นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ•ตอนที่ 6

คำเตือนที่เย็นเยียบ

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
เสียงโลหะกระทบกันเบาหวิวบริเวณกรอบหน้าต่างห้องทำงานชั้นสอง—มันเบาจนคนทั่วไปคงคิดว่าเป็นเสียงกิ่งไม้แห้งยามดึก แต่สำหรับรินรดา ผู้ซึ่งประสาทสัมผัสถูกความระแวงกัดกร่อนมาหลายวัน เสียงนั้นคมกริบราวกับใบมีดบาดลงบนเส้นประสาท เธอนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่า ในมือถือปากกาหมึกซึมที่หมึกแห้งสนิทไปนานแล้ว ดวงตากวาดมองซองจดหมายสีเหลืองนวลที่วางอยู่กลางโต๊ะ—วัตถุชิ้นเล็กๆ ที่มีอำนาจพอจะทำลายล้างชื่อเสียงของตระกูลใหญ่โตได้ทั้งตระกูล ซองจดหมายที่บรรจุลายมืออันสั่นเครือของผู้เป็นพ่อ และความจริงที่ถูกฝังกลบไว้ใต้กองเพลิงแห่งอดีต *กึก... แกร็ก.* หน้าต่างบานเกล็ดขยับเคลื่อนออกจากร่องล็อกอย่างเชื่องช้า ลมหนาวระลอกหนึ่งเลื้อยผ่านเข้ามาในห้อง กลิ่นอับชื้นของค่ำคืนปะปนกับกลิ่นจางๆ ของน้ำหอมราคาแพง—กลิ่นที่รินรดารู้จักดี มันคิ่นกลิ่นเดียวกับที่เธอบังเอิญได้กลิ่นจากห้องรับรองของตระกูลศจีเมื่อสัปดาห์ก่อน รินรดาไม่ขยับ เธอไม่ส่งเสียงร้อง แม้หัวใจจะเต้นรัวกระหน่ำจนจุกอยู่ที่ลำคอ ความสุขุมที่เธอยึดถือมาตลอดไม่ใช่ความกล้าหาญ แต่เป็นเกราะกำบังเดียวที่เหลืออยู่ ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีเข้มก้าวถอยหลังไปช้าๆ ไปหยุดยืนอยู่ใกล้ลิ้นชักโต๊ะ ที่ซึ่งปืนพกเก่าๆ ของพ่อถูกซ่อนไว้ เงาร่างหนึ่งทาบทับลงบนผ้าม่านโปร่ง เงาที่สูงใหญ่และเคลื่อนไหวด้วยความระมัดระวัง มือสวมถุงมือหนังสีดำเอื้อมผ่านรอยแยกของหน้าต่างเข้ามาสัมผัสขอบกระจก "ถ้าคุณก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว กระสุนนัดนี้จะไม่พลาดเป้า" น้ำเสียงของรินรดาเรียบนิ่ง เย็นเยียบ และก้องกังวานพอที่จะทำให้ผู้บุกรุกชะงักงัน เงาร่างนั้นหยุดนิ่งทันที ก่อนที่เสียงหัวเราะต่ำๆ จะลอดออกมาจากริมฝีปากที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ผ้าคลุมหน้า "คุณผู้หญิงใจร้อนเกินไปแล้ว... ของชิ้นนั้น ไม่ใช่สิ่งที่คุณควรเก็บไว้บูชาหรอกนะ มันร้อนเกินกว่ามือบางๆ ของคุณจะถือไหว" เสียงแหบพร่าเอ่ยตอบ โทนเสียงพยายามดัดให้ผิดเพี้ยน แต่จังหวะการเว้นวรรคกลับคุ้นหูอย่างประหลาด รินรดาไม่ลดละสายตา นิ้วชี้เกี่ยวไกปืนในลิ้นชักแน่นขึ้น "ถ้ามันร้อนนัก ทำไมคนของคุณถึงต้องลงทุนปีนขึ้นมาเอาถึงห้องนอนตอนตีสอง ทำไมคุณหญิงศจีถึงไม่ส่งจดหมายเชิญมาอย่างเป็นทางการล่ะคะ?" เงาร่างนั้นชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่มันจะพุ่งพรวดเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็วดุจเสือชีตาห์ แรงปะทะทำให้ม่านผืนบางขาดวิ่น ผู้บุกรุกไม่ได้สนใจอาวุธในมือเธอ แต่พุ่งเป้าไปที่ซองจดหมายสีเหลืองนวลบนโต๊ะทันที รินรดาตัดสินใจเหนี่ยวไก เสียงคำรามกึกก้องของโลหะสะท้อนไปทั่วห้อง กระสุนเจาะทะลุพื้นไม้ห่างจากเท้าของผู้บุกรุกไปเพียงคืบ ฝุ่นผงคละคลุ้ง แต่ความเร็วด้านการแย่งชิงไม่ได้ลดลงเลย มือสวมถุงมือหนังคว้าหมับเข้าที่ซองจดหมาย ในวินาทีที่ความเป็นความตายทับซ้อน ประตูห้องก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง! "ริน!" เสียงตะโกนทุ้มต่ำของภาคินดังขึ้น พร้อมกับร่างของเขาที่พุ่งเข้าชาร์จผู้บุกรุกจากด้านหลังอย่างไม่คิดชีวิต ทั้งคู่ล้มกลิ้งลงไปกระแทกกับชั้นหนังสือเสียงดังสนั่น หนังสือปกหนาร่วงหล่นกระจายเกลื่อนพื้น ผู้บุกรุกพยายามสะบัดตัวให้หลุดจากการเกาะกุม "ภาคิน! ระวัง!" รินรดาหวีดร้องเมื่อเห็นประกายวาววับของมีดสั้นในมืออีกฝ่าย ภาคินบิดข้อมือของผู้บุกรุกอย่างสุดแรงเกิด จนมีดร่วงหล่นลงพื้นเสียงดัง *เคร้ง* แต่ผู้บุกรุกอาศัยจังหวะชุลมุนนั้นกระแทกข้อศอกเข้ากับชายโครงของนักข่าวหนุ่มจนเขาต้องปล่อยมือ แล้วดีดตัวพุ่งทะลุกรอบหน้าต่างกลับออกไปในความมืดทันที เสียงฝีเท้าวิ่งหายไปทางหลังคาอย่างเร่งรีบ ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่ค่อยๆ คืบคลานกลับเข้ามา พร้อมกับกลิ่นควันปืนและกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ยังคงลอยวนอยู่ในอากาศ รินรดาวางปืนลง มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อย เธอก้าวเข้าไปหาภาคินที่กำลังยันตัวลุกขึ้นจากพื้น ใบหน้าคมคายมีรอยแผลถลอกและคราบเลือดซิบที่มุมปาก "คุณเจ็บตรงไหนรึเปล่า?" เธอถาม เสียงทุ้มต่ำเจือความห่วงใยที่พยายามเก็บซ่อน ภาคินส่ายหน้า เขาปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า ก่อนจะก้มลงหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งที่หล่นอยู่ใกล้กองหนังสือ มันไม่ใช่ซองจดหมาย แต่เป็นเข็มกลัดเงินรูปใบไม้ฝังมรกตเม็ดเล็ก—สัญลักษณ์ประจำตระกูลที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดีจากข่าวสังคมชั้นสูง "มันไม่ได้มาเพื่อจดหมายอย่างเดียว..." ภาคินเงยหน้าขึ้น สบตากับรินรดาด้วยแววตาระคนความเคร่งเครียด "มันมาเพื่อเตือน... หรืออาจจะมาเพื่อหาทางกำจัดคุณให้พ้นทาง" รินรดาก้มมองเข็มกลัดในมือของภาคิน ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ความเย็นเยียบแล่นพล่านจากปลายนิ้วลามเลียไปถึงหัวใจ เมื่อตระหนักได้ว่าศัตรูไม่ได้อยู่แค่ในความมืดนอกหน้าต่างอีกต่อไปแล้ว แต่พวกมันอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด ทว่า ก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยคำใด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นที่บันไดชั้นล่าง—เสียงฝีเท้าหลายคู่ที่ไม่ได้มาเพื่อช่วยเหลือ แต่กำลังก้าวขึ้นมาด้วยจุดประสงค์บางอย่างที่น่ากลัวยิ่งกว่า ไฟฉายลำแสงจ้าสาดส่องผ่านรอยแยกระหว่างประตูกระจกฝ้าเข้ามาในห้อง พร้อมกับเสียงเคาะประตูสามครั้งที่ดังสนั่น ห้วนกระด้าง และไร้ซึ่งความปรานี "...ตำรวจครับ เปิดประตู!" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในม่านหมอกแห่งความลับนี้กับผมครับ - เอมเมอรัลด์อายส์
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%