"แม่จะให้มันจบลงแบบนี้จริงๆ หรือคะ"
เสียงของรินรดาเรียบสนิท ทว่าคมกริบราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับจนวาววับ เธอวางช้อนเงินลงบนจานกระเบื้องเคลือบกังไสช้าๆ เสียงกระทบกันของมันดังก้องไปทั่วห้องอาหารที่โอ่อ่ากว้างขวาง จนคนรับใช้ที่กำลังยืนประจำการอยู่มุมห้องถึงกับก้มหน้าหลบสายตา
คุณหญิงศจีไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองบุตรสาว ท่านยังคงละเลียดสเต็กเนื้อชิ้นบางอย่างใจเย็น กิริยาท่าทางงดงามไร้ที่ติประหนึ่งภาพวาดในนิตยสารสังคมชั้นสูง "ความจริงมีไว้เพื่อให้คนฉลาดใช้ประโยชน์ ไม่ใช่เพื่อให้คนเขลาเอามาตั้งคำถาม รินรดา"
"แต่ความจริงที่แม่กำลังทับถมไว้ใต้พรม มันกำลังส่งกลิ่นเน่าเหม็นออกมา" รินรดาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยจ้องมองมารดาที่รักอย่างไม่อาจปิดบังความผิดหวัง "หนูจำได้... คืนนั้นที่สวนหลังบ้าน หนูไม่ได้ฝันไปใช่ไหม?"
มือที่กำลังถือมีดของคุณหญิงชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ท่านจะวางมีดลงอย่างนุ่มนวล แล้วเช็ดริมฝีปากด้วยผ้าลินินสีขาวบริสุทธิ์ เสียงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอของคุณหญิงดังขึ้น แต่มันกลับทำให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกลงอย่างประหลาด
"คนเรามักเลือกจำในสิ่งที่อยากจำเพื่อปลอบประโลมความอ่อนแอของตัวเอง" คุณหญิงศจีประสานสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งเข้ากับดวงตาของลูกสาว "ถ้าลูกยังหมกมุ่นกับภาพหลอนในอดีต แทนที่จะโฟกัสกับงานที่บริษัท... แม่เกรงว่ารินรดาจะลืมไปว่า ใครกันแน่ที่เป็นคนสร้างทุกอย่างที่ลูกยืนอยู่ตรงนี้ให้"
รินรดารู้สึกเหมือนมีก้อนหินหนักอึ้งจุกอยู่ที่ลำคอ เธอไม่แปลกใจที่มารดาใช้ความสัมพันธ์เป็นเครื่องต่อรอง แต่สิ่งที่ทำร้ายใจเธอที่สุด คือความจริงที่ว่าภายใต้ภาพลักษณ์ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบของตระกูลอัครเดชไพศาล มีรอยร้าวที่ลึกและกว้างจนเกินกว่าจะประสานด้วยคำขอโทษ
เธอลุกขึ้นจากเก้าอี้โดยไม่กล่าวลา เดินออกจากห้องอาหารทิ้งให้คุณหญิงศจีนั่งนิ่งอยู่เบื้องหลัง ความเงียบงันในโถงทางเดินดูจะบีบคั้นหัวใจเธอมากกว่าการปะทะด้วยวาจา ทุกฝีก้าวบนพื้นหินอ่อนเย็นเยียบนำพาเธอกลับไปสู่ความทรงจำอันพร่าเลือน... กลิ่นดินเปียกชื้น เสียงร้องไห้ และเงาร่างที่หายไปในม่านหมอก
รินรดาเดินตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัว แต่ทันทีที่ผลักบานประตูเข้าไป กลิ่นบุหรี่จางๆ ที่ไม่ใช่ของคนในบ้านทำให้เธอหยุดชะงัก
"คุณเข้ามาได้ยังไง" เธอเอ่ยเสียงดุ โดยไม่ต้องหันไปมองเธอก็รู้ว่าใครยืนอยู่ตรงหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้
ภาคิน นักข่าวอิสระผู้มีสายตาราวกับเหยี่ยวหันกลับมามองเธอ เขาสวมเสื้อแจ็คเก็ตสีเข้มที่ดูขัดกับความหรูหราของคฤหาสน์หลังนี้ "ล็อคบ้านคุณไม่ได้แน่นหนาอย่างที่คิดหรอกริน และที่สำคัญ... ผมเจอสิ่งที่อาจจะทำให้แม่คุณเปลี่ยนใจมาพูดความจริงได้"
เขาวางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะทำงานของเธอ รินรดามองมันด้วยหัวใจที่เต้นรัว นี่คือรอยร้าวที่เธอเฝ้าตามหามาตลอดชีวิต แต่มันจะทำลายบ้านทั้งหลังลงหรือไม่ เธอเองก็ยังไม่แน่ใจ
"มันคืออะไร" รินรดาถาม มือสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อหยิบซองนั้นขึ้นมา
"หลักฐานการโอนเงินเข้ามูลนิธิเด็กกำพร้าเมื่อยี่สิบปีก่อน ในวันที่คุณบอกว่าความทรงจำของคุณขาดหายไป" ภาคินขยับเข้ามาใกล้ น้ำเสียงของเขาอ่อนลง "ริน... ยิ่งเราขุดลึกลงไปเท่าไหร่ ความมืดที่รออยู่ข้างล่างนั่นมันอาจจะกลืนกินเราทั้งคู่ แต่ถ้าคุณไม่ทำ ความจริงก็จะถูกฝังไปพร้อมกับคุณ"
รินรดาเปิดซองเอกสารออก รายชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษทำให้ลมหายใจเธอสะดุด มันไม่ใช่แค่การโอนเงินปกติ แต่มันคือรายชื่อของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีอุบัติเหตุที่แม่ของเธอบอกว่า 'ไม่เคยมีอยู่จริง'
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าห้อง เสียงเคาะประตูดังรัวและดุดัน ตามมาด้วยเสียงของแม่บ้านที่ดูตื่นตระหนก
"คุณหนูคะ! คุณหญิงเรียกพบด่วนค่ะ ท่านบอกว่า... ท่านพบแขกที่ไม่ได้รับเชิญในบ้านเราแล้ว และท่านก็กำลังถือปืนของพ่อคุณอยู่ด้วยค่ะ!"
รินรดาสบตากับภาคินในความมืดที่เงียบงัน เธอรู้ดีว่าแม่ไม่มีวันยอมให้เรื่องนี้หลุดรอดไปเด็ดขาด และเสียงปืนที่ดังขึ้นจากชั้นล่างในวินาทีถัดมา ก็เป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุดว่า เกมหมากรุกกระดานนี้ไม่ได้เล่นกันด้วยเหตุผล แต่มันคือการแลกด้วยชีวิต
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในม่านหมอกแห่งความลับนี้กับผมครับ - เอมเมอรัลด์อายส์
นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ•ตอนที่ 2
รอยร้าวที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!