คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีทหารให้รุ่ง•ตอนที่ 6

อาหารมื้อแรกที่ทำให้น้ำตาซึม

ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
กลิ่นหอมฉุนของน้ำมันหมูที่เจียวกับต้นหอมและขิงแก่โชยตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวคับแคบ หลินฟางเซียนยืนอยู่หน้าเตาถ่านเก่าๆ ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความใช้ความคิด มือเรียวบางตวัดตะหลิวผัดหมูสามชั้นหั่นบางเฉียบในกระทะเหล็กจนส่งเสียงฉ่าดังสนั่น ท่ามกลางยุคสมัยที่ข้าวยากหมากแพงและอาหารการกินฝืดเคืองจนแทบจะกลืนก้อนอิฐลงท้อง วัตถุดิบในครัวของตระกูลเฉินแทบไม่ต่างอะไรกับเศษขยะ แต่สำหรับแพทย์หญิงมือหนึ่งผู้ผ่านสมรภูมิชีวิตมาทั้งสองภพอย่างนาง ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้ในพจนานุกรมการเอาชีวิตรอดค่ะ "กลิ่น... กลิ่นนี่มันอะไรกัน?" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยขึ้นด้วยความงุนงง เฉินเหว่ยที่เพิ่งเดินกะโผลกกะเผลกเข้ามาในห้องครัวหยุดชะงักฝีเท้าลง ดวงตาคมเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยยามกวาดมองแผ่นหลังบอบบางของภรรยา ในมือของเขายังถือเครื่องมือเกษตรเก่าๆ ที่เพิ่งซ่อมเสร็จ ทว่าสัมผัสแรกที่ดึงดูดเขากลับไม่ใช่ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนัก หากแต่เป็นกลิ่นหอมเย้ายวนของอาหารที่แผ่ซ่านจนต่อมรับรสในปากทำงานอย่างบ้าคลั่ง ฟางเซียนไม่ได้หันกลับไปทันที นางเพียงแค่เคาะตะหลิวเบาๆ กับขอบกระทะ ก่อนจะตักผัดกะหล่ำปลีใส่กากหมูและพริกแห้งลงบนจานกระเบื้องบิ่นๆ อย่างทะมัดทะแมง สีสันของอาหารจานนั้นตัดกันอย่างงดงาม สีเขียวสดของผักตัดกับสีแดงของพริกและสีน้ำตาลทองของกากหมูกรอบฟู ชวนให้กลืนน้ำลายลงคออย่างยากจะ "ยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะคะ? หรือว่ารอให้ฉันป้อนถึงปาก?" ฟางเซียนหันกลับมาเลิกคิ้วเรียวขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนมุมปากอิ่มสวย ทว่าแววตากลับพราวระยับด้วยประกายความขี้เล่น "ล้างมือแล้วมานั่งนี่สิคะ สามี วันนี้ฉันอารมณ์ดีเป็นพิเศษ จะยอมให้คุณได้ลิ้มลองฝีมือระดับเชฟหลวง... เอ่อ หมายถึงฝีมือระดับปรมาจารย์ของฉันสักหน่อย" เฉินเหว่ยชะงักไปชั่วขณะ หัวใจในอกข้างซ้ายกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ ตั้งแต่แต่งงานกันมา หญิงสาวตรงหน้าไม่เคยแม้แต่จะชายตามองเขาด้วยซ้ำ มีแต่เสียงบ่นด่า ร้องแรกแหกระเชิง หรือไม่ก็แอบเอาข้าวของไปจุนเจือบ้านเดิมของนาง แต่วันนี้... แววตาของนางไม่มีความรusร้ายกาจหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความอบอุ่นลึกล้ำที่ทำเอาชายหนุ่มผู้ผ่านการฝึกฝนทหารมาอย่างโชคโชนถึงกับทำตัวไม่ถูก เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เดินก้าวเข้าไปล้างมือที่อ่างดินเผาอย่างเงียบๆ ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งบนม้าไม้เตี้ยๆ ตรงข้ามกับสำรับอาหารที่มีเพียงข้าวต้มเจือจาง และจานผัดกะหล่ำปลีส่งกลิ่นหอมกรุ่นควันฉุย ฟางเซียนยื่นตะเกียบไม้ไผ่ที่ขัดจนเกลี้ยงเกลาให้เขา นางมองท่าทางเก้ๆ กังของสามีแล้วอดอมยิ้มไม่ได้ มือเรียวตักชิ้นหมูสามชั้นที่อมน้ำซุปเข้มข้นวางลงบนถ้วยข้าวขาวปนข้าวฟ่างของเขา "ลองชิมดูสิคะ เนื้อหมูนี่ฉัน... เอิ้ม... ฉันแอบไปแลกมาจากชาวบ้านแถวนี้ด้วยของป่าเล็กๆ น้อยๆ น่ะค่ะ ไม่ได้ขโมยใครมาหรอก วางใจได้" นางรีบแก้ตัวกลบเกลื่อนเมื่อเห็นสายตาตั้งคำถามของสามี เฉินเหว่ยเงยหน้าสบตากับนาง แววตาคมกริบฉายแววซับซ้อน เขารู้ดีว่าเนื้อหมูในยุคนี้หายากยิ่งกว่าทองคำ ยิ่งตระกูลเฉินฝั่งแม่สามีคอยกุมเสบียงและเงินทองไว้ทั้งหมดแล้ว การที่ภรรยาของเขาสามารถหาเนื้อหมูสามชั้นติดมันเยิ้มเช่นนี้มาได้ย่อมไม่ใช่เรื่องธรรมดา แต่เมื่อเห็นดวงตาสุกใสที่มองตรงมาอย่างรอคอยคำตอบ เขาก็เลือกที่จะพยักหน้ารับช้าๆ โดยไม่ซักไซ้ไล่เลียงให้มากความ ชายหนุ่มคีบชิ้นผักและหมูเข้าปาก ชั่วพริบตาที่รสสัมผัสแรกแตะลงบนลิ้น ดวงตาคมเข้มก็เบิกกว้างขึ้นอย่างปิดไม่มิด รสชาติเค็มกลมกล่อมผสานกับความเผ็ดร้อนเบาๆ ของพริกแห้ง และความกรุบกรอบมันวาวของกากหมูที่ละลายในปาก ช่างตัดกับความจืดชืดของข้าวต้มตรงหน้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันเป็นรสชาติที่เขาไม่เคยได้ลิ้มลองมานานนับปี รสชาติที่ทำให้รู้สึกถึงความมีชีวิตชีวา ความอบอุ่น และความเป็นมนุษย์ที่ขาดหายไปนานแสนนาน หยาดน้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นมาที่หางตาของชายหนุ่มร่างใหญ่โดยไม่รู้ตัว เฉินเหว่ยรีบก้มหน้าลงต่ำเพื่อซ่อนความอ่อนแอของตนเอง มือที่ถือตะเกียบสั่นเทาเล็กน้อย ฟางเซียนสังเกตเห็นทุกอากัปกิริยา หัวใจดวงน้อยที่เคยด้านชาในโลกยุคโบราณกลับไหววูบอย่างประหลาด นางยื่นมือไปแตะหลังมือที่หยาบกร้านของเขาเบาๆ สัมผัสอุ่นจัดทำให้เฉินเหว่ยสะดุ้งเล็กน้อยแต่มิได้ดึงมือหนี "อร่อยไหมคะ?" น้ำเสียงของนางนุ่มนวลอย่างหาได้ยากยิ่ง "ถ้าชอบ... วันหลังฉันจะทำให้กินอีกค่ะ เราจะไม่ยอมทนอดอยากให้ใครมาเอาเปรียบอีกแล้ว" คำพูดเรียบง่ายแต่ทรงพลังนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจเฉินเหว่ย ความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่ต้องแบกรับภาระครอบครัว การถูกกดขี่จากมารดาและพี่ชายที่เห็นเขาเป็นเพียงเครื่องมือหาเงิน พังทลายลงในพริบตาเดียว ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองภรรยา หยาดน้ำตาหยดหนึ่งไหลรินผ่านแก้มกร้านแดด เขากำตะเกียบในมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน "ขอบคุณนะ... ฟางเซียน" เสียงทุ้มแหบพร่าเอמהลอดไรฟัน มันเต็มไปด้วยความรู้สึกอัดแน่นที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความซาบซึ้งและกลิ่นหอมของอาหารที่ยังคงลอยวนอยู่ในห้องครัวแคบๆ นั้นเอง เสียงทุบประตูกระแทกกระทั้นจากภายนอกก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง ราวกับจะพังบานไม้เก่าๆ ให้หลุดติดมือ! *ปัง! ปัง! ปัง!* "นังสะภัทรอกตัญญู! หลินฟางเซียน! นังสารเลว แกมุดหัวอยู่ไหน! เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้!" เสียงแหลมสูงแสบแก้วหูของแม่สามี (นางหวัง) แผดลั่นแข่งกับเสียงลมหนาวด้านนอก ตามมาด้วยเสียงโวยวายของหลี่ชุนฮวา พี่สะใภ้ตัวแสบที่ตะโกนสมทบเข้ามาไม่หยุดหย่อน "กล้าดียังไงถึงแอบซุกซ่อนอาหารดีๆ ไว้กินกันสองคน! คายเนื้อหมูออกมาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะไปฟ้องผู้ใหญ่บ้านว่าพวกแกคิดกบฏต่อตระกูล!" เฉินเหว่ยหน้าถอดสีทันที ร่างกายที่เพิ่งผ่อนคลายกลับมาเกร็งเครียดขึ้นอีกครั้ง ดวงตาคู่นคมฉายแววตื่นตระหนกและโกรธเกรี้ยวระคนกัน เขาขยับตัวจะลุกขึ้นยืน ทว่าถูกมือเรียวบางของภรรยาคว้าแขนเอาไว้เสียก่อน หลินฟางเซียนค่อยๆ วางตะเกียบลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น รอยยิ้มอบอุ่นเมื่อครู่อันตรธานหาย Wไปอย่างไร้ร่องรอย แทนที่ด้วยแววตาคมปลาบดุจใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบ นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเดินไปที่ประตูช้าๆ พร้อมกับเอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก "มากันไวเสียจริง... สุนัขที่บ้านยังฝึกง่ายกว่าพวกนี้เสียอีก" นางหันกลับมามองสบตากับสามีที่กำลังมองนางด้วยความตกตะลึง ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบแต่มั่นคง "นั่งกินข้าวของคุณให้หมดชามเดี๋ยวนี้ค่ะ เฉินเหว่ย... เรื่องขยะเปียกหน้าบ้าน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของภรรยาคนนี้จัดการเอง!" สิ้นคำพูด นางก็กระชากกลอนประตูไม้เปิดผางออกอย่างไร้ความเกรงกลัว ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของแม่สามีและพี่สะใภ้ที่เงื้อมือเตรียมจะทุบประตูซ้ำ ทว่าก่อนที่ใครจะได้เปล่งเสียงด่าทออันใดออกมา หลินฟางเซียนกลับหยิบกระบวยเหล็กตักน้ำแกงร้อนๆ ที่เพิ่งเดือดพล่านขึ้นมาจากเตาขึ้นมาถือไว้ในมืออย่างใจเย็น รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มปรากฏบนใบหน้า ทว่าแววตากลับเยียบเย็นเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก! (โปรดติดตามตอนต่อไป...) --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "อวี้ซินหมอยายุค 70" มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีทหารให้รุ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%