“ปล่อยมือฉันเดี๋ยวนี้ภาคิน! คุณจะให้ฉันยืนมองมันพังลงไปต่อหน้าต่อตาหรือยังไง!”
รินรดาตวาดเสียงสั่น พยายามสะบัดข้อมือที่ถูกเกาะกุมไว้อย่างแน่นหนา ความกดดันจากการถูกไล่ล่าเมื่อครู่ยังไม่จางหายไปจากหัวใจที่เต้นรัวราวกับกลองรบ เบื้องหน้าของพวกเขาคือซากปรักหักพังของโกดังเก็บเอกสารเก่าที่กำลังถูกเพลิงสีส้มฉานกลืนกิน ความร้อนระอุของเปลวไฟแผ่ซ่านกระทบใบหน้าจนแสบผิว แต่นั่นยังไม่ทรมานเท่ากับภาพความทรงจำที่ค่อยๆ มอดไหม้ไปพร้อมกับกระดาษเหล่านั้น
ภาคินไม่ยอมปล่อย เขากระชากร่างบางให้ถอยห่างจากขอบเขตกั้นอันตราย ดวงตาคมกริบของนักข่าวหนุ่มฉายแวววูบไหวแต่ยังคงความเด็ดเดี่ยว “ริน! สติคุณอยู่ไหน? ถ้าคุณวิ่งเข้าไปตอนนี้ คุณไม่ได้ไปหาคำตอบหรอก คุณกำลังวิ่งไปหาความตาย!”
“แล้วจะให้ฉันทำยังไง! ทุกอย่างอยู่ในนั้น... หลักฐานที่คุณหญิงศจีพยายามทำลายมันกำลังจะกลายเป็นเถ้าถ่าน!” รินรดาทรุดลงกับพื้นดินที่เปียกชื้นด้วยน้ำจากสายดับเพลิง น้ำตาที่ไหลออกมาไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นความแค้นที่สุมอก
ภาคินย่อตัวลงตรงหน้าเขาไม่ได้มีท่าทีอ่อนโยนอย่างที่เคยเป็น แต่กลับมั่นคงราวกับหินผา เขาสบตากับหญิงสาวด้วยสายตาที่ลึกซึ้งจนคนมองต้องชะงัก “หลักฐานน่ะ มันไม่ได้มีแค่กระดาษพวกนั้นหรอกริน... และผมจะไม่ยอมให้คนที่ผมพยายามพาออกมาจากม่านหมอก ต้องมาจบชีวิตในนรกขุมนี้เพียงเพราะความใจร้อน”
คำว่า ‘คนที่ผมพยายามพาออกมา’ ทำให้รินรดาชะงักไปชั่วครู่ ลมหายใจของเขาเริ่มผ่อนจังหวะลง หญิงสาวเงยหน้ามองคนตรงหน้าที่มอมแมมไปด้วยเขม่าควัน ภาคินในวินาทีนี้ดูต่างออกไป ไม่ใช่แค่นักข่าวที่ต้องการข่าวพาดหัว แต่เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่ยอมเอาชีวิตเข้ามาเสี่ยงเพื่อความถูกต้องที่เธอต้องการ และดูเหมือนว่าเขาจะเดิมพันด้วยชีวิตเพื่อปกป้อง ‘ตัวเธอ’ มากกว่า ‘งาน’ ที่ได้รับมอบหมาย
“ทำไมคุณถึงช่วยฉันขนาดนี้?” เสียงของรินรดาแผ่วลง ความสงสัยที่มีต่อจุดประสงค์ของเขาค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความหวั่นไหว
ภาคินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเหนื่อยล้าแต่แฝงความจริงใจ “ผมก็ถามตัวเองแบบนั้นเหมือนกัน... ในวันที่ผมเริ่มเขียนเรื่องของคุณ ผมคิดแค่ว่านี่คือสกู๊ปที่จะเปลี่ยนชีวิตนักข่าวต๊อกต๋อยอย่างผม แต่ยิ่งเข้าใกล้ตัวคุณ ผมกลับพบว่าชีวิตของคุณมันมีค่าเกินกว่าที่จะถูกขยี้ทิ้งโดยคนเห็นแก่ตัวแบบคุณหญิงศจี”
เขาเอื้อมมือไปปัดเส้นผมที่ปรกหน้าหญิงสาวออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ปลายนิ้วนั้นอบอุ่นเกินกว่าจะหาได้ในคืนที่วิกฤตเช่นนี้ รินรดารู้สึกเหมือนกำแพงในใจที่เธอสร้างขึ้นเพื่อป้องกันตัวเองจากโลกภายนอกกำลังพังทลายลงทีละน้อย ความเข้มแข็งที่เธอพยายามหยัดยืนกลายเป็นความเปราะบางที่ต้องการที่พึ่งพิง
“เรายังเหลืออะไรอีกไหม...” รินรดาถามด้วยเสียงกระซิบ
ภาคินหยิบแฟลชไดรฟ์สีเงินที่ดูมอมแมมออกมาจากกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ต “สิ่งที่สำคัญที่สุด... ผมไม่ได้ปล่อยให้มันไหม้ไปพร้อมกับโกดังหรอกนะ”
รินรดาเบิกตากว้าง ความหวังที่ริบหรี่ถูกจุดขึ้นใหม่ ทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะยื่นมือไปรับ เสียงเครื่องยนต์รถยุโรปคันหรูที่แล่นเข้ามาจอดในความมืดมิดของซอยข้างโกดังก็ทำลายความเงียบสงัดลง แสงไฟหน้ารถสาดส่องเข้ามายังจุดที่ทั้งสองคนนั่งอยู่ ทำให้พวกเขาต้องพรางตัวหลบหลังซากรถบรรทุกเก่าอย่างรวดเร็ว
ชายชุดดำสี่คนก้าวลงจากรถด้วยท่าทางคุกคาม แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของรินรดาหยุดเต้นไม่ใช่ชายเหล่านั้น ทว่าเป็นร่างสูงโปร่งของหญิงวัยกลางคนที่ก้าวลงมาจากเบาะหลัง—คุณหญิงศจี ในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่ไม่มีความสงสารเจือปน
“หาให้เจอ...” เสียงทรงอำนาจสั่งการ “ไม่ว่าจะเป็นศพหรือของที่พวกมันขโมยไป... ฉันต้องการทุกอย่าง ก่อนที่แสงอาทิตย์จะขึ้น”
ภาคินกดตัวรินรดาลงแนบกับอกของเขา ลมหายใจของเขาพ่นรดข้างหูหญิงสาวเบาๆ “อย่าส่งเสียง... เราถูกล้อมแล้ว”
รินรดาเหลือบมองความมืดด้านหลัง เห็นเงาร่างของชายอีกสองคนกำลังเดินอ้อมเข้ามาทางทิศที่พวกเขาซ่อนอยู่ กลิ่นน้ำมันเบนซินจากถังน้ำมันที่รั่วไหลคละคลุ้งไปทั่วอากาศ รินรดารู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นผ่านไขสันหลัง เมื่อเห็นว่าหนึ่งในคนของศัตรูถือปืนเก็บเสียงไว้ในมือ
ภาคินกระซิบเบาจนเกือบไม่ได้ยิน “เตรียมตัววิ่ง... ผมจะเบี่ยงเบนความสนใจ คุณต้องไปที่รถให้ได้”
“ไม่! ฉันไม่ทิ้งคุณ!” รินรดาคัดค้านเสียงสั่นในลำคอ เธอจับชายเสื้อเขาไว้แน่น
“ถ้าคุณไม่ไป เราทั้งคู่ก็จบ...” ภาคินโน้มตัวเข้าไปใกล้ จนริมฝีปากของเขาเกือบจะแตะขมับของเธอ “ริน... ฟังนะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แฟลชไดรฟ์นี้คือชีวิตของพวกเรา... อย่าปล่อยให้ความทรงจำของคุณถูกเผาไปพร้อมกับที่นี่”
ทันใดนั้น แสงไฟฉายสว่างวาบมาทางที่พวกเขาซ่อนตัว เสียงฝีเท้าที่เหยียบย่ำเศษแก้วแตกดังชัดเจนขึ้นทุกที คุณหญิงศจีเดินตรงเข้ามาใกล้จุดที่พวกเขาซ่อนตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับรู้ว่ามี ‘หนู’ ติดกับดักอยู่ตรงนี้ นางหยุดเดิน ห่างจากที่กำบังของพวกเขาเพียงไม่กี่ก้าว ก่อนจะยกยิ้มมุมปากแล้วกล่าวคำที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบ
“ออกมาเถอะ รินรดา... ฉันรู้นะว่าหนูแอบดูแมวอยู่น่ะ... และฉันก็มี ‘ของขวัญ’ อีกชิ้นที่แม่ของเธอฝากไว้ให้ก่อนตาย ซึ่งเธออาจจะอยากเห็นมันเดี๋ยวนี้”
เอมเมอรัลด์อายส์ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับรินรดาและภาคินในตอนนี้นะคะ
นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ•ตอนที่ 18
มิตรภาพท่ามกลางวิกฤต
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!