หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนเบาะหน้ารถสั่นครึ่ง ๆ กลาง ๆ แสงไฟสีฟ้าจากข้อความที่เพิ่งเด้งขึ้นมาส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของภาคินจนเห็นรอยขยับของกรามที่ขบเข้าหากันแน่น ข้อความจากบัญชีปริศนา *Chaji_Official* พร้อมประโยคเย้ยหยัน *'หลานรัก... ของขวัญต้อนรับการกลับมา สนุกไหมคะ?'* ยังคงค้างคาอยู่บนหน้าจอราวกับเป็นเงาปีศาจที่ตามติดพวกเขามาตลอดทาง
รินรดานั่งนิ่งอยู่เบาะหลัง สายตาเหม่อมองออกไปนอกกระจก รถยนต์อเนกประสงค์คันเก่ากำลังแล่นฝ่าสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอย่างหนักหน่วงบนถนนสายเปลี่ยว มุ่งหน้าสู่จังหวัดชายแดนภาคตะวันออก—สถานที่ซึ่งพยานปากเอกคนสุดท้ายซ่อนตัวอยู่
"คุณรินไหวไหมคะ สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลย"
เสียงทุ้มต่ำของภาคินเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา เขาส่งกระจกมองหลังเพื่อสำรวจอาการของหญิงสาว ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสะท้อนความห่วงใยที่พยายามเก็บซ่อนไว้ภายใต้มาادของความสุขุม
"ฉันแค่กำลังคิดถึงข้อความนั้นค่ะคุณภาคิน..." รินรดาหันกลับมาสบตาเขาผ่านกระจกมองหลัง น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยตรงปลายเสียง "ชื่อ *Chaji_Official*... คำว่า 'ฉจี' มันชัดเจนเสียจนไม่ต้องตีความ ผู้หญิงคนนั้นไม่มีทางปล่อยเราไปง่าย ๆ แน่ และการที่เรากำลังจะไปหาลุงนพ... ฉันกลัวว่าเราจะเดินเข้า 'กับดัก' ที่หล่อนวางไว้เสียเอง"
ภาคินถอนหายใจยาว มือข้างหนึ่งละจากพวงมาลัยมาชกเบา ๆ ที่คอนโซลรถเพื่อระบายความอึดอัด "ต่อให้รู้ว่าเป็นหลุมพราง เราก็ต้องกระโดดลงไปค่ะคุณริน ลุงนพคือกุญแจดอกเดียวที่จะไขความจริงเรื่องอุบัติเหตุเมื่อยี่ิบปีก่อนได้ และมันคือหลักฐานชิ้นเดียวที่จะลากคุณหญิงศจีลงมาจากบัลลังก์จอมปลอมนั่นได้เช่นกัน"
บรรยากาศภายในรถกลับมาเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงยางรถยนต์บดไปบนพื้นถนนที่เปียกชุ่มและเสียงเม็ดฝนที่กระทบหลังคาคันรถเป็นจังหวะน่าหดหู่ สองข้างทางเริ่มเปลี่ยนจากตึกรามบ้านช่องเป็นแนวป่าทึบและทุ่งนาเวิ้งว้าง ความมืดมิดของยามวิกาลเริ่มกลืนกินทุกสิ่งรอบตัว ราวกับโลกใบนี้เหลือเพียงแค่พวกเขาสองคนกับความลับที่กำลังจะถูกเปิดโปง
สองชั่วโมงผ่านไป รถเลี้ยวเข้ามาในซอยเปลี่ยวและจอดสนิทหน้าบ้านไม้สักเก่าแก่ยกพื้นสูงหลังหนึ่ง สภาพรอบด้านเงียบสงบจนน่ากลัว ไม่มีแสงไฟจากบ้านเรือนข้างเคียงเล็ดลอดออกมาให้เห็น มีเพียงแสงไฟหน้ารถที่ส่องสว่างกระทบกับระเบียงบ้านที่ผุพังตามกาลเวลา
"ถึงแล้วค่ะ... บ้านของลุงนพ" ภาคินดับเครื่องยนต์ ความเงียบสงัดเข้ามาแทนที่ทันที
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก เธอดึงฮู้ดเสื้อกันหนาวขึ้นคลุมศีรษะเพื่อบังสายตา ก่อนจะก้าวลงจากรถพร้อมกับภาคินที่ถือไฟฉายแรง
ก้าวแรกที่สัมผัสพื้นดิน กลิ่นอับชื้นของดินและกลิ่นฝนตีเข้าจมูก เสียงจิ้งหรีดเรไรกรีดร้องแข่งกับเสียงสายฝนที่ยังคงตกปรอย ๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศชวนขนลุก
"ระวังทางด้วยนะคะคุณริน พื้นค่อนข้างลื่น" ภาคินยื่นมือมาประคองข้อศอกของเธอไว้ หลุมพรางความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นในใจของทั้งคู่ ความใกล้ชิดท่ามกลางสถานการณ์ที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายทำให้ความไว้วางใจเป็นสิ่งเดียวที่พวกเขาพึ่งพาได้ในยามนี้
ทั้งคู่ก้าวขึ้นบันไดไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่น้ำหนักลงไปเหยียบ ภาคินเคาะประตูไม้บานเก่าสามครั้งด้วยสัญญาณที่นัดแนะกันไว้... ไม่มีเสียงตอบรับ
เขาเคาะซ้ำเป็นครั้งที่สองด้วยจังหวะเดิม
แอด... เสียงประตูไม้ผุ ๆ ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงลมจากด้านใน หรือบางที... อาจจะมีใครบางคนรอจังหวะนี้อยู่ก่อนแล้ว
รินรดากลั้นหายใจ มือเรียวเอื้อมไปจับชายเสื้อของภาคินไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ภาคินส่องไฟฉายนำทางเข้าไปในความมืด กลิ่นแปลกประหลาดบางอย่างโชยแตะจมูก—ไม่ใช่กลิ่นอับของบ้านเก่า แต่เป็นกลิ่นคาวสนิมที่คุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัว
"ลุงนพคะ...?" รินรดาเปล่งเสียงเรียกเบาหวิว แววตาหวาดระแวงกวาดมองไปทั่วห้องโถงมืดทึบ
ลำแสงจากไฟฉายกวาดไปกระทบกับร่างหนึ่งที่นั่งฟุบอยู่บนโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ ศีรษะคว่ำลงแนบกับกองกระดาษเอกสารสีเหลืองกรอบ
ภาคินรีบพุ่งเข้าไปใกล้ทันทีด้วยสัญชาตญาณ เขาดึงร่างนั้นให้เงยขึ้นมาช้า ๆ ทันทีที่แสงไฟฉายสาดส่องเข้าที่ใบหน้า รินรดาก็ต้องยกมือขึ้นปิดปากกรีดร้องออกมาสุดเสียงด้วยความตกตะลึงจนแทบสิ้นสติ
ดวงตาของลุงนพเบิกโพงค้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ลำคอมีร่องรอยบาดแผลฉกรรจ์ที่เลือดสีแดงเข้มแห้งกรังจนกลายเป็นสีดำ และบนโต๊ะทำงานตรงหน้า... มีแฟ้มเอกสารเปิดค้างไว้ พร้อมกับข้อความด้วยลายมือคุ้นตาที่เขียนทับด้วยหมึกสีแดงฉาน:
*'สายไปแล้วนะคะ... เด็กน้อย'*
ฉับพลันนั้น เสียงฝีเท้าหนัก ๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่บริเวณระเบียงด้านนอก พร้อมกับแสงไฟฉายจำนวนมากที่สาดส่องทะลุกระจกหน้าต่างเข้ามาอย่างไร้ความปรานี!
"หมอบลงค่ะคุณริน!"
ภาคินตะโกนลั่นพร้อมกับกระชากร่างของรินรดาให้ล้มลงหลบหลังโต๊ะทำงานไม้หนาทึบในเสี้ยววินาที ก่อนที่กระสุนปืนนับไม่ถ้วนจะพุ่งทะลุกระจกหน้าต่างเข้ามาเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เศษไม้และกระจกกระจายเกลื่อนกลาดท่ามกลางความมืดที่ถูกฉีกกระชากด้วยคมกระสุน!
เอมเมอรัลด์อายส์ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ตัวละครของเรามา ณ ที่นี้นะคะ
นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ•ตอนที่ 46
การเดินทางไกล
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!