"ถ้าแกยังกล้าเอาสมุนไพรบำรุงเลือดราคาถูกพวกนี้มาวางขายแข่งกับร้านสกุลจ้าวในตลาดมืดอีก อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับถ้วยชาเซรามิกเคลือบหยาบที่ถูกกระแทกจนน้ำชาสีเข้มกระเซ็นเปรอะเปื้อนแผงไม้ไผ่ หลินฟางเซียนมิได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย นางเพียงปรายตามองหญิงวัยกลางคนสวมเสื้อผ้าเนื้อดีเกินชาวบ้านทั่วไป ร่างอวบอึ๋มที่เชิดหน้าชูตาด้วยความหยิ่งยโส นางคือ 'เจ๊จ้าว' ภรรยาของรองหัวหน้าสหกรณ์การค้าประจำอำเภอ ผู้ผูกขาดการค้าขายใต้ดินในย่านนี้มานานหลายปี
ฟางเซียนยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่สวยที่ฉายแววเยียบเย็น นางค่อยๆ วางห่อกระดาษสีน้ำตาลที่บรรจุยาจีนบำรุงธาตุสูตรลับลงบนแผงอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าสบตากับอีกฝ่ายตรงๆ
"ร้านสกุลจ้าวผูกขาดตลาดนี้ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าผูกขาดความตายของชาวบ้านได้นะคะ สินค้าของฉันราคาเข้าถึงได้ ผลลัพธ์ชัดเจน คนจนในหมู่บ้านมีสิทธิ์ที่จะมีสุขภาพดี ไม่ใช่ต้องรอความตายเพราะจ่ายค่ายาแพงๆ ของพวกคุณไม่ไหว"
คำพูดที่เฉียบคมราวกับมีดผ่าตัดกรีดลงกลางใจ ทำให้เจ๊จ้าวหน้าดำคร่ำเครียดจนกลายเป็นสีตับหมู นางสะบัดมือสั่งลูกสมุนร่างกำยำสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังทันที "จัดการรื้อแผงมันซะ! สอนให้เด็กนี่รู้ว่าใครคือเจ้าถิ่น!"
บรรยากาศรอบตลาดมืดพลันเงียบกริบลงทันตา พ่อค้าแม่ขายคนอื่นๆ ต่างพากันหลบสายตา ถอยร่นไปยืนดูอยู่ห่างๆ ด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าหาญพอจะยื่นมือเข้ามาช่วยแพทย์หญิงป้ายแดงจากหมู่บ้านห่างไกลผู้นี้ ทว่า ในวินาทีที่หมัดหนาของลูกสมุนคนหนึ่งกำลังจะพุ่งเข้าปัดแผงสมุนไพร มือแกร่งดั่งคีมเหล็กคู่หนึ่งก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือนั้นอย่างรวดเร็วจนเกิดเสียงกระดูกลั่นเบาๆ
"ใครอนุญาตให้แตะต้องภรรยาของฉัน"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังลอดไรฟัน เฉินเหว่ยสามีหนุ่มนายทหารที่เพิ่งเสร็จจากการตรวจแปลงเกษตรก้าวเข้ามาประชิดตัวภรรยา ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม นัยน์ตาดุจเหยี่ยวคู่นั้นมองลูกสมุนตัวโตด้วยแววตานิ่งสนิท แต่แผ่รังสีคุกคามจนอีกฝ่ายถึงกับหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว
เจ๊จ้าวเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเชิดหน้าขึ้นแล้วเอ่ยเสียงแหลมสูงขู่ "ฮึ! เป็นทหารแล้วยังไง ใหญ่มาจากไหน ถึงกล้ามาหาเรื่องคนของสหกรณ์การค้า ระวังตัวไว้เถอะ ผัวฉันจะสั่งปลดแกออกจากราชการและไล่พวกแกออกจากอำเภอนี้ในสามวัน!"
ฟางเซียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงไพเราะแต่แฝงด้วยความเย้ยหยัน "ปลดสามีฉันหรือคะ? เกรงว่าก่อนที่สามีฉันจะถูกปลด คุณนายจ้าวคงต้องอธิบายให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญชีฟังก่อนกระมัง ว่าเอาสินค้าหลวงไปเวียนขายทำกำไรเข้ากระเป๋าตัวเองอย่างไรบ้าง... หื้ม เอกสารบัญชีลับชุดนั้น ฉันบังเอิญเก็บได้ที่ใต้ต้นไม้หลังสหกรณ์เมื่อวานนี้เองค่ะ สนใจจะดูสักหน่อยไหมคะ?"
สิ้นคำพูดนั้น สีหน้าของเจ๊จ้าวก็เปลี่ยนจากสีตับหมูเป็นขาวซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีเลือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด นางอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก
เฉินเหว่ยโอบไหล่ภรรยาเข้ามาแนบชิด กลิ่นอายบุรุษที่อบอุ่นและปลอดภัยทำให้ฟางเซียนเอนกายพิงเล็กน้อยอย่างไว้วางใจ ชายหนุ่มกวาดสายตามองกลุ่มคนพาลด้วยความเยือกเย็น ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
"ถ้าพวกคุณยังกล้ามาวุ่นวายกับภรรยาของผมอีก ผมไม่สนหรอคกระดาษแผ่นเดียวจะไปถึงมือใคร แต่อำเภอนี้จะไม่มีที่ยืนให้คนโกงกินแน่นอน ไดรฟ์สืบสวน... อ้อ หมายถึงหลักฐานทั้งหมดอยู่ในมือผมแล้ว ไดไสหัวไปซะ!"
กลุ่มคนของเจ๊จ้าวรีบหามลูกน้องที่ข้อมือเคล็ดถอยร่นหนีหายไปกับความมืดอย่างรวดเร็วท่ามกลางเสียงซุบซิบของชาวบ้านในตลาด
เมื่อจัดการปัดกวาดพวกตัวน่ารำคาญจนเกลี้ยงแล้ว สองสามีภรรยาจึงเดินทางกลับบ้านด้วยความผ่อนคลาย ระหว่างทางเดินดินลูกรังยามค่ำคืน ลมหนาวพัดโชยมาปะทะผิวหน้า แต่หัวใจของทั้งคู่กลับอบอุ่นอย่างประหลาด
เมื่อมาถึงบ้านพักหลังน้อย เฉินเหว่ยก็รีบถอดเสื้อโค้ทหนามาคลุมไหล่ให้ภรรยา พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแกมดุ "คราวหลังมีเรื่องแบบนี้ต้องบอกผมก่อนรู้ไหมครับ อย่าเอาตัวไปเสี่ยงอันตรายคนเดียวอีก"
ฟางเซียนยิ้มหวาน นางเอื้อมมือไปบีบแก้มสากของสามีเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว "ฉันไม่ใช่เด็กสาวอ่อนแอนะคะคุณเฉิน แค่ปลาซิวปลาสร้อยพวกนั้น ฉันจัดการเองได้สบายมากค่ะ ว่าแต่... วันนี้คุณสามีช่วยชีวิตฉันไว้ หลุมพรางศัตรูถูกทำลายลงอย่างงดงาม ฉันควรมีรางวัลอะไรให้คุณดีนะ?"
ดวงตาคมกริบของชายหนุ่มเป็นประกายวับวายในความมืด เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้ม "รางวัลอะไรก็ได้ครับ... แต่ตอนนี้ ผมได้กลิ่นหอมอะไรบางอย่างลอยมาจากในครัวแล้วล่ะ"
ฟางเซียนหัวเราะคิกคัก นางผลักอกแกร่งเบาๆ แล้วหมุนตัวเดินเข้าครัวไป จุดตะเกียงน้ำมันก๊าดสลัวๆ ก่อนจะเปิดฝาหม้อดินเผาที่เคี่ยวตุ๋นมาตั้งแต่เช้า
กลิ่นหอมกรุ่นของ 'ไก่ตุ๋นโสมป่าและเห็ดหอมในมิติลับ' พวยพุ่งทะลักออกมาทันที น้ำซุปสีทองใสแจ๋วที่เคี่ยวจนกระดูกไก่เปื่อยยุ่ย ส่งควันความร้อนกรุ่นลอยฟุ้งไปทั่วห้องครัวขนาดเล็ก กลิ่นหอมเย้ายวนของสมุนไพรบำรุงกำลังลอยละล่องอบอวลไปทั่วบริเวณบ้าน จนทำให้เฉินเหว่ยที่เดินตามเข้ามาถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างอดไม่ได้
น้ำซุปเข้มข้นรสชาติกลมกล่อม โรยด้วยขิงแก่ซอยบางและพริกไทยดำหอมกรุ่น ตักราดลงบนข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงจากเมล็ดข้าวในมิติลับ เม็ดอวบอ้วนขึ้นเงางามน่ากิน เป็นเมนูฟื้นฟูร่างกายชั้นยอดที่ช่วยขับไล่ความเหนื่อยล้าในวันนี้ให้หายเป็นปลิดทิ้ง
ฟางเซียนตักน้ำซุปใส่ถ้วยส่งให้สามี พร้อมกับรอยยิ้มพึงพอใจ ทว่า ในขณะที่เฉินเหว่ยกำลังจะรับถ้วยซุปจากมือภรรยา เสียงเคาะประตูรั้วบ้านไม้ไผ่ก็ดังขึ้นรัวเร็วและรุนแรงยามวิกาล... ปัง! ปัง! ปัง!
"พี่เฉิน! พี่สะใภ้!แย่แล้วครับ! คุณแม่... คุณแม่ล้มฟุบหมดสติไปที่บ้านใหญ่ เลือดกำเดาไหลไม่หยุด ชีพจรเต้นอ่อนมาก รีบไปดูเร็วเข้า!"
เสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของน้องชายสามีดังแทรกความเงียบขึ้นมา ทำให้ถ้วยซุปหอมกรุ่นในมือของฟางเซียนชะงักค้างกลางอากาศทันที
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "อวี้ซินหมอยายุค 70" มาโดยตลอดนะคะ!
คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีทหารให้รุ่ง•ตอนที่ 27
ภัยมืดที่เริ่มคืบคลาน
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีทหารให้รุ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!