“ก้มต่ำลง!”
เสียงกระซิบแหบพร่าของภาคินแทบจะจมหายไปกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่กระทบพื้นคอนกรีตอยู่อีกฟากของผนังกำแพง รินรดาไม่รอช้า เธอทิ้งตัวลงหมอบกับพื้นดินที่เปียกชื้นด้วยละอองฝน กลิ่นดินสาบและเศษใบไม้เน่าเสียโชยเข้าจมูกจนแทบสำลัก แต่ในนาทีนี้ ความกลัวไม่ได้ทำให้เธอสั่นเท่ากับความเย็นเยียบที่แล่นริ้วไปตามไขสันหลัง เมื่อแสงไฟฉายลำใหญ่กวาดผ่านช่องว่างระหว่างพุ่มไม้ไปเพียงไม่กี่นิ้ว
“อย่าหายใจแรง... ริน” เขาเตือนขณะกระชับมือที่กุมมือเธอไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของภาคินในเวลานี้คือหลักฐานชิ้นเดียวที่ยืนยันว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ ท่ามกลางเกมไล่ล่าที่ไม่มีกฎเกณฑ์
“คุณเห็นพวกมันไหม?” รินรดาถามเบาหวิว สายตาจับจ้องไปยังเงาดำสองร่างที่เดินผ่านไป ลำแสงจากไฟฉายสั่นไหวไปมาตามจังหวะการย่างเท้าของชายชุดดำที่ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่การ์ดธรรมดา แต่เป็นกลุ่มคนที่ถูกฝึกมาเพื่อ ‘กำจัด’ โดยเฉพาะ
ภาคินขบกรามแน่น สันกรามของเขาขึ้นเป็นเส้นชัดเจนในความสลัว “พวกมันไม่ได้มาแค่สอง... ดูทางซ้ายสิ”
รินรดาหันไปมองตามจุดที่เขาบอก แล้วหัวใจของเธอก็แทบหยุดเต้น รถอเนกประสงค์สีดำสนิทสามคันจอดเรียงรายปิดกั้นทางออกเพียงเส้นทางเดียวของโกดังร้างแห่งนี้ คุณหญิงศจีไม่ได้แค่ต้องการข่มขู่ แต่ผู้หญิงคนนั้นกำลังปิดตายทางรอดของพวกเขาอย่างเลือดเย็นที่สุด
“เราหนีออกทางประตูหน้าไม่ได้แล้ว” รินรดากระซิบ สติสัมปชัญญะของเธอเริ่มพุ่งพล่านพยายามหาทางออกอื่น “ข้างหลังโกดังมีช่องระบายอากาศที่ถูกบล็อกด้วยเศษเหล็ก ถ้าเราใช้แรงช่วยกันดึง...”
“มันจะทำให้เกิดเสียง และพวกมันจะรู้ตัวทันที” ภาคินขัดขึ้น แววตาของเขาฉายแววครุ่นคิดอย่างหนัก “ริน... ฟังผมนะ ถ้าเราจะออกไปจากที่นี่ เราต้องสร้างสถานการณ์เบี่ยงเบนความสนใจ”
“คุณหมายความว่ายังไง?”
ภาคินไม่ตอบ แต่เขากลับถอดแจ็กเก็ตสีเข้มออกแล้วยัดมันใส่มือเธอ ก่อนจะหันไปคว้าเศษไม้แห้งที่วางอยู่ใกล้ๆ “ผมจะวิ่งออกไปทางทิศตะวันออก ล่อพวกมันไปที่ตึกร้างด้านโน้น ส่วนคุณ... ให้หาจังหวะที่พวกมันตามผมไปทั้งหมด แล้วปีนขึ้นไปบนแท่นเหล็กนั่น มันเป็นทางเดียวที่เชื่อมต่อกับท่อน้ำทิ้งหลังกำแพง”
“ไม่!” รินรดาสวนทันควัน ความรู้สึกที่เขาเคยแสดงออกถึงความห่วงใยในช่วงเวลาที่ผ่านมาถาโถมเข้ามาในหัวใจ “คุณจะบ้าเหรอภาคิน ถ้าคุณออกไป คุณไม่มีทางรอด พวกมันมีปืน!”
“แล้วถ้าเราอยู่ที่นี่ เราก็ตายอยู่ดี!” เขาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ความอ่อนโยนที่เคยเห็นกลับกลายเป็นความเด็ดเดี่ยวที่สั่นคลอนความมั่นใจของเธอ “รินรดา... ความลับในวัยเด็กของคุณ มันสำคัญกว่าชีวิตของผมมากนัก ความจริงที่คุณตามหาอยู่ มันเป็นกุญแจที่จะกระชากหน้ากากคุณหญิงศจี ถ้าผมตายไปคนหนึ่ง แต่คุณรอดไปเปิดเผยเรื่องนี้ได้ นั่นถือว่าคุ้มค่าแล้ว”
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น จนสัมผัสได้ถึงรสคาวเลือดในปาก ความทรงจำที่ขาดหายไปราวกับจิ๊กซอว์ที่กระจัดกระจาย มันคือคำสาปหรือพรกันแน่ที่ทำให้เธอต้องมาเจอเรื่องราวเลวร้ายแบบนี้
“ผมจะให้สัญญาณนับสามนะ” ภาคินพูดพลางตรวจสอบตำแหน่งของศัตรู “หนึ่ง... สอง...”
“เดี๋ยว!” รินรดากระชากแขนเขาไว้ ความเงียบงันปกคลุมอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะเอ่ยคำที่หนักแน่นที่สุด “ถ้าคุณไป... ฉันก็จะไปกับคุณ เราไม่ทิ้งกันในเรื่องนี้... ฉันจะไม่ยอมให้ใครต้องมาตายเพราะความลับของฉันอีกแล้ว”
ภาคินมองเธอด้วยแววตาที่อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแค่พยักหน้าเบาๆ เป็นเชิงยอมรับ ก่อนจะคว้าข้อมือเธอแล้วพุ่งตัวออกไปจากเงามืดทันทีที่สิ้นเสียงสัญญาณ
เสียงปืนนัดแรกแผดก้องทำลายความเงียบของค่ำคืน กระสุนเฉี่ยวผ่านเสาคอนกรีตจนเศษปูนแตกกระจาย รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง เธอวิ่งสุดแรงเกิดตามแรงจูงของภาคิน ฝีเท้าของพวกเขาดังสะท้อนก้องในความมืด เสียงตะโกนสั่งการของกลุ่มชายชุดดำดังไล่หลังมาอย่างกระชั้นชิด
“แยกกันไปทางนั้น!” ภาคินตะโกนสั่งขณะผลักเธอเข้าหลังตู้คอนเทนเนอร์เก่าๆ ก่อนจะหันไปยิงปืนที่เขารีบคว้ามาจากในโกดังสวนกลับไปมั่วๆ เพื่อข่มขวัญ
รินรดากัดฟันวิ่งไปตามแนวท่อเหล็กตามที่เขาบอก เธอปีนป่ายขึ้นไปอย่างไม่คิดชีวิต มือที่ถลอกปอกเปิกเพราะความคมของโลหะไม่ได้ทำให้เธอหยุดชะงัก สายตาเหลือบไปเห็นเงาร่างของชายคนหนึ่งที่กำลังวิ่งดักหน้าเธออยู่เบื้องหน้า—เขาไม่ได้มากับกลุ่มนั้น แต่นี่คือคนของตระกูลศจีที่เฝ้าอยู่วงนอก!
เธอชะงักฝีเท้า หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก หญิงสาวมองซ้ายมองขวา หาทางรอดท่ามกลางท่อระบายน้ำที่ส่งกลิ่นเหม็นอับ เธอตัดสินใจกระโดดลงไปในร่องลึกที่อยู่ใต้แท่นเหล็กอย่างไม่มีทางเลือก ความมืดมิดกลืนกินร่างของเธอไปทันที พร้อมกับเสียงปืนที่ดังรัวระดมเข้ามาไม่หยุด
ทันใดนั้น แสงไฟจากรถยนต์คันหนึ่งก็ส่องสว่างวาบเข้ามาในโกดัง รินรดาที่กำลังหายใจหอบถี่มองลอดผ่านรอยแยกของแท่นเหล็กออกไป เธอเห็นร่างของคุณหญิงศจีก้าวลงจากรถด้วยท่าทีสง่างามราวกับไม่ได้อยู่ในสถานที่ไล่ล่าฆ่าแกงกัน
“จับตัวรินรดามาให้ได้ ส่วนไอ้นักข่าวนั่น...” เสียงอันเยือกเย็นของคุณหญิงเอ่ยขึ้น ก่อนจะเว้นจังหวะราวกับกำลังประเมินสถานการณ์ “ฆ่าทิ้งเสีย แล้วบอกตำรวจว่ามันขัดขืนการจับกุม”
รินรดาสะดุ้งสุดตัวเมื่อมือใหญ่ของใครบางคนคว้าหมับเข้าที่ข้อเท้าของเธอจากความมืดมิดใต้พื้นลึก เธออ้าปากค้างจะกรีดร้อง แต่กลับถูกมืออีกข้างปิดปากไว้แน่นจนหายใจไม่ออก
“ชู่ว...” เสียงกระซิบที่คุ้นเคยในความทรงจำที่หายไปนานแสนนานดังขึ้นข้างหู “อย่าเพิ่งส่งเสียง... รินรดา”
เธอนิ่งงันไปทันที เมื่อดวงตาเริ่มปรับเข้ากับความมืดและเห็นใบหน้าของผู้ที่จับตัวเธอไว้—เขาไม่ใช่ภาคิน และไม่ใช่คนของศจี แต่เป็นชายที่เธอไม่ควรจะได้พบอีกตลอดกาล... คนที่ควรจะเสียชีวิตไปแล้วเมื่อยี่สิบปีก่อน
เอมเมอรัลด์อายส์ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับรินรดาและภาคินในตอนนี้นะคะ
นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ•ตอนที่ 20
หลบหนี
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!