“พี่เฉินเหว่ย! พี่ฟื้นสิคะ! อย่าเพิ่งทิ้งฉันไปนะคะ!”
เสียงร้องไห้ปนสะอื้นที่ดังระงมไม่ได้มาจากความอ่อนแอ แต่เป็นกลยุทธ์ขั้นต่ำของแพทย์หญิงอัจฉริยะอย่างหลินฟางเซียน ทันทีที่ร่างสูงใหญ่ของเฉินเหว่ยทิ้งน้ำหนักลงมาซบตักพร้อมคำเตือนแผ่วเบา ร่างกายของเขาก็เย็นเฉียบลงอย่างน่าใจหาย ปลายนิ้วเรียวยาวของฟางเซียนแตะลงที่ชีพจรตรงข้ามขมับและข้อมือของสามีอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยหรี่ลงด้วยความเคร่งเครียด *พิษกึ่งสลายเส้นเอ็น?* ยาพิษชนิดนี้ไม่ใช่สิ่งที่ชาวบ้านป่าชาวดงจะมีปัญญาหามาได้ รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากของหญิงสาว ทว่าใบหน้ายังคงฉาบไว้ด้วยหยาดน้ำตาแห่งความตื่นตระหนก
ปัง! เสียงถีบประตูไม้เก่าๆ ดังสนั่นหวั่นไหวจนฝุ่นตลบอบอวล
“ร้องโวยวายอะไรกันนักหนา แม่มหาภัย! สามีแกยังไม่ตายก็ทำเป็นตีโพยตีพายเรียกเรกูเลเตอร์จากรัฐหรือไงวะ!”
นางเฉิน ผู้เป็นแม่สามี ก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีวางโต สองมือเท้าสะเอว สายตาดุดลวดลายความโลภกวาดมองไปทั่วห้องนอนคับแคบราวกับจะสำรวจว่ามีอะไรพอจะริบเอาไปได้บ้าง ด้านหลังมีสะใภ้รองและน้องสาวสามีเดินตามเข้ามาสมทบด้วยรอยยิ้มเยาะหยันสมน้ำหน้า
หลินฟางเซียนค่อยๆ วางศีรษะของเฉินเหว่ยลงบนหมอนเก่าๆ อย่างเบามือ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาดำขลับคู่นั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเย็นเยียบที่ทำเอาแม่สามีถึงกับชะงักฝีเท้าโดยไม่รู้ตัว
“แม่คะ... เมื่อครู่แม่พูดว่าอะไรนะคคะ?” เสียงหวานใสก้องกังวานราบเรียบจนน่ากลัว “พี่เฉินเหว่ยกระอักเลือดหมดสติไปต่อหน้าต่อตาพวกเรา แต่แม่กลับบอกว่าฉันตีโพยตีพายอย่างนั้นหรือคะ? หรือว่า... แม่รู้สาเหตุที่เขาเป็นแบบนี้อยู่แล้ว?”
“นัง... นังสะใภ้ปากดี!” นางเฉินหน้าเจื่อนลงถนัดตา ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราดเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ “แกมันตัวกาลกิณี! แต่งเข้ามาได้สามวัน สามีก็ล้มป่วยปางตาย สมบัติในบ้านนี้ แกต้องคายออกมาให้หมด! ไหนล่ะเงินเดือนทหารที่ลูกชายฉันส่งมาเก็บไว้ ส่งมาให้หมดเดี๋ยวนี้!”
บรรยากาศในห้องคุกกรุ่นขึ้นทันที กลิ่นอายความเห็นแก่ตัวและกลิ่นอายความโลภลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นสาบโคลนจากรองเท้าของคนทั้งสาม
ฟางเซียนแค่นหัวเราะในลำคอ “เงินเดือนงั้นหรือคะ? ตั้งแต่ฉันแต่งเข้าบ้านเฉินมา แม้แต่แป้งสักชั่งหรือไข่สักฟองพวกท่านก็ไม่เคยแบ่งให้ แถมพี่เฉินเหว่ยยังต้องทำงานหนักจนตัวเป็นเกลียวเพื่อส่งเสียพวกท่านในเมืองอีก... แต่ตอนนี้ ลูกชายแท้ๆ กำลังจะตายอยู่รอมร่อ พวกท่านกลับสนใจแค่เงินทองอย่างนั้นหรือคะ คนหรือเปล่าคะเนี่ย?”
เพี๊ยะ!
“ปากดีนักนะนังนี่! กล้าสั่งสอนแม่สามีรึ!” น้องสาวสามีพุ่งเข้ามาหมายจะตบหน้าเธอซ้ำ แต่มีหรือที่แพทย์หญิงมือหนึ่งจากราชวงศ์โบราณจะยอมให้ใครมาทำร้าย ร่างเพรียวบางหลบหลีกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดีดปลายนิ้วส่งเข็มเงินขนาดจิ๋วฝังลงที่จุดชีพจรใต้ข้อศอกของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ
“โอ๊ย! แขนฉัน! แขนฉันชาไปหมดแล้ว! แม่คะ ช่วยด้วย!” น้องสาวสามีทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ร้องโอดครวญลั่นบ้าน
นางเฉินและสะใภ้รองหน้าซีดเผือด ถอยกรูดไปติดผนังด้วยความหวาดกลัว “แก... แกทำอะไรลูกสาวฉัน นังปีศาจ!”
“ฉันเป็นหมอนะคะ... หรือพวกท่านลืมไปแล้ว?” ฟางเซียนก้าวเข้าไปหาทีละก้าว รอยยิ้มบนใบหน้าหวานล้ำแต่แววตากลับคมกริบดั่งใบมีดผ่าตัด “อาการของพี่เฉินเหว่ยในตอนนี้ เกิดจากพิษร้อนที่สะสมในร่างกายเป็นเวลานาน ซึ่งแปลว่า... มีคนในบ้านนี้คอย ‘ผสม’ ยาพิษลงในอาหารของเขาทุกวัน เพื่อหวังฮุบเงินบำนาญและโควตาที่ดินทำกินสินะคะ?”
คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้าเป้า แม่สามีหน้าซีดเผือกจนแทบไม่เหลือสีเลือดริมฝีปากสั่นระริก “เหลวไหล! แกอย่ามาใส่ร้ายนะ!”
“ใส่ร้ายงั้นหรือคะ?” ฟางเซียนสะบัดมือเบาๆ ในมิติลับของเธอ ขวดยาถอนพิษระดับสูงถูกหยิบติดมือมาอย่างแนบเนียน เธอหันไปมองร่างของสามีที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียง หัวใจของเธอพลันเจ็บแปลบขึ้นมาวูบหนึ่ง สามีซื่อบื้อที่ยอมโง่งอมให้ครอบครัวเอาเปรียบเพื่อความกตัญญูจอมปลอมคนนี้... เธอยังไม่ยอมให้เขาตายง่ายๆ แน่!
“ถ้าไม่อยากให้ฉันลากพวกท่านไปส่งสถานีตำรวจและทหารในข้อหาวางยาฆ่าทหารนอกราชการล่ะก็...” ฟางเซียนโน้มตัวลงกระซิบเสียงต่ำด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “ไสกหัวออกไปจากห้องนี้ให้หมด! แล้วอย่าให้ฉันเห็นว่ากล้าเอาเศษอาหารเน่าๆ มาให้สามฉันกินอีก ไม่อย่างนั้น... เข็มเล่มต่อไปที่จะปักลงไป อาจจะไม่ใช่แค่ชาที่แขน แต่อาจจะเป็นจุดหยุดหายใจถาวรก็ได้นะคะ!”
แรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจากร่างของหญิงสาวจนแม่สามีและสะใภ้รองขาสั่นพับๆ ด้วยความหวาดกลัว สองแม่ลูกประคองกันวิ่งหนีออกจากห้องราวกับเห็นผีสาง
เมื่อความเงียบสงบกลับคืนมา ฟางเซียนรีบปิดประตูลงกลอนแน่นหนา เธอกลับมาที่เตียง นำขวดยาวิเศษจากมิติลับออกมาหยดลงบนริมฝีปากของเฉินเหว่ย พร้อมกับฝังเข็มกระตุ้นลมปราณเพื่อขับพิษออกจากร่างกายอย่างเร่งด่วน
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าหวาน ลมหายใจของเฉินเหว่ยเริ่มกลับมาสม่ำเสมอ ร่างกายที่เคยเย็นเฉียบเริ่มอุ่นขึ้น
“ฟ... ฟางเซียน...” เสียงแหบพร่าดังขึ้นแผ่วเบา ดวงตาคมกริบของนายทหารหนุ่มค่อยๆ ลืมขึ้นมองภรรยาด้วยความรู้สึกผิดและซาบซึ้งใจระคนกัน “ทำไม... เธอถึงไม่หนีไป?”
“หนีไปงั้นหรือคะ?” ฟางเซียนวางผ้าเช็ดหน้าลงข้างเตียง แววตาดุดันปนเอ็นดูฉายชัด “ฉันแต่งงานกับคุณแล้ว เงินสินสอดก็ยังไม่ได้ใช้คุ้มเลย จะให้หนีไปมือเปล่าได้อย่างไรกันคะ? อีกอย่าง... ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องสามีของฉันทั้งนั้นค่ะ!”
เฉินเหว่ยอึ้งงัน หัวใจที่ด้านชามานานนับปีถูกความอบอุ่นและเด็ดเดี่ยวของภรรยาเข้าจู่โจมจนเต้นระรัว เขาพยายามจะขยับตัวลุกขึ้น แต่ทว่าจังหวะนั้นเอง...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับกลิ่นหอมเย้ายวนของ “ซุปไก่ตุ๋นโสมป่า” ที่ลอยทะลุรอยแตกของประตูไม้เข้ามาเตะจมูกอย่างจัง ทั้งที่บ้านหลังนี้ยากจนข้นแค้นและไม่มีแม้แต่เนื้อสัตว์จะกิน แต่กลิ่นนี้กลับหอมฟุ้งจนคนข้างบ้านต้องกลืนน้ำลาย
หลินฟางเซียนขมวดคิ้วมุ่นทันที ยาถอนพิษเพิ่งออกฤทธิ์ได้ไม่นาน ใครกันที่ส่งกลิ่นอาหารประหลาดนี้มาถึงหน้าห้องในยามวิกาลเช่นนี้?
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้อวี้ซินหมอยายุค 70 เสมอนะคะ
คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีทหารให้รุ่ง•ตอนที่ 4
สั่งสอนแม่สามีจอมเอาเปรียบ
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีทหารให้รุ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!