นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ•ตอนที่ 1

จดหมายจากอดีต

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
กลิ่นอับชื้นของฝุ่นผงที่เกาะตัวหนาบนพื้นไม้กระดานส่งผลให้รินรดารู้สึกเหมือนมีก้อนฝ้ายขวางอยู่ในลำคอ หญิงสาวไม่ได้มาที่นี่เพื่อรำลึกความหลัง แต่มาเพื่อ ‘จัดการ’ กับสิ่งสุดท้ายที่พ่อทิ้งไว้ให้ ก่อนที่ประกาศขายบ้านจะทำให้ที่ดินผืนนี้กลายเป็นแค่ความทรงจำที่หายไปในตึกแถวจัดสรร “คุณจะทำแบบนี้จริงๆ เหรอริน?” เสียงทุ้มต่ำของภาคินแทรกผ่านความเงียบงันในโถงบ้าน เขาพิงไหล่กับกรอบประตูที่ลอกร่อน สายตาคมกริบของนักข่าวอิสระกำลังกวาดมองคราบรอยน้ำบนฝ้าเพดาน—ร่องรอยของการรั่วซึมที่ทิ้งรอยด่างพร้อยไว้ราวกับบาดแผล รินรดาสะดุดกึก มือที่กำลังประคองกรอบรูปเก่ากึ้กสั่นเทาเล็กน้อย เธอวางมันลงบนโต๊ะไม้สักที่เต็มไปด้วยคราบรอยขีดข่วน ไม่หันไปมองคู่สนทนา “บ้านหลังนี้ไม่ได้สร้างมาเพื่อเก็บขยะทางอารมณ์ภาคิน... ฉันแค่จะเคลียร์มันให้เสร็จ แล้วเราจะไปจากที่นี่” “คุณพูดเหมือนกำลังหนี” “ฉันแค่กำลังจัดลำดับความสำคัญ” เธอตอบสวนทันควัน น้ำเสียงเรียบนิ่งทว่าแฝงแรงสั่นสะเทือนบางอย่างที่พยายามจะกดทับไว้ “คนเราไม่จำเป็นต้องจมอยู่กับสิ่งที่จำไม่ได้หรอกนะ ความว่างเปล่าในวัยเด็กมันก็ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องไปขุดให้เสียเวลา” ภาคินเดินเข้ามาใกล้ รอยเท้าของเขาบนพื้นไม้ดังเอี๊ยดอ๊าดราวกับจังหวะหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ เขาไม่ได้โต้ตอบด้วยคำพูด แต่หยิบซองจดหมายฉบับหนึ่งที่วางเด่นอยู่บนโต๊ะไม้ตัวกลางห้องขึ้นมา—มันไม่ได้วางอยู่ตรงนั้นเมื่อสิบนาทีที่แล้ว “นี่คือ ‘ความว่างเปล่า’ ที่คุณว่าหรือเปล่า?” รินรดาหันขวับ ดวงตาสีเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ซองจดหมายสีเหลืองซีดที่ทำจากกระดาษสาเนื้อหยาบไม่มีตราประทับ ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพียงชื่อของเธอที่เขียนด้วยลายมือตวัดพู่กันอย่างวิจิตรบรรจง... เป็นลายมือที่เธอรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดจนหัวใจกระตุกวูบ “มันมาได้ยังไง...” เธอพึมพำ มือที่ยื่นออกไปรับจดหมายสั่นจนกระดาษสั่นไหวเบาๆ “ในเมื่อบ้านหลังนี้ล็อกสนิทมานานหลายปี” “นั่นคือสิ่งที่ผมอยากรู้” ภาคินกอดอก จ้องมองซองจดหมายด้วยสายตาที่วิเคราะห์ลึกซึ้ง “แต่น่าแปลกนะริน... กลิ่นของมัน กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบอังกฤษนั่น มันไม่ได้กลิ่นเหมือนของเก่าเก็บที่ถูกลืม แต่มันเหมือนเพิ่งวางลงเมื่อไม่กี่นาทีนี้เอง” รินรดาไม่ตอบ เธอฉีกซองจดหมายนั้นด้วยมือที่เย็นเฉียบ กระดาษแผ่นบางที่อยู่ภายในมีข้อความเพียงไม่กี่บรรทัด ทว่าทันทีที่สายตาไล่ไปตามตัวอักษร ลมหายใจของเธอก็ขาดห้วง ภาพในหัวที่เคยพร่าเลือนเหมือนฟิล์มที่ถูกลบ กลับมีความร้อนระอุพุ่งวาบขึ้นมาในสมอง *‘ความลับที่ถูกฝังใต้เงาหญ้าในวันนั้น ไม่ได้ตายไปกับกาลเวลา... ศจีไม่มีวันปล่อยให้ลูกสาวของคนทรยศลอยนวลอยู่ได้หรอก กลับมาที่นี่ รินรดา ก่อนที่เศษซากแห่งอดีตจะกลายเป็นหลุมฝังศพของคุณอีกครั้ง’* “ใครกัน...” รินรดาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับความเงียบ “ใครที่รู้จักคุณหญิงศจีดีขนาดนี้ แล้วใครที่รู้ว่าฉันกำลังจะกลับมาที่นี่?” ภาคินโน้มตัวลงมาใกล้ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ดูจริงจังและเคร่งขรึมขึ้น “คุณหญิงศจีเป็นคนกุมอำนาจทุกอย่างในมูลนิธิฯ และในเครือธุรกิจตระกูลคุณ การที่คุณได้รับจดหมายฉบับนี้ แปลว่าเราไม่ได้กำลังเล่นเกมกระดานธรรมดาแล้ว แต่มันคือการประกาศสงคราม” “คุณหญิงไม่มีทางรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่” รินรดาเงยหน้าขึ้น สายตาของเธอแข็งกร้าวขึ้นด้วยแรงแค้นที่ถูกปลุกเร้า “ฉันหนีออกมาได้ไกลพอที่จะไม่ให้ใครตามเจอ... หรืออย่างน้อยฉันก็คิดแบบนั้น” “ถ้าอย่างนั้น ใครบางคนก็กำลังใช้คุณเป็นหมากตัวสำคัญในการเปิดโปงเรื่องที่ซ่อนไว้” ภาคินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กสัญญาณ “เราถูกจับตาอยู่ริน ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในรั้วบ้านหลังนี้แล้ว” ในจังหวะนั้นเอง เสียงไม้กระทบกันดังมาจากชั้นบนของบ้าน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่เดินวนเวียนอยู่บนเพดานไม้เบื้องบน รินรดาและภาคินชะงักกึก มองหน้ากันด้วยความตื่นตระหนกที่พุ่งขึ้นสู่ขีดสุด เสียงฝีเท้าหยุดลงตรงตำแหน่งที่ตั้งของห้องทำงานเก่าของพ่อ ก่อนจะมีเสียงของหนักตกกระแทกพื้นจนฝุ่นฟุ้งกระจายลงมาตามรอยแตกของเพดาน รินรดาคว้าไฟฉายจากมือภาคินก่อนจะพุ่งตัวไปยังบันไดทันที โดยไม่สนคำทัดทาน “ริน! อย่า!” “ถ้าอดีตมันจะตามมาทวงถามถึงขนาดนี้ ฉันก็ไม่จำเป็นต้องซ่อนตัวอีกต่อไป!” เธอก้าวขึ้นบันไดอย่างรวดเร็ว เสียงไม้ลั่นสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังทลายลงได้ทุกเมื่อ เมื่อถึงหน้าประตูห้องทำงานที่ปิดตาย รินรดาหยุดหายใจชั่วขณะ ก่อนจะผลักประตูไม้บานใหญ่เข้าไป ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้วิญญาณของเธอแทบหลุดออกจากร่าง กลางห้องนั้นไม่ได้มีใครอยู่ แต่มันคือรอยเลือดสดๆ ที่ยังคงหยดเป็นทางยาวมาจากหน้าต่างที่เปิดแผ่ออกสู่ความมืดมิดของยามค่ำคืน และบนโต๊ะทำงานตัวเดิมนั้น มีรูปถ่ายใบหนึ่งวางทับด้วยมีดพกสีเงินที่เธอจำได้แม่นยำว่าเป็นของพ่อ รูปถ่ายใบนั้น... คือภาพของเธอในวัยเด็ก ที่ยืนยิ้มอยู่ข้างๆ ผู้หญิงที่เธอไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน แต่ทว่าใบหน้าของผู้หญิงในรูปกลับมีปานแดงรูปจันทร์เสี้ยวที่หัวไหล่แบบเดียวกับที่เธอเห็นในกระจกทุกเช้า... และบนหลังรูปเขียนด้วยลายมือสั่นๆ ว่า *‘หนีไปให้พ้น ก่อนที่ศจีจะรู้ว่าแกยังมีชีวิตอยู่’* จู่ๆ ไฟฉายในมือของเธอก็ดับวูบลง พร้อมกับความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านอยู่ข้างหลัง ราวกับมีใครบางคนกำลังกระซิบข้างใบหูของเธอในความมืดมิดนั้น “ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... รินรดา” ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในม่านหมอกแห่งความลับนี้กับผมครับ - เอมเมอรัลด์อายส์
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%