“อย่าขยับ... ถ้าไม่อยากให้สมองของเธอไปแปะอยู่บนผนังห้องทำงานของคุณหญิงศจี”
เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง รินรดาสัมผัสได้ถึงโลหะเย็นชืดที่กดลงบนขมับอย่างหนักหน่วง กลิ่นน้ำหอมกลิ่นยาสูบจางๆ ที่ลอยมาเตะจมูกทำให้หัวใจของเธอเต้นรำไปกับความกลัว แต่ในวินาทีที่วิกฤตที่สุด สัญชาตญาณของการเอาตัวรอดก็แผดเสียงเตือนอยู่ในหัว
รินรดาไม่หันกลับไปมอง เธอเลือกที่จะนิ่งค้าง ทอดสายตาไปยังม่านหมอกสีเทาขุ่นมัวนอกหน้าต่างที่ดูราวกับปากเหวแห่งความตาย ภาคินหายไปไหน? คำถามนั้นวนเวียนอยู่ในหัว แต่เธอไม่มีเวลาหาคำตอบ
“คุณคิดว่าการฆ่าคนปิดปากจะช่วยลบล้างอดีตได้งั้นหรือคะ?” รินรดาถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามคุมให้ราบเรียบที่สุด แม้หัวใจจะเต้นรัวเหมือนกลองรบ
เงาที่ยืนอยู่ด้านหลังแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความปรานี “อดีตคือขยะที่ต้องกำจัดทิ้งเหมือนกับเธอ รินรดา”
จังหวะที่นิ้วชี้ของผู้บุกรุกเริ่มกดลงบนไกปืน รินรดาก็ตัดสินใจเสี่ยงดวง เธอทิ้งตัวลงกับพื้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับคว้าแจกันเซรามิกที่วางอยู่บนโต๊ะข้างตัวเหวี่ยงไปด้านหลังโดยไม่มอง แรงปะทะทำให้ชายคนนั้นเสียหลัก ปืนลั่นขึ้นหนึ่งนัด ทะลุกระจกหน้าต่างจนแตกกระจาย เสียงแก้วแตกดังสนั่นราวกับเสียงประทัดท่ามกลางความเงียบงันของคฤหาสน์
รินรดาไม่รอช้า เธอพุ่งตัวไปหลบหลังตู้หนังสือไม้โอ๊กเก่าแก่ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของผู้บุกรุกขยับเข้ามาใกล้
“คุณหนีไม่พ้นหรอก!” เสียงของชายคนนั้นตะคอก แต่รินรดาจำเสียงนี้ได้แม่น... มันคือเสียงของ 'วิทิต' คนสนิทของคุณหญิงศจี
ในระหว่างที่วิทิตกำลังกวาดสายตาหาเธอ ท่ามกลางความตื่นตระหนก รินรดาเหลือบไปเห็นช่องลับใต้ฐานตู้หนังสือที่ถูกแรงกระแทกจากแจกันทำให้ขอบไม้เผยอออกมา ในจังหวะที่วิทิตกำลังจะหันกระบอกปืนมาทางเธอ รินรดาตัดสินใจก้มลงคว้าสิ่งที่อยู่ในช่องลับนั้นก่อนจะพุ่งตัวออกไปทางประตูห้องทำงานด้านหลังอย่างไม่คิดชีวิต
เธอวิ่งสุดฝีเท้าผ่านทางเดินยาวที่ประดับด้วยภาพวาดตระกูลที่ดูเหมือนจะจ้องมองเธอด้วยความสมเพช ความมืดมิดในคฤหาสน์ดูจะเป็นมิตรกับเธอมากกว่าศัตรูที่ไล่ตามมาติดๆ เธอวิ่งจนมาหยุดอยู่ที่หอพักผ่อนเก่าริมสวน ลมหายใจหอบถี่จนเจ็บปวดไปทั่วทรวงอก
มือที่สั่นเทาของเธอล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อนอก สิ่งที่เธอคว้ามาได้คือซองจดหมายเก่าสีซีดที่ถูกรัดด้วยยางเปื่อยๆ ภายในนั้นมีภาพถ่ายขาวดำใบหนึ่ง... ภาพที่ทำให้ลมหายใจของเธอแทบหยุดชะงัก
มันคือภาพของคุณหญิงศจีในวัยสาวที่กำลังยืนยิ้มอย่างอ่อนหวานอยู่หน้าคฤหาสน์หลังนี้ ทว่าสิ่งที่ทำให้รินรดาขนลุกซู่ไปถึงสันหลังไม่ใช่ใบหน้าของคุณหญิง หากแต่เป็นเด็กหญิงตัวน้อยที่ยืนอยู่ข้างกาย... เด็กหญิงที่สวมสร้อยคอรูปนกฮูกเหมือนกับของเธอไม่มีผิดเพี้ยน และที่สำคัญกว่านั้น คือชายที่ยืนอยู่อีกฝั่งของภาพ... ชายคนเดียวกับที่เธอเห็นในความทรงจำที่หายไปในคืนที่ไฟไหม้บ้านหลังเก่าของเธอ
"แม่คะ..." รินรดาพึมพำ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงเผาะลงบนกระดาษภาพถ่าย
"เธอเจออะไรบางอย่างเข้าแล้วสินะ"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืดของหอพัก รินรดาสะดุ้งสุดตัวก่อนจะถอยกรูดไปชนกับโต๊ะไม้เก่าๆ ภาคินก้าวออกมาจากเงามืด เสื้อผ้าของเขามีรอยเปื้อนฝุ่นและรอยถลอกที่แขนเสื้อ แววตาของเขาดูเหนื่อยล้าแต่ฉายแววเฉียบคมเหมือนเคย
"ภาคิน! คุณหายไปไหนมา?" รินรดาถามด้วยเสียงสั่นเครือ พลางยื่นภาพถ่ายใบนั้นให้เขาดู "ดูนี่... คุณหญิงศจีไม่ได้แค่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ แต่เธออาจจะเป็นคนที่ทำลายครอบครัวของฉัน"
ภาคินรับภาพนั้นไปพิจารณา แสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยแตกของหลังคาทำให้ใบหน้าของเขาดูเคร่งเครียด "ภาพนี้คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะลากคอคุณหญิงลงจากบัลลังก์แห่งความจอมปลอมได้ แต่รินรดา... เธอรู้ใช่ไหมว่าถ้าเปิดเผยเรื่องนี้ คุณจะกลายเป็นเป้าหมายที่ใหญ่ที่สุด"
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก ความหวาดกลัวก่อนหน้านี้เริ่มถูกแทนที่ด้วยความโกรธแค้นและเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ เธอจ้องตาเขา "ฉันไม่สนแล้วค่ะ ไม่ว่ามันจะต้องแลกด้วยอะไร ฉันต้องรู้ความจริงทั้งหมด"
ภาคินพยักหน้าอย่างเห็นใจ เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดไฟล์ข้อมูลบางอย่างที่เขารวบรวมมาได้ตลอดคืนนี้ "มีอีกเรื่องที่เธอยังไม่รู้... รินรดา ในภาพนี้ นอกจากคุณหญิงศจี เด็กคนนั้น และพ่อของเธอแล้ว... ยังมีอีกคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงมุมมืดของภาพ"
เขาขยายภาพในจอโทรศัพท์ให้เธอเห็น ลายเส้นเบลอๆ ของชายในเงามืดค่อยๆ ชัดเจนขึ้นจนรินรดาแทบจะทรุดตัวลงกับพื้น ภาพนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น 'ท่านประธาน' ผู้ทรงอิทธิพลที่สนับสนุนคุณหญิงศจีมาโดยตลอด
เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ดังขึ้นล้อมรอบหอพักผ่อน รินรดาและภาคินสบตากันด้วยความตระหนักรู้ว่าพวกเขาถูกล้อมไว้หมดแล้ว ประตูหอพักถูกพังเข้ามาด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับร่างของคุณหญิงศจีที่ก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างาม ใบหน้าของเธอไร้ซึ่งความรู้สึก แต่แววตานั้นเย็นชาจนน่าสะพรึงกลัว
"ขอบใจมากนะที่ช่วยหาของสำคัญให้ฉันจนครบ" คุณหญิงศจีกล่าวพลางยกยิ้มที่มุมปาก "แต่ที่น่าเสียดายคือ... พวกเธอไม่มีโอกาสได้เห็นจุดจบของเรื่องนี้หรอก"
ทันใดนั้นเอง ชายในชุดดำคนหนึ่งก็ก้าวออกมาจากด้านหลังของคุณหญิง พร้อมกับเล็งกระบอกปืนมาที่ภาคินที่กำลังพยายามหยิบโทรศัพท์หนี ทว่าก่อนที่เสียงปืนจะดังขึ้น รินรดาก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ข้อมือของคุณหญิง... รอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวที่ตรงกับรอยแผลในความทรงจำสุดท้ายของเธอ!
"คุณ..." รินรดาร้องอุทานด้วยความตกตะลึงจนไร้เสียง "คุณไม่ใช่แค่ผู้บงการ... แต่คุณคือคนที่ฆ่าพ่อแม่ฉันด้วยมือของคุณเอง!"
คุณหญิงศจีชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างผู้มีชัย "ในที่สุดเธอก็จำได้สักที... แต่น่าเสียดายนะ ที่ความทรงจำนั่นจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่จะได้ติดตัวไปลงนรก!"
หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้คุณผู้อ่านตื่นเต้นและอยากติดตามตอนต่อไปนะคะ ขอบพระคุณทุกกำลังใจที่มีให้เอมเมอรัลด์อายส์เสมอมาค่ะ
นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ•ตอนที่ 16
หลักฐานชิ้นสำคัญ
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!