คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีทหารให้รุ่ง•ตอนที่ 7

รักษาคนไข้รายแรกในหมู่บ้าน

ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
"ถ้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว น้ำแกงร้อนๆ หม้อนี้คงไม่ได้อยู่ในหม้ออีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ!" เสียงหวานใสที่เจือความเฉียบขาดราวกับคมมีดกรีดลงบนความเงียบงัน ทำให้ร่างท้วมของแม่สามีและสะใภ้ใหญ่ที่เงื้อมือค้างเติ่งกลางอากาศ ถึงกับสะดุ้งโหยงถอยหลังกรูดด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นควันร้อนฉุยที่ลอยกรุ่นขึ้นมาจากกระบวยเหล็กในมือของหลินฟางเซียน ไม่มีใครคาดคิดว่าหญิงสาวผู้เคยอ่อนแอ ยอมก้มหัวให้คนในบ้านเฉินรังแกมาตลอดแรมปี จะลุกขึ้นมาสู้หน้าตาเฉยแถมยังถืออาวุธใกล้มือที่อันตรายถึงผิวหนังพุพองได้ขนาดนี้ "นัง... นังสารเลว! แกกล้าดียังไงมาขู่แม่!" สะใภ้ใหญ่กรีดร้องเสียงแหลมด้วยความโมโหแต่ก็ไม่กล้าขยับเข้าไปใกล้ ขาเรียวเล็กที่ก้าวถอยหลังทำให้เกือบสะดุดธรณีประตู "ขู่เหรอคะ? ดิฉันแค่ต้มน้ำแกงบำรุงร่างกายไว้รอสามีกลับมาต่างหากล่ะค่ะ แต่ถ้าพวกท่านอยากชิมรสชาติความร้อนแรงของมันก่อนล่ะก็ ดิฉันก็ยินดีจะสาดต้อนรับให้สมเกียรติเลยนะคะ" หลินฟางเซียนแย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ดวงตากลมโตเป็นประกายวับวาวด้วยความสะใจยามได้เห็นสีหน้าเขียวคล้ำปนความหวาดระแวงของสองแม่ลูก ปัง! นางกระแทกประตูไม้ปิดใส่หน้าทั้งสองคนอย่างแรงจนฝุ่นตลบ เสียงสบถด่าทอดังแว่วมาจากด้านนอกอีกสองสามคำก่อนจะค่อยๆ เงียบหายไปเมื่อคงทนความอับอายและกลิ่นอายคุกคามไม่ไหว หลินฟางเซียนแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ วางกระบวยลงบนเตาอย่างใจเย็น พลางกวาดสายตามองรอบห้องครัวที่คับแคบและเต็มไปด้วยคราบเขม่า ในเมื่อร่างกายนี้เป็นของนางแล้ว และมีมิติลับคลังสมุนไพรโบราณติดตัวมาด้วย ชีวิตในยุค 70 ที่ผู้คนขัดสนอดอยากแห่งนี้ ย่อมต้องถูกนางพลิกโฉมให้กลายเป็นสวรรค์ย่อมๆ แน่! คิดได้ดังนั้น นางจึงแอบหยิบโสมภูเขาอายุร้อยปีชิ้นเล็กออกจากมิติลับ มาฝานบางๆ ใส่ลงในหม้อซี่โครงหมูตุ๋นยาจีนที่นางแอบเนรมิตวัตถุดิบชั้นดีออกมาจากมิติ กลิ่นหอมหวานละมุนของสมุนไพรล้ำค่าผสมผสานกับเนื้อหมูตุ๋นเปื่อยนุ่มเริ่มส่งกลิ่นตลบอบอวลทะลุผนังบ้านดินออกไปจนทั่วบริเวณ ทว่า ความสงบสุขในยามสายกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมเสียงร้องไห้โฮของหญิงชาวบ้านคนหนึ่งที่ดังแทรกเข้ามา "ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยลูกฉันด้วย! หมอเถียนในหมู่บ้านบอกว่าหมดปัญญาแล้ว ลูกฉันกำลังจะตายแล้ว ฮือๆๆ!" หลินฟางเซียนขมวดคิ้วเล็กน้อย รีบเดินไปเปิดประตูออกดู ก็พบกับหลี่ชุนหัว หญิงชาวบ้านร่างผอมเกร็งเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง กำลังอุ้มเด็กชายวัยราวๆ เจ็ดขวบที่ตัวร้อนจัด ใบหน้าเขียวคล้ำ ริมฝีปากม่วงช้ำ และมีอาการชักเกร็งอย่างน่ากลัว หายใจรวยรินใกล้หมดสติ "คุณฟางเซียน! ได้โปรดเถอะค่ะ ช่วยลูกชายฉันที หมอเถียนบอกว่าเขาเป็นโรคประหลาดจากภูตผีปีศาจ รักษาไม่ได้แล้ว ฮือๆๆ" หลี่ชุนหัวคุกเข่าลงแทบเท้าของนาง เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความสิ้นหวัง ชาวบ้านหลายคนที่ยืนมุงดูอยู่ต่างพากันซุบซิบ "ตายจริง อาเป่าเป็นอะไรน่ะ ตัวแข็งเชียว" "หมอเถียนบอกว่าโดนลมเพลมพัดนะสิ ใครจะไปรักษาหาย" "แล้วภรรยาเจ้าเฉินจะทำอะไรเป็น นางเป็นแค่เด็กในเมืองที่อ่อนแอจะตายไป" เสียงวิจารณ์ดังเซ็งแซ่ แต่หลินฟางเซียนหาได้สนใจไม่ สายตาคมกริบของแพทย์หญิงอัจฉริยะกวาดมองอาการของเด็กน้อยเพียงปราดเดียว นางก็วิเคราะห์โรคออกทันที อาการแบบนี้ไม่ใช่ภูตผีปีศาจที่ไหน แต่มันคือ "โรคไข้สมองอักเสบเฉียบพลัน" ผสมผสานกับอาการแพ้พิษแมลงร้ายอย่างรุนแรง หากปล่อยไว้อีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมง สมองเด็กน้อยจะถูกทำลายและเสียชีวิตอย่างแน่นอน! "ลุกขึ้นค่ะพี่ชุนหัว อย่าเพิ่งร้องไห้ รีบพาเด็กเข้ามาในบ้านเร็วเข้า!" หลินฟางเซียนไม่พูดพร่ำทำเพลง นางตรงเข้าไปประคองร่างของหลี่ชุนหัวและอุ้มเด็กชายอาเป่าวางลงบนเตียงไม้อย่างรวดเร็วและทะมัดทะแมง "ฟางเซียน แกจะทำอะไรหลานฉัน!" เสียงแหลมปรี๊ดของแม่สามีที่เพิ่งเดินกลับมาพร้อมพี่สะใภ้ร้องโวยวายขึ้นทันทีเมื่อเห็นนางพาคนแปลกหน้าเข้าบ้าน "อย่ามาทำอุตรดิตถ์ในบ้านฉันนะ ถ้าเด็กนี่ตายในบ้านเรา แกต้องรับผิดชอบคนเดียว!" หลินฟางเซียนหันขวับไปมองด้วยสายตาเย็นเยียบจนแม่สามีผงะ "ถ้าไม่อยากให้บ้านนี้มีกลิ่นศพ ก็หุบปากแล้วไสหัวออกไปซะ! ถ้าเด็กคนนี้เป็นอะไรไปเพราะพวกท่านขัดขวางการรักษา ฉันจะฟ้องคอมมิวนิตี้หมู่บ้านแน่ว่าพวกท่านปล่อยให้คนตายต่อหน้าโดยไม่ช่วย!" คำขู่ที่เฉียบขาดและแววตาดุดั่งพญายมทำให้แม่สามีหน้าซีดเผือด ไม่กล้าเอ่ยปากพูดอะไรออกมาอีก หลินฟางเซียนไม่รอช้า นางหยิบชุดเข็มเงินโบราณที่ซ่อนอยู่ในมิติลับออกมาอย่างไร้ร่องรอย มือเรียวบางสะบัดเข็มลงบนจุดชีพจรสำคัญของเด็กชายอาเป่าอย่างแม่นยำและรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ ทุกจุดที่ฝังลงไปล้วนกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตและขับพิษออกจากสมอง "อึ๥..." เด็กน้อยส่งเสียงครางแผ่วเบา ร่างกายที่เคยชักเกร็งเริ่มผ่อนคลายลง ลมหายใจที่ขาดห้วงเริ่มกลับมาสม่ำเสมอขึ้นทีละน้อย หลี่ชุนหัวมองภาพนั้นด้วยความตกตะลึงอ้าปากค้าง เช่นเดียวกับชาวบ้านที่แอบชะโงกหน้าเข้ามาดูทางหน้าต่าง ต่างพากันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นี่มันวิชาแพทย์อันใดกัน รวดเร็วและน่าอัศจรรย์ยิ่งกว่าหมอประจำคอมมิวนิตี้เสียอีก! ผ่านไปราวสิบนาที หลินฟางเซียนดึงเข็มเงินเล่มสุดท้ายออก เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้าสวย นางหยิบน้ำยาสมุนไพรสกัดเข้มข้นจากมิติลับป้อนใส่ปากเด็กน้อยอย่างระมัดระวัง พรวด! เด็กชายอาเป่าสำลักออกมาเล็กน้อย ก่อนจะอเจียรของเหลวสีดำคล้ำที่มีกลิ่นเหม็นอับออกมาเต็มชาม ทันทีที่ขับพิษออกหมด สีหน้าที่เคยเขียวคล้ำก็เริ่มกลับมามีเลือดฝาด ลมหายใจยาวขึ้น และดวงตากลมโตก็ค่อยๆ ลืมขึ้นมองมารดาด้วยความงุนงง "แม่จ๋า..." เสียงแหบแห้งเอ่ยเรียก หลี่ชุนหัวโผเข้ากอดลูกชายแน่น ร้องไห้โฮออกมาด้วยความดีใจจนแทบขาดใจตาย นางหันมาโขกศีรษะขอบคุณหลินฟางเซียนซ้ำๆ "ขอบคุณค่ะคุณหมอ! ขอบคุณท่านจริงๆ ชีวิตนี้ถ้าไม่มีท่าน ลูกฉันคงไม่รอดแล้ว!" หลินฟางเซียนยิ้มรับบางๆ กำลังจะเอ่ยปากบอกให้พักผ่อน ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูก่อนที่ร่างสูงใหญ่คุ้นตาของเฉินเหว่ย สามีหนุ่มนายทหารจะก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งเครียดและเนื้อตัวที่เปื้อนโคลนจากการทำงานหนัก ทว่า สายตาคมกริบของเฉินเหว่ยกลับกวาดมองไปเห็นเด็กชายที่หายใจเป็นปกติบนเตียง และร่างภรรยาวยืนถือเข็มเงินเปื้อนคราบเลือดอยู่กลางห้อง ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของชาวบ้านนับสิบชีวิต เฉินเหว่ยชะงักฝีเท้า หัวใจกระตุกวูบ ภรรยาตัวน้อยของเขา... ไปเรียนรู้วิชาแพทย์ช่วยคนตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้นะคะ ❤️ - อวี้ซินหมอยายุค 70
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีทหารให้รุ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%