นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ•ตอนที่ 7

ใต้เงาป่าสน

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
กลิ่นดินชื้นและกลิ่นยางสนดิบอบอวลจนน่าคลื่นไส้ มันไม่ใช่กลิ่นหอมสะอาดสดชื่นอย่างที่คนเมืองจินตนาการถึงป่าเขา หากแต่เป็นกลิ่นอับทึบของซากใบไม้เน่าเปื่อยหมักหมมทับถมกันมานานแรมปี ราวกับสุสานธรรมชาติที่จงใจกลบฝังความลับเน่าเฟะบางอย่างไม่ให้ผุดขึ้นมาหายใจ รินรดาก้าวเท้าลงบนพื้นดินที่ยุบยวบเล็กน้อย รองเท้าผ้าใบสีขาวบัดนี้เปรอะเปื้อนคราบโคลนสีน้ำตาลคล้ำ เธอกระชับเสื้อแจ๊กเก็ตกันหนาวสีเข้มเข้าหากันแน่น แม้อากาศรอบตัวจะเย็นยะเยือกจนลมหายใจเป็นไอขาว แต่แผ่นหลังของเธอกลับชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อกาฬจากความตึงเครียดที่เกาะกุมหัวใจไม่ยอมคลาย กระดาษโน้ตแผ่นยับยี่สารพัดรอยพับอยู่ในมือเธอ มันคือลายมือหวัดๆ ที่ระบุพิกัดตรงนี้—ป่าสนทึบหลังคฤหาสน์เก่าแก่ตระกูลอัศวโยธิน สถานที่ที่ถูกลืมเลือนไปจากแผนที่ทางการ "อย่าเดินล้ำหน้าผมไปเกินสองก้าว ริน" เสียงกระซิบต่ำทุบทำลายความเงียบงันของผืนป่า ภาคินก้าวตามมาติดๆ สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากราดมองไปรอบทิศทางอย่างระแวดระวัง มือขวาของเขาไม่ได้อยู่ในกระเป๋าเสื้อเหมือนเคย แต่มันซุกอยู่ใกล้ด้ามเหล็กพกพาที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อแจ๊กเก็ต—ความระแวงที่นักข่าวสนามอย่างเขาเรียนรู้ว่ามันช่วยชีวิตได้บ่อยครั้งกว่าความไว้ใจ รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความหวาดหวั่นที่กำลังตีตื้นขึ้นมาจุกคอหอย เธอยกกระดาษในมือขึ้นเทียบกับทัศนียภาพเบื้องหน้า ต้นสนสามใบขนาดมหึมาสามต้นยืนเรียงรายกันเป็นรูปสามเหลี่ยม ตรงกลางระหว่างรากไม้ใหญ่นั้น มีกองดินที่ถูกขุดคุกลงไปใหม่—มันเด่นชัดเสียจนสะดุดตา ท่ามกลางวัชพืชรกเรื้อ "ตรงนั้น..." เสียงของเธอแหบพร่า เธอกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก "ในจดหมายบอกว่า... ถ้าอยากรู้ความจริงเรื่องคืนวันที่แม่ฉันหายตัวไป ให้มาขุดดูใต้รากสนต้นกลาง" ภาคินไม่ตอบทันที เขาก้าวแซงขึ้นมาอยู่เบื้องหน้า บังร่างของหญิงสาวไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาจดจ้องไปยังกองดินเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกกังขา มันง่ายเกินไป ง่ายจนน่ากลัว เหมือนมีใครบางคนจงใจ "จัดฉาก" ต้อนพวกเขาให้เดินเข้ามาติดกับในกรงที่เตรียมไว้ "คุณคิดว่ามันเป็นหลุมศพ... หรือหลุมพราง?" ภาคินถามเสียงเรียบ แต่กล้ามเนื้อที่สันจรามของเขากำลังนูนเด่นจากการขบกรามแน่น "ไม่ว่าจะอะไร เราก็ต้องพิสูจน์" รินรดาตัดบทด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้มั่นคง แม้ขาของเธอจะสั่นเทาจนแทบรับน้ำหนักตัวเองไม่ไหว ปมในวัยเด็กที่ขาดหาย ความทรงจำสีเทาที่ถูกลบเลือนด้วยน้ำมือของผู้ใหญ่ใจร้ายในบ้านหลังนั้น กำลังร้องเรียกหาคำตอบ คำตอบที่เธอเฝ้าตามหามาค่อนชีวิต ทั้งคู่ทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้นดินชื้นแฉะ ภาคินใช้เสียมสนามขนาดพกพาที่เตรียมมาค่อยๆ ตักดินออกทีละน้อยอย่างระมัดระวัง เสียงโลหะกระทบกับรากไม้และก้อนหินดังแกร็กกรากท่ามกลางความเงียบสงัดของป่าสน มีเพียงเสียงลมพัดหวีดหวิวผ่านยอดสนสูงราวกับเสียงกระซิบกระซาบจากคนตาย ผ่านไปเกือบสิบนาทีที่ไม่มีใครปริปากพูดอะไร กองดินถูกขุดลึกลงไปราศอกเศษ จนกระทั่งเสียมของภาคินกระทบเข้ากับวัตถุแข็งบางอย่างที่ฝังอยู่ใต้ดิน *กึ๊ก!* รินรดากลั้นหายใจ หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก เธอใช้มือเปล่าปัดเศษดินที่เกาะอยู่ออกอย่างลนลาน เผยให้เห็นมุมของกล่องเหล็กขึ้นสนิมสีเข้ม กล่องทึบแสงขนาดเท่ากล่องพยาบาลที่ถูกปิดผนึกไว้อย่างแน่นหนาด้วยเทปกาวสีดำ "เจอแล้ว..." รินรดากระซิบ มือเรียวสั่นเทาขณะเอื้อมไปสัมผัสผิวโลหะเย็นเฉียบนั้น ภาคินช่วยดึงกล่องเหล็กหนักอึ้งนั้นขึ้นมาจากหลุมดิน ทั้งคู่ช่วยกันแกะเทปกาวที่เปื่อยยุ่ยออกด้วยความยากลำบาก กลิ่นอับชื้นพวยพุ่งออกมาทันทีที่ฝากล่องถูกงัดเปิดออก ภายในกล่อง... ไม่ใช่โครงกระดูกอย่างที่รินรดาแอบหวาดกลัวในใจ แต่กลับเป็นสมุดบันทึกปกหนังสีดำที่เปื่อยยุ่ยไปครึ่งเล่ม ซองเอกสารราชการประทับตราลับสีแดง และที่สะดุดตาที่สุดคือ... ตุ๊กตาผ้าหน้าตาประหลาดตัวหนึ่ง ที่เปื้อนคราบสีน้ำตาลเข้มคล้ายรอยเลือดแห้งกรัง รินรดานิ่งงิ่งไปทันทีที่เห็นตุ๊กตาตัวนั้น สมองส่วนลึกกระตุกวูบ ภาพความทรงจำสีเลือด ภาพเสียงกรีดร้องในคืนฝนตก และกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งตีกลับเข้ามาในหัวจนเธอต้องยกมือขึ้นกุมขมับด้วยความเจ็บปวดร้าวลึก "ริน! เป็นอะไรไป?" ภาคินเอื้อมมือมาประคองไหล่เธอไว้ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกเมื่อเห็นใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดของหญิงสาว "ฉัน... ฉันจำได้..." รินรดากล่าวเสียงสั่นเครือ น้ำตาเอ่อคลอเบ้า "ตุ๊กตาตัวนี้... ฉันเคยมีมัน แม่เป็นคนเย็บให้ฉันกับมือ... และคืนนั้น... คืนที่แม่ถูกฆ่า... ฉันก็กอดมันไว้แน่นที่สุด..." ภาคินขมวดคิ้วมุ่น เขารีบหยิบซองเอกสารขึ้นมาเปิดดู แสงสลัวๆ จากป่าสนทำให้เขาต้องเพ่งมองกระดาษแผ่นเก่าที่เหลืองกรอบ เอกสารรายงานการสอบสวนคดีอุบัติเหตุเมื่อยี่สิบปีก่อน... แต่ชื่อผู้เสียชีวิตในนั้น กลับถูกขีดฆ่าด้วยปากกาหมึกสีแดงฉาน และเขียนทับด้วยลายมือหวัดๆ ของใครบางคน *—ถูกฆาตกรรม อำพรางคดีโดยคำสั่งของคนตระกูลอัศวโยธิน—* ดวงตาของภาคินเบิกกว้างขึ้นทันทีเมื่อกวาดสายตาอ่านบรรทัดสุดท้ายของเอกสาร "ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุ ริน... แม่ของเธอถูก..." *แกร๊ก!* เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นแผ่วเบาจากด้านหลัง ท่ามกลางความมืดทึบของแนวสน ห่างออกไปไม่ถึงสิบเมตร ภาคินดีดตัวลุกขึ้นยืนบังรินรดาไว้ทันที สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องลั่นในหัว เขากวาดสายตาฝ่าความสลัวของโพล้เพล้ไปเบื้องหน้า และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาก็ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ ร่างระหงของคุณหญิงศจียืนสงบนิ่งอยู่หลังลำต้นสนใหญ่ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงสดตัดกับใบหน้าซีดเซียว ดวงตาคู่นั้นจ้องมองมาที่พวกเขาอย่างเหี้ยมเกรียม ราวกับพญาอินทรีที่มองเหยื่อติดจั่น "เก่งมาก... ที่ตามหาจนเจอ" เสียงราบเรียบแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงัน "หลานรัก... แกทำให้ฉันเสียเวลาตามเก็บกวาดขยะพวกนี้มานานเกินไปแล้วนะ" รินรดาสะท้านเฮือก เธอกำสมุดบันทึกในมือแน่น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนเคียดแค้น ขณะที่มือขวาของภาคินค่อยๆ เลื่อนไปแตะด้ามเหล็กที่ซ่อนไว้ใต้เสื้ออย่างเงียบเชียบ รอม2วินาทีตัดสินความเป็นความตาย ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในม่านหมอกแห่งความลับนี้กับผมครับ - เอมเมอรัลด์อายส์
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%