“ลงนรกงั้นหรือคะคุณหญิง... คำนี้ฟังดูหรูหราเกินไปสำหรับคนอย่างคุณ”
รินรดาแค่นยิ้มที่มุมปาก มือเรียวที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะไม้แกะสลักสั่นเทาเล็กน้อย ทว่าแววตาของเธอกลับนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำที่ถูกแช่แข็ง ความทรงจำที่เพิ่งหวนคืนมาเหมือนคมมีดที่กรีดลึกลงบนหัวใจ ภาพบ้านหลังเก่าที่ถูกเพลิงผลาญ กลิ่นควันไฟที่อบอวลไปด้วยความตาย และดวงตาคู่หนึ่งที่มองดูเหตุการณ์นั้นด้วยความเฉยเมย—ดวงตาคู่เดียวกับที่กำลังจ้องมองเธออยู่ตรงหน้านี้
คุณหญิงศจีวางถ้วยชาเซรามิกราคาแพงลงบนจานรอง เสียงกระทบกันของมันดังก้องไปทั่วห้องรับรองที่เงียบงันจนน่าอึดอัด “ความกล้าหาญที่ปราศจากปัญญา เขาเรียกว่าความโง่เขลานะรินรดา เธอคิดหรือว่าการรื้อฟื้นเศษซากที่ตายไปแล้ว จะช่วยให้เธอมีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่ได้?”
“ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อรอดค่ะคุณหญิง” รินรดาขยับตัวลุกขึ้นยืน ความสูงของเธอไม่ได้ลดทอนอำนาจบารมีของคุณหญิงศจีแม้แต่น้อย แต่แววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองกลับสะท้อนความจริงบางอย่างที่อีกฝ่ายพยายามปิดบัง “ฉันมาที่นี่เพื่อยืนยันว่า... คนที่สมควรลงไปอยู่ในนรกจริงๆ คือคนที่จุดไฟเผาชีวิตคนอื่น เพื่อให้ตัวเองได้นั่งอยู่บนยอดไม้ที่สูงส่งต่างหาก”
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันที คุณหญิงศจีไม่ได้โกรธ แต่กลับส่งยิ้มที่ฉาบด้วยความสมเพช “งั้นเธอก็เลือกแล้วสินะ ว่าจะทิ้งอนาคตเพื่อแลกกับความจริงที่ไม่มีใครต้องการ”
รินรดาไม่ตอบ เธอหันหลังเดินออกจากห้องรับรองด้วยฝีเท้าที่มั่นคง แม้ในใจจะเต้นระรัวราวกับกลองรบ เธอรู้ดีว่าก้าวต่อไปหมายถึงความตายที่รออยู่หน้าประตูบ้าน หากเธอหยุดตอนนี้ เธออาจมีชีวิตที่สุขสบายไปตลอดกาล แต่หากเธอเดินหน้าต่อ ชีวิตของเธอจะกลายเป็นเป้าหมายของคนทั้งตระกูลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ
เมื่อออกมาถึงลานจอดรถที่มืดมิด มีเงาร่างหนึ่งยืนพิงรถสปอร์ตสีเงินรออยู่ก่อนแล้ว ภาคินดึงบุหรี่ออกจากริมฝีปากก่อนจะบี้มันทิ้งกับพื้น ดวงตาคู่คมของเขาจ้องมองรินรดาด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด
“เธอทำอะไรลงไป?” เขาถาม เสียงแหบต่ำ “ผมเห็นการ์ดเดินไปที่รถของคุณหญิงแล้ว พวกเขาไม่ได้มาเพื่อไปส่งแขก”
รินรดาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา ลมยามค่ำคืนพัดพาเอาความหนาวเหน็บเข้ามาเกาะกุมหัวใจ เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดสนิทราวกับไม่มีทางออก “ฉันจำได้แล้วค่ะภาคิน... ทุกอย่าง”
ภาคินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะคว้าต้นแขนของเธอไว้แน่น “ถ้าจำได้แล้ว ก็หมายความว่าคุณรู้แล้วว่าศัตรูที่คุณกำลังสู้ด้วยไม่ใช่แค่ผู้หญิงคนเดียว แต่มันคือโครงสร้างทั้งหมดที่ค้ำจุนเขาอยู่ ถ้าเราก้าวออกไปจากประตูรั้วนี้ตอนนี้ เราอาจจะไม่มีวันได้กลับมาอีก”
“แล้วคุณจะถอยไหมคะ?” รินรดาย้อนถาม แววตาของเธอสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ “ในเมื่อรู้ว่าความจริงที่ฉันถืออยู่ในมือมันหนักหนาแค่ไหน คุณจะทิ้งฉันไว้กลางทางไหม?”
ภาคินนิ่งเงียบไปนาน จังหวะหัวใจของเขาเต้นรัวสะท้อนความลังเลในใจ ในฐานะนักข่าว เขาควรจะตระหนักถึงอันตรายนี้เป็นอย่างดี แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง การปล่อยให้หญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าเผชิญหน้ากับความตายเพียงลำพัง กลับกลายเป็นเรื่องที่เขาทำไม่ได้
“ผมไม่ได้ทิ้งคุณ” ภาคินตอบเสียงเรียบ ก่อนจะปลดล็อกรถ “แต่ผมอยากให้คุณเลือกอีกครั้ง... จะให้ผมขับรถไปส่งคุณที่สนามบินตอนนี้ แล้วลืมทุกอย่างทิ้งไว้ที่นี่ หรือจะให้ผมขับรถไปที่สำนักพิมพ์ เพื่อส่งเรื่องราวทั้งหมดนี้ออกไปสู่สาธารณะ”
รินรดามองไปที่ประตูรั้วเหล็กดัดบานใหญ่ที่กำลังปิดตัวลงอย่างช้าๆ ราวกับกรงขังที่กำลังจะปิดตายชีวิตของเธอ ในมือนั้นมีแฟลชไดรฟ์ที่เธอเสี่ยงชีวิตขโมยมาจากห้องทำงานของคุณหญิงศจี มันคือหลักฐานที่สามารถทำลายตระกูลผู้สูงศักดิ์นั่นให้สิ้นซากได้ แต่ราคามันคือลมหายใจของเธอเอง
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ความเงียบงันรอบข้างถูกทำลายด้วยเสียงเครื่องยนต์ของรถคันหรูอีกสามคันที่ขับพุ่งตรงเข้ามาทางพวกเขา แสงไฟจากหน้ารถสาดส่องเข้ามาจนแสบตา การ์ดชุดดำก้าวลงจากรถพร้อมกับอาวุธครบมือ
“เราไม่มีเวลาให้ลังเลแล้วรินรดา” ภาคินเร่ง “ขึ้นรถ!”
รินรดาก้าวขึ้นรถด้วยความเร็ว แต่ในวินาทีที่ประตูปิดลง เสียงกระสุนนัดแรกก็แหวกอากาศเข้ามาเฉี่ยวกระจกข้างจนแตกกระจาย! ภาคินเหยียบคันเร่งมิดจนรถพุ่งทะยานออกไป ทว่าสิ่งที่ทำให้รินรดาใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มไม่ใช่เสียงปืน แต่เป็นข้อความที่เด้งขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ของเธอในจังหวะที่รถกำลังซิ่งหนีออกจากเขตคฤหาสน์
มันเป็นข้อความจากเบอร์แปลกที่ไม่มีชื่อผู้ส่ง แต่เนื้อหาข้างในทำเอาเลือดในกายของเธอเย็นเฉียบจนเกือบหยุดหายใจ
‘ถ้ารักชีวิต ก็จงทิ้งหลักฐานนั่นไว้ที่ทางแยกข้างหน้า... ไม่อย่างนั้น คนที่จะตายคนต่อไปไม่ใช่เธอ แต่เป็นลูกชายคนเดียวของเธอที่ถูกลักพาตัวไปตั้งแต่เมื่อชั่วโมงก่อน’
รินรดาเบิกตากว้าง มือที่ถือแฟลชไดรฟ์สั่นระริก เธอหันไปมองภาคินที่กำลังบังคับรถด้วยความมุ่งมั่น ก่อนจะหันกลับมามองหน้าจอโทรศัพท์อีกครั้งด้วยความสิ้นหวังสุดขีด—นี่ไม่ใช่แค่เกมการเมือง แต่มันคือเกมเดิมพันด้วยชีวิตของคนที่เป็นหัวใจสำคัญที่สุดของเธอ
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับรินรดานะคะ
เอมเมอรัลด์อายส์
นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ•ตอนที่ 17
ทางเลือกของรินรดา
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!