นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ•ตอนที่ 46

การเดินทางไกล

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนเบาะหน้ารถสั่นครึ่ง ๆ กลาง ๆ แสงไฟสีฟ้าจากข้อความที่เพิ่งเด้งขึ้นมาส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของภาคินจนเห็นรอยขยับของกรามที่ขบเข้าหากันแน่น ข้อความจากบัญชีปริศนา *Chaji_Official* พร้อมประโยคเย้ยหยัน *'หลานรัก... ของขวัญต้อนรับการกลับมา สนุกไหมคะ?'* ยังคงค้างคาอยู่บนหน้าจอราวกับเป็นเงาปีศาจที่ตามติดพวกเขามาตลอดทาง รินรดานั่งนิ่งอยู่เบาะหลัง สายตาเหม่อมองออกไปนอกกระจก รถยนต์อเนกประสงค์คันเก่ากำลังแล่นฝ่าสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอย่างหนักหน่วงบนถนนสายเปลี่ยว มุ่งหน้าสู่จังหวัดชายแดนภาคตะวันออก—สถานที่ซึ่งพยานปากเอกคนสุดท้ายซ่อนตัวอยู่ "คุณรินไหวไหมคะ สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลย" เสียงทุ้มต่ำของภาคินเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา เขาส่งกระจกมองหลังเพื่อสำรวจอาการของหญิงสาว ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสะท้อนความห่วงใยที่พยายามเก็บซ่อนไว้ภายใต้มาادของความสุขุม "ฉันแค่กำลังคิดถึงข้อความนั้นค่ะคุณภาคิน..." รินรดาหันกลับมาสบตาเขาผ่านกระจกมองหลัง น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยตรงปลายเสียง "ชื่อ *Chaji_Official*... คำว่า 'ฉจี' มันชัดเจนเสียจนไม่ต้องตีความ ผู้หญิงคนนั้นไม่มีทางปล่อยเราไปง่าย ๆ แน่ และการที่เรากำลังจะไปหาลุงนพ... ฉันกลัวว่าเราจะเดินเข้า ⁠'กับดัก' ที่หล่อนวางไว้เสียเอง" ภาคินถอนหายใจยาว มือข้างหนึ่งละจากพวงมาลัยมาชกเบา ๆ ที่คอนโซลรถเพื่อระบายความอึดอัด "ต่อให้รู้ว่าเป็นหลุมพราง เราก็ต้องกระโดดลงไปค่ะคุณริน ลุงนพคือกุญแจดอกเดียวที่จะไขความจริงเรื่องอุบัติเหตุเมื่อยี่ิบปีก่อนได้ และมันคือหลักฐานชิ้นเดียวที่จะลากคุณหญิงศจีลงมาจากบัลลังก์จอมปลอมนั่นได้เช่นกัน" บรรยากาศภายในรถกลับมาเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงยางรถยนต์บดไปบนพื้นถนนที่เปียกชุ่มและเสียงเม็ดฝนที่กระทบหลังคาคันรถเป็นจังหวะน่าหดหู่ สองข้างทางเริ่มเปลี่ยนจากตึกรามบ้านช่องเป็นแนวป่าทึบและทุ่งนาเวิ้งว้าง ความมืดมิดของยามวิกาลเริ่มกลืนกินทุกสิ่งรอบตัว ราวกับโลกใบนี้เหลือเพียงแค่พวกเขาสองคนกับความลับที่กำลังจะถูกเปิดโปง สองชั่วโมงผ่านไป รถเลี้ยวเข้ามาในซอยเปลี่ยวและจอดสนิทหน้าบ้านไม้สักเก่าแก่ยกพื้นสูงหลังหนึ่ง สภาพรอบด้านเงียบสงบจนน่ากลัว ไม่มีแสงไฟจากบ้านเรือนข้างเคียงเล็ดลอดออกมาให้เห็น มีเพียงแสงไฟหน้ารถที่ส่องสว่างกระทบกับระเบียงบ้านที่ผุพังตามกาลเวลา "ถึงแล้วค่ะ... บ้านของลุงนพ" ภาคินดับเครื่องยนต์ ความเงียบสงัดเข้ามาแทนที่ทันที รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก เธอดึงฮู้ดเสื้อกันหนาวขึ้นคลุมศีรษะเพื่อบังสายตา ก่อนจะก้าวลงจากรถพร้อมกับภาคินที่ถือไฟฉายแรง ก้าวแรกที่สัมผัสพื้นดิน กลิ่นอับชื้นของดินและกลิ่นฝนตีเข้าจมูก เสียงจิ้งหรีดเรไรกรีดร้องแข่งกับเสียงสายฝนที่ยังคงตกปรอย ๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศชวนขนลุก "ระวังทางด้วยนะคะคุณริน พื้นค่อนข้างลื่น" ภาคินยื่นมือมาประคองข้อศอกของเธอไว้ หลุมพรางความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นในใจของทั้งคู่ ความใกล้ชิดท่ามกลางสถานการณ์ที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายทำให้ความไว้วางใจเป็นสิ่งเดียวที่พวกเขาพึ่งพาได้ในยามนี้ ทั้งคู่ก้าวขึ้นบันไดไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่น้ำหนักลงไปเหยียบ ภาคินเคาะประตูไม้บานเก่าสามครั้งด้วยสัญญาณที่นัดแนะกันไว้... ไม่มีเสียงตอบรับ เขาเคาะซ้ำเป็นครั้งที่สองด้วยจังหวะเดิม แอด... เสียงประตูไม้ผุ ๆ ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงลมจากด้านใน หรือบางที... อาจจะมีใครบางคนรอจังหวะนี้อยู่ก่อนแล้ว รินรดากลั้นหายใจ มือเรียวเอื้อมไปจับชายเสื้อของภาคินไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ภาคินส่องไฟฉายนำทางเข้าไปในความมืด กลิ่นแปลกประหลาดบางอย่างโชยแตะจมูก—ไม่ใช่กลิ่นอับของบ้านเก่า แต่เป็นกลิ่นคาวสนิมที่คุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัว "ลุงนพคะ...?" รินรดาเปล่งเสียงเรียกเบาหวิว แววตาหวาดระแวงกวาดมองไปทั่วห้องโถงมืดทึบ ลำแสงจากไฟฉายกวาดไปกระทบกับร่างหนึ่งที่นั่งฟุบอยู่บนโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ ศีรษะคว่ำลงแนบกับกองกระดาษเอกสารสีเหลืองกรอบ ภาคินรีบพุ่งเข้าไปใกล้ทันทีด้วยสัญชาตญาณ เขาดึงร่างนั้นให้เงยขึ้นมาช้า ๆ ทันทีที่แสงไฟฉายสาดส่องเข้าที่ใบหน้า รินรดาก็ต้องยกมือขึ้นปิดปากกรีดร้องออกมาสุดเสียงด้วยความตกตะลึงจนแทบสิ้นสติ ดวงตาของลุงนพเบิกโพงค้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ลำคอมีร่องรอยบาดแผลฉกรรจ์ที่เลือดสีแดงเข้มแห้งกรังจนกลายเป็นสีดำ และบนโต๊ะทำงานตรงหน้า... มีแฟ้มเอกสารเปิดค้างไว้ พร้อมกับข้อความด้วยลายมือคุ้นตาที่เขียนทับด้วยหมึกสีแดงฉาน: *'สายไปแล้วนะคะ... เด็กน้อย'* ฉับพลันนั้น เสียงฝีเท้าหนัก ๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่บริเวณระเบียงด้านนอก พร้อมกับแสงไฟฉายจำนวนมากที่สาดส่องทะลุกระจกหน้าต่างเข้ามาอย่างไร้ความปรานี! "หมอบลงค่ะคุณริน!" ภาคินตะโกนลั่นพร้อมกับกระชากร่างของรินรดาให้ล้มลงหลบหลังโต๊ะทำงานไม้หนาทึบในเสี้ยววินาที ก่อนที่กระสุนปืนนับไม่ถ้วนจะพุ่งทะลุกระจกหน้าต่างเข้ามาเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เศษไม้และกระจกกระจายเกลื่อนกลาดท่ามกลางความมืดที่ถูกฉีกกระชากด้วยคมกระสุน! เอมเมอรัลด์อายส์ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ตัวละครของเรามา ณ ที่นี้นะคะ
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%