนุ่มที่แข็งแกร่งและคล่องแคล่วที่สุดในป่า
เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ทั้งสองกลับมาถึงกระท่อมท้ายหมู่บ้านโดยไม่มีใครสังเกตเห็นของล้ำค่าในตะกร้า แต่ทว่า… เมื่อเปิดประตูบ้านเข้าไป กลิ่นหอมฟุ้งของ ‘ตุ๋นไก่ใส่โสม’ ที่ฟางเซียนแอบนำออกมาจากมิติลับกลับตลบอบอวลไปทั่วทั้งเรือนไม้
“พวกเจ้าไปทำอะไรมา!” เสียงแม่สามีตวาดลั่นจากมุมมืด “และกลิ่นนี่มันอะไรกัน! พวกเจ้าเอาไก่มาจากไหน!”
ฟางเซียนไม่ตอบ แต่นางหยิบเอาเหรียญเงินปึกหนึ่งที่ได้จากการตกลงซื้อขายกับพ่อค้าสมุนไพรลึกลับในป่าโยนลงบนโต๊ะไม้ เสียงเหรียญกระทบไม้ดังชัดเจนในความเงียบ เฉินเหว่ยยืนบังหน้านางไว้ มือหนากำแน่นพร้อมปกป้องภรรยาจากสถานการณ์ที่กำลังจะระเบิดขึ้น
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูบ้านก็ดังรัวและหนักหน่วงผิดปกติ คนที่ยืนอยู่หน้าบ้านไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น 'หัวหน้าหมู่บ้าน' ที่มาพร้อมกับทหารสองนาย และในมือของเขาคือหมายเรียกตัวเฉินเหว่ยให้กลับเข้ากรมด่วนที่สุด พร้อมกับข่าวลือเรื่อง 'สินค้าผิดกฎหมาย' ที่ถูกพบในตะกร้าของพวกเขา
ฟางเซียนมองสบตากับเฉินเหว่ย สายตาของนางไม่ได้มีความหวาดกลัว แต่เป็นสายตาของนักล่าที่พร้อมจะเล่นงานใครก็ตามที่คิดจะพรากชีวิตที่ดีกว่าไปจากนาง... นี่มันแผนการของใครกัน?
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหลินฟางเซียนและเฉินเหว่ยในยุคที่เต็มไปด้วยความท้าทายนี้ค่ะ หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้ทุกท่านลุ้นไปกับเรานะคะ!
คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีทหารให้รุ่ง•ตอนที่ 5
สมุนไพรหายากจากป่าหลังเขา
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีทหารให้รุ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!