นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ•ตอนที่ 3

การพบกันที่คาดไม่ถึง

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
“คุณดูเหมือนคนกำลังรอคอยอะไรบางอย่างที่ไม่มีวันมาถึงนะ รินรดา” สุ้มเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความรื่นรมย์ที่ไม่ได้มาจากความจริงใจกระซิบอยู่ข้างหู รินรดาชะงักมือที่กำลังประคองแก้วแชมเปญ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของไม้กฤษณาและยาสูบราคาแพงที่ลอยมาจากคนข้างกายทำให้เธอรู้สึกคลื่นไส้เล็กน้อย แต่นั่นไม่ใช่เพราะความเมา หากเป็นเพราะ ‘เจ้าของกลิ่น’ ที่เธอกำลังพยายามหลีกเลี่ยงตลอดทั้งงาน รินรดาหันไปเผชิญหน้ากับ ‘คุณหญิงศจี’ ที่ดูสง่างามดุจรูปปั้นหินอ่อนในชุดราตรีผ้าไหมสีน้ำเงินเข้ม ดวงตาคู่นั้นคมปลาบดั่งใบมีดที่ซ่อนอยู่ใต้แพขนตาหนา “คำพูดของคุณหญิงช่างลึกซึ้งเกินกว่าที่ฉันจะเข้าใจค่ะ” รินรดาตอบกลับด้วยรอยยิ้มจางๆ รักษาจังหวะการหายใจให้เป็นปกติแม้ใจจะเต้นรัว “ฉันแค่มางานประมูลเพื่อหาของสะสมที่ถูกใจ ไม่ได้รอคอยอะไรเป็นพิเศษ” “งั้นเหรอ?” คุณหญิงศจีหยิบสร้อยคอไข่มุกเม็ดโตขึ้นมาหมุนเล่น พลางปรายตามองไปยังโถงกลางที่กำลังเริ่มการประมูลงานศิลปะล้ำค่า “แต่สายตาคุณที่จ้องมอง ‘ภาคิน’ ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในงาน... มันบอกเล่าเรื่องราวคนละเรื่องกับที่ปากพูดเลยนะ” รินรดาขบกรามแน่น ความเงียบชั่วขณะนั้นหนักอึ้งพอๆ กับเสียงดนตรีคลาสสิกที่บรรเลงอยู่เบื้องหลัง เธอไม่คิดว่าคุณหญิงศจีจะจับสังเกตได้เร็วขนาดนี้ หรือบางที... เธออาจจะประมาทผู้หญิงคนนี้เกินไป “ฉันแค่อดสงสัยไม่ได้ว่านักข่าวอิสระที่ไม่มีนามบัตรในมือทำไมถึงได้รับเชิญมางานระดับประเทศแบบนี้” รินรดาโยนหินถามทาง “ของแบบนี้มันอยู่ที่ ‘ใคร’ เป็นคนส่งเทียบเชิญ และ ‘ผลประโยชน์’ คืออะไร” คุณหญิงศจีเหยียดยิ้มก่อนจะเดินเลี่ยงหายไปในกลุ่มสังคมชั้นสูง ทิ้งให้รินรดายืนอยู่กับคำถามที่ค้างคาใจ ร่างบางเดินหลบฉากออกมายังระเบียงด้านนอกเพื่อหาอากาศหายใจ แสงไฟจากโคมระย้าในห้องจัดเลี้ยงส่องกระทบผิวน้ำในสระว่ายน้ำกลางสวนจนเกิดประกายระยิบระยับ ที่นั่น... เธอเห็นเขายืนอยู่ ภาคินกำลังยืนสูบบุหรี่ไฟฟ้าอยู่เงียบๆ แสงไฟสีฟ้าจากอุปกรณ์ในมือสะท้อนให้เห็นเสี้ยวหน้าคมคายที่ดูเย็นชาผิดกับตอนที่เขาแกล้งทำตัวเป็นคนขี้เล่นในตอนที่แล้ว วันนี้เขาอยู่ในชุดสูทสีเทาเข้มที่ดูดีเกินกว่าจะเป็นแค่นักข่าวอิสระ รินรดาก้าวเท้าเข้าไปหาด้วยความเงียบเชียบ ก่อนจะหยุดยืนเคียงข้างเขา “คุณไม่ได้มาที่นี่เพื่อข่าวงานประมูลใช่ไหม?” ภาคินไม่หันมามอง เขาเพียงแค่นพ่นควันจางๆ ออกไปในอากาศ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง “คุณดูหมกมุ่นกับผมเกินไปนะรินรดา มันทำให้ผมเริ่มคิดว่า... คุณเองก็มีความลับที่กำลังปิดบังอยู่เหมือนกัน” “อย่าเลี่ยงคำถาม” คราวนี้เขาสบตาเธอ ดวงตาของภาคินมีประกายแปลกๆ เหมือนคนที่มีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ลึกสุดใจ “ผมบอกแล้วว่าเราทั้งคู่ต่างมีจุดหมายเดียวกัน เพียงแต่ว่า... วิธีการของเราต่างกันเท่านั้น” รินรดาหยิบรูปถ่ายใบเก่าที่เก็บไว้ในกระเป๋าคลัทช์ออกมา มันเป็นภาพถ่ายเลือนรางของเหตุการณ์ในวัยเด็กที่เธอจำไม่ได้ว่าคือที่ไหน แต่ที่มุมภาพ... ปรากฏตราสัญลักษณ์รูปนกฟีนิกซ์สีทองแบบเดียวกับที่ติดอยู่บนเข็มกลัดที่ปกเสื้อของภาคินในวินาทีนี้ “คุณเป็นใครกันแน่?” รินรดากระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือ “ทำไมคุณถึงมีสิ่งนี้?” ภาคินมองเข็มกลัดบนปกเสื้อตัวเอง ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ แต่เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน “รินรดา... เรื่องราวในม่านหมอกที่พวกเขาสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกคุณ มันใกล้จะพังทลายลงแล้ว และคุณควรจะขอบคุณผมที่ทำให้คุณเห็นความจริงก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป” เขาก้าวเข้ามาใกล้จนรินรดาสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของเขา “ถ้าคุณอยากรู้ว่าใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังการหายไปของความทรงจำคุณ... คืนนี้ หลังงานจบ กลับไปที่บ้านพักริมน้ำหลังเก่าที่คุณเคยไปตอนสิบขวบ แล้วคุณจะพบคำตอบที่คุณไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการถึง” คำพูดของเขาเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางใจ รินรดานิ่งงัน เธอไม่เคยบอกใครเรื่องบ้านพักริมน้ำหลังนั้น... ไม่เคยบอกใครเลยแม้แต่คนเดียว! ทว่า ก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยถามอะไรต่อ ประตูระเบียงก็เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของคนรับใช้ในชุดดำที่เดินตรงมาหาพวกเขาด้วยท่าทีรีบร้อน “คุณรินรดาครับ คุณหญิงศจีเชิญไปพบที่ห้องรับรองส่วนตัวด่วนครับ ท่านบอกว่ามี ‘ของขวัญ’ ชิ้นสำคัญจากอดีตที่ท่านอยากจะมอบให้” ภาคินมองรินรดาด้วยสายตาที่ลึกล้ำราวกับจะเตือนอะไรบางอย่าง ก่อนที่เขาจะหมุนตัวเดินหายไปในความมืดของสวนทิ้งให้รินรดายืนอยู่เพียงลำพัง เธอมองตามแผ่นหลังของเขาไปอย่างสับสน แต่เมื่อสายตาเหลือบไปเห็น ‘บางอย่าง’ บนพื้นหญ้าตรงจุดที่ภาคินยืนอยู่เมื่อครู่ หัวใจของเธอก็แทบหยุดเต้น มันคือเข็มกลัดรูปนกฟีนิกซ์สีทองชิ้นเดิม... ทว่าเมื่อเธอก้มลงหยิบมันขึ้นมาดูใกล้ๆ กลับพบว่ารอยสลักที่ด้านหลังเข็มกลัดนั้น ไม่ใช่ตราสัญลักษณ์ของตระกูลศจีอย่างที่เธอคาดคิด แต่มันเป็นอักษรย่อที่สลักไว้ด้วยลายมือที่คุ้นตาที่สุดในชีวิต... ลายมือของ ‘พ่อ’ ที่เสียชีวิตไปนานแล้ว นั่นหมายความว่า... ภาคินไม่ใช่ศัตรู หรือบางที... เขาอาจจะเป็นคนเดียวที่ถือครองกุญแจสู่โศกนาฏกรรมทั้งหมดที่เธอพยายามลืมเลือน! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในม่านหมอกแห่งความลับนี้กับผมครับ - เอมเมอรัลด์อายส์
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%