รอยหมึกสีครามบนกระดาษแผ่นบางที่วางอยู่ตรงหน้า ปรากฏรอยยับย่นที่เกิดจากการถูกกำแน่นด้วยปลายนิ้วสั่นเทาซ้ำแล้วซ้ำเล่า สัญลักษณ์รูปวงกตซ้อนทับด้วยรูปกุหลาบป่าไร้หนาม... มันไม่ใช่แค่ลายเส้นธรรมดา แต่มันคือมีดปลายทื่อที่กรีดลึกลงไปในรอยหยักของสมองส่วนที่ถูกปิดตาย รินรดาหลับตาลง พยายามกดความวิงเวียนที่ตีรวนขึ้นมาจากช่องท้องให้สงبيลง แต่ยิ่งพยายามไขว่คว้า เงาอดีตที่เคยเลือนรางก็ยิ่งแตกกระจายราวกับผิวน้ำยามถูกก้อนหินทุ่มลงไป
"ถ้ามันยากนัก ก็พักก่อนเถอะริน"
เสียงทุ้มต่ำของภาคินดังขึ้นทำลายความเงียบงันภายในห้องทำงานแคบๆ กลิ่นอับของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศ ชายหนุ่มไม่ได้ขยับเข้ามาใกล้ เขายังคงยืนพิงกรอบหน้าต่าง ปล่อยให้แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟเปลือยอาบไล้กรอบหน้าคมคาย สายตาที่ทอดมองเธอนั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยที่พยายามสะกดกลั้นไว้อย่างมิดชิด แต่มันกลับยิ่งทำให้หัวใจของหญิงสาวไหววูบ
รินรดาลืมตาขึ้น ดวงตาคู่สวยรื้นด้วยหยาดน้ำใสแต่ไร้รอยน้ำตา เธอปฏิเสธความอ่อนแอด้วยการเชิดคางขึ้นเล็กน้อย "ฉันไม่ได้อ่อนแอ ภาคิน... แต่ภาพมันติดอยู่ที่ปลายลิ้นชักความทรงจำ เหมือนเราพยายามจะดึงลิ้นชักที่ติดขัดออก แต่มันติดสนิท... ยิ่งออกแรงดึง ตัวตู้ก็ยิ่งสั่นคลอน"
"บางที... บางความทรงจำที่ธรรมชาติเลือกจะลบเลือน มันอาจจะไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เราจดจำตั้งแต่แรก" ภาคินผละออกจากหน้าต่าง เดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน กลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายฝนจากด้านนอกลอยตามติดตัวเขามา ชายหนุ่มวางแก้วกาแฟอุ่นลงตรงหน้าเธอ "คุณหญิงศจีไม่ใช่คนที่จะทิ้งเบาะแสอะไรไว้ให้ใครสาวไปถึงตัวได้ง่ายๆ สัญลักษณ์นั่น... คุณแน่ใจเหรอว่ามันมาจากบ้านหลังนั้นจริงๆ?"
นิ้วเรียวบางของรินรดายกขึ้นแตะรอยหมึกบนกระดาษ สัมผัสเย็นเฉียบส่งผ่านปลายนิ้วเข้าสู่กระแสเลือด
"ฉันไม่แน่ใจอะไรเลยในตอนนี้..." เสียงเธoแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศที่ส่งเสียงครางหึ่งๆ "แต่ฉันจำกลิ่นนั้นได้... ภาคิน"
ภาคินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมกริบจ้องมองเธออย่างตั้งใจ "กลิ่นอะไร?"
"กลิ่นฝนที่ตกกระทบใบไม้แห้ง ผสมกับกลิ่นอับของห้องใต้ดินที่ชื้นแฉะ... และกลิ่นดอกราตรีที่ส่งกลิ่นฉุนยามค่ำคืน" รินรดาหวนนึกถึงภาพในหัวที่เริ่มกระจัดกระจายมารวมตัวกันเป็นเศษเสี้ยว "ตอนที่ฉันอายุประมาณเจ็ดขวบ ฉันจำได้ว่าเคยวิ่งหนี... ไม่สิ ฉันกำลังซ่อนตัว เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังเดินวนเวียนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าไม้สักเก่าๆ ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่ไม้ขยับ"
บรรยากาศในห้องราวกับลดอุณหภูมิลงฉับพลัน ภาคินดึงเก้าอี้ตัวตรงข้ามมานั่งลง เอนตัวไปข้างหน้าเพื่อให้ใกล้เธอที่สุด "แล้วเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น?"
"มืด..." รินรดากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก หน้าผากมนมีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นบางๆ "ภาพมันตัดไปตอนที่ฉันตื่นขึ้นมาบนเตียงสีขาวสะอาดตาในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยมีคุณหญิงศจี... ใช่ คุณหญิงศจีในชุดไว้ทุกข์สีดำสนิท นั่งกุมมือฉันอยู่ข้างเตียง ท่านลูบผมฉันด้วยมือที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง พร้อมกับรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดในโลก... แต่ในแววตานั้น กลับไม่มีความอบอุ่นอยู่เลยแม้แต่น้อย"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ราวกับกาลเวลาหยุดนิ่ง ภาคินขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวในหัว ตระกูลใหญ่โตเบื้องหลังวงสังคมไฮโซ ภาพลักษณ์อันไร้ที่ติของคุณหญิงศจีที่ผู้คนต่างเทิดทูน หากเบื้องหลังหน้ากากอันงดงามนั้นซ่อนความเน่าเฟะเอาไว้ การลบเลือนความทรงจำของเด็กหญิงวัยเจ็ดขวบอาจเป็นเรื่องง่ายดายเสียยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือสำหรับคนที่มีอำนาจล้นมือเช่นนั้น
"ท่านเปลี่ยนชื่อคุณ..." ภาคินพึมพำออกมาโดยไม่รู้ตัว สายตาจับจ้องที่รินรดาอย่างลึกซึ้ง "ท่านไม่ได้แค่เก็บคุณมาเลี้ยงด้วยความเมตตาอย่างที่สังคมเข้าใจใช่ไหมริน? แต่คุณคือความลับ... คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ถ้ามันหลุดรอดออกไป ชื่อเสียงและอำนาจทั้งหมดของตระกูลนั้นจะพังทลายลงในชั่วพริบตา"
รินรดายังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบคำถามนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้ง—ก๊อก ก๊อก ก๊อก—จังหวะสม่ำเสมอแต่เยียบเย็นจนน่าขนลุก มันไม่ใช่เสียงเคาะของคนที่มาเยือนด้วยไมตรีจิต แต่เป็นเสียงเคาะที่แฝงด้วยการประกาศตัวของผู้มาเยือน
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่ววินาที ภาคินส่งสัญญาณมือให้รินรดานิ่งเงียบ ก่อนที่เขาจะขยับตัวลุกขึ้นช้าๆ มือขวาสอดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน
ประค่อยๆ เปิดแง้มออกด้วยแรงผลักจากภายนอก กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระเหยเข้ามาแตะจมูก—กลิ่นกุหลาบผสมอำพันที่คุ้นเคยจนน่าสะพรึงกลัว ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มก้าวเข้ามาอย่างสง่างาม แม้กาลเวลาจะทิ้งร่องรอยไว้บนใบหน้า แต่ดวงตาคู่นั้นยังคงเฉียบคม ดุดัน และเต็มไปด้วยอำนาจที่กดขี่ผู้คนให้หมอบราบคาบได้โดยไม่ต้องออกคำสั่ง
คุณหญิงศจีแย้มรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก สายตากวาดมองสภาพห้องรกๆ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าซีดเผือดของรินรดา
"ค้นหาความทรงจำสนุกไหมจ๊ะ... ลูกสาวตัวน้อยของฉัน"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในม่านหมอกแห่งความลับนี้กับผมครับ - เอมเมอรัลด์อายส์
นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ•ตอนที่ 5
ความทรงจำสีจาง
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!