คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีทหารให้รุ่ง•ตอนที่ 26

คืนวันอันหวานชื่น

ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
กลิ่นหอมกรุ่นของตุ๋นรากบัวยัดไส้เนื้อหมูสามชั้นแทรกมันสีชมพูเรื่อ ลอยอบอวลตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวขนาดเล็กในบ้านพักนายทหาร หลินฟางเซียนใช้ทัพพีไม้คนซุปในหม้อดินเผาอย่างใจเย็น ไอความร้อนสีขาวนวลพวยพุ่งขึ้นกระทบกับใบหน้าเนียนใสที่เปล่งปลั่งขึ้นกว่าวันแรกที่นางทะลุมิติต่างกาลเวลามาอย่างเห็นได้ชัด ชีวิตในยุคเจ็ดสิบนี้แม้จะขาดแคลนในสายตาคนทั่วไป แต่นางกลับใช้สมุนไพรจากมิติวิเศษและการวางแผนค้าขายอย่างชาญฉลาด จนทำให้คลังแสงและท้องกระเพาะของบ้านเราอุดมสมบูรณ์เสียยิ่งกว่าบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านเสียอีก "ภรรยา... กลิ่นหอมฟุ้งไปถึงหน้าปากซอยโน่นแน่ะ คนเดินผ่านไปมาต้องแอบกลืนน้ำลายกันเป็นแถวแน่ๆ" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความอ่อนโยนดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับวงแขนแข็งแกร่งของนายทหารหนุ่มเฉินเหว่ยที่สวมกอดเอวคอดของนางไว้อย่างหลงใหล ฝ่ามือหยาบกร้านจากการจับจอบจับเสียมและปืนไรเฟิลค่อยๆ โอบกระชับเข้าหาตัวอย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าภรรยาตัวน้อยคนนี้จะเป็นเพียงภาพมายาที่จะสลายหายไปในยามเช้า ฟางเซียนเอียงคอเล็กน้อย ปรายตามองสามีที่ตัวโตราวกับภูเขาแต่กลับชอบทำตัวเหมือนลูกสุนัขตัวใหญ่ที่ออดออดขอความรักจากนาง นางอดไม่ได้ที่จะใช้ปลายนิ้วเรีย้างามจิ้มลงไปที่หน้าผากกว้างเบาๆ อย่างหมั่นไส้ "ตัวโตเสียเปล่า แต่ชอบมาทำตัวติดภรรยาอยู่ในครัว ระวังเถอะค่ะ... ถ้าเพื่อนทหารของคุณมาเห็นเข้า จะเอาไปล้อว่ากลัวภรรยาจนไม่ยอมออกไปฝึกซ้อม" "ให้ล้อไปส้า... ข้ามีภรรยาทั้งสวย ทั้งเก่ง แถมยังทำอาหารอร่อยเลิศรสถึงเพียงนี้ ใครไม่ อิจฉาข้าก็บ้าแล้ว!" เฉินเหว่ยหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อยด้วยความเขินอาย แต่ทว่าอ้อมแขนกลับยิ่งกระชับแน่นขึ้นไปอีก เขาก้มลงสูดดมความหอมอ่อนๆ ที่ซอกคอระหงของภรรยาอย่างมัวเมา "วันนี้เหนื่อยไหมครับ... เอ๊ย! วันนี้เหนื่อยไหมจ๊ะ... พี่หมายถึง เจ้าเหนื่อยหรือเปล่า วันนี้ต้องจัดการทั้งเรื่องสมุนไพรในแปลงทดลองแถมยังต้องตรวจรักษาชาวบ้านอีก" ฟางเซียนอมยิ้มขบขันกับความตื่นตระหนกของสามีที่มักจะเผลอพูดจาเป็นทางการใส่ภรรยาอยู่เรื่อย นางพลิกตัวกลับมาเผชิญหน้า วางทัพพีไม้ลงบนโต๊ะไม้ไผ่ แล้วยกมือขึ้นโอบรอบลำคอหนาของเขาไว้ ดวงตากลมโตเป็นประกายราวกับดวงดาวในยามค่ำคืน "เหนื่อยค่ะ... แต่พอเห็นหน้าคุณ และได้กลิ่นหอมของอาหารฝีมือตัวเอง ความเหนื่อยล้าก็หายเป็นปลิดทิ้งแล้ว" นางกระซิบเสียงหวาน จงใจทอดเสียงให้อ่อนนุ่มจนคนฟังหัวใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ เฉินเหว่ยรู้สึกราวกับเลือดในกายสูบฉีดพลุ่งพล่าน ความรู้สึกรักใคร่ทะนุถนอมพรั่งพรูออกมาจนล้นปรี่ ตั้งแต่แต่งงานกันมา หญิงสาวตรงหน้าไม่เพียงแต่เปลี่ยนชีวิตครอบครัวที่เคยถูกญาติพี่น้องฝ่ายสามีสูบเลือดสูบเนื้อให้กลายเป็นครอบครัวที่มั่งคั่งและน่าอิจฉาที่สุดในกองพล นางยังมอบความอบอุ่นที่เขาไม่เคยได้รับมาตลอดชีวิตวัยเด็ก มือหนายกขึ้นประคองแก้มเนียนนุ่ม นิ้วโป้งลูบไล้ผิวแก้มเบาๆ ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะโน้มลงมาประทับจูบแผ่วเบาที่หน้าผาก ไล่ลงมาที่ปลายจมูกรั้น และหยุดอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อ สัมผัสที่ถ่ายทอดออกมาเต็มไปด้วยความรัก ความซื่อสัตย์ และความผูกพันลึกซึ้งที่กาลเวลาและอุปสรรคใดก็ไม่อาจสั่นคลอน บรรยากาศภายในห้องครัวอบอวลไปด้วยความหวานชื่นราวกับน้ำผึ้งเดือนห้า แม้ภายนอกลมหนาวของฤดูหนาวในมณฑลทางเหนือจะพัดโชยเข้ามาจนหน้าต่างไม้สั่นไหว แต่ภายในอ้อมกอดนี้กลับอบอุ่นเสียยิ่งกว่าเตาผิงไฟกองใหญ่ "อืม... ซุปรากบัวใกล้ได้ที่แล้วนะคะ ถ้าขืนคุณยังกอดฉันแน่นไม่ยอมปล่อยแบบนี้ มื้อค่ำของเราคงได้ไหม้คาหม้อเป็นแน่" ฟางเซียนส่งเสียงประท้วงเบาๆ เมื่อลมหายใจเริ่มติดขัด และสัมผัสของสามีเริ่มลึกซึ้งเกินกว่าจะปล่อยให้เลยตามเลยในห้องครัว เฉินเหว่ยผละริมฝีปากออกอย่างเสียดาย ดวงตาคมกริบเป็นประกายวิบวับด้วยความพึงพอใจ เขายอมปล่อยมือจากเอวบางแต่โดยดี แต่ยังคงฉวยโอกาสหอมแก้มขาวผ่องฟอดใหญ่ไปอีกทีด้วยความหมั่นเขี้ยว "ก็ได้ๆ ข้าจะยอมปล่อยเจ้าไปก่อนนะภรรยา แต่คืนนี้... ยังอีกยาวไกลนัก" เขาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่มีความนัยแอบแฝง ทำเอาหมอหญิงผู้เก่งกาจและไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหนถึงกับใบหน้าร้อนผ่าว หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก นางค้อนใส่สามีไปหนึ่งวงใหญ่ด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะหันไปจัดการตักซุปรากบัวตุ๋นกระดูกหมูใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีขาวลายครามควันฉุย กลิ่นหอมของรากบัวที่เคี่ยวจนนุ่มละมุนลิ้นผสมผสานกับความหวานกลมกล่อมของน้ำซุปกระจายไปทั่วห้อง ตามด้วยผัดผักกวางตุ้งไฟแดงกรอบอร่อย และปลาตั๊กแตนทอดกรอบสีทองอร่ามที่นางเพิ่งแอบหยิบออกมาจากมิติลับโดยใช้ข้ออ้างว่าไปซื้อมาจากตลาดมืดในเมือง ทั้งสองนั่งลงร่วมโต๊ะอาหารด้วยกัน บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะรื่นเริงและการคีบอาหารใส่ชามให้กันอย่างเอาอกเอาใจ เฉินเหว่ยไม่ลืมที่จะตักชิ้นเนื้อหมูสามชั้นที่นุ่มที่สุดให้ภรรยา ส่วนฟางเซียนก็คอยตักน้ำซุปร้อนๆ ให้สามีซดแก้หนาว "อร่อยมากครับ ฝีมือภรรยานี่เป็นเลิศจริงๆ ต่อให้เป็นเชฟภัตตาคารในเมืองหลวงก็ยังสู้ไม่ได้" เฉินเหว่ยเอ่ยชมด้วยความจริงใจขณะเคี้ยวอาหารตุ๋นจนแก้มตุ่ย "ถ้าชอบก็ทานเยอะๆ นะคะ พรุ่งนี้คุณต้องไปฝึกภาคสนามไม่ใช่หรือไง ต้องใช้พลังงานมากนะคะ" นางยิ้มรับอย่างอารมณ์ดี ทว่า ในขณะที่ช่วงเวลาแห่งความสุขกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นอย่างรุนแรงและเร่งรีบจากหน้าบ้าน ทำลายบรรยากาศอันเงียบสงบลงในพริบตา! ปัง! ปัง! ปัง! "เฉินเหว่ย! หลินฟางเซียน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" เสียงตะโกนโวยวายด้วยความตื่นตระหนกของเพื่อนบ้านดังทะลุประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงฝีเท้าหลายคู่ที่กรูเข้ามาล้อมรอบตัวบ้านพัก เฉินเหว่ยขมวดคิ้วมุ่น วางตะเกียบในมือลงทันที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นแววตาดุดันขึ้นมาทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์ที่ไม่สู้ดีนัก ส่วนฟางเซียนรีบวางชามซุปในมือลง ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มเปลี่ยนเป็นเรียบเฉย เย็นเยียบ และเต็มไปด้วยความระแวดระวัง นางลุกขึ้นยืนเคียงข้างสามี พร้อมกับแอบซ่อนเข็มเงินอาบยาพิษไว้ในแขนเสื้ออย่างรวดเร็ว "ใครกันที่มาขัดจังหวะในยามวิกาลเช่นนี้..." ฟางเซียนพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "อวี้ซินหมอยายุค 70" มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีทหารให้รุ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%