นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ•ตอนที่ 38

การลุกขึ้นสู้

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
“ฉันไม่คิดว่าคุณจะกล้าเดินเข้ามาในห้องทำงานของฉันในสภาพนี้ รินรดา” เสียงแหบพร่าทว่าเปี่ยมไปด้วยอำนาจของ ‘คุณหญิงศจี’ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับ ห้องทำงานส่วนตัวที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้โอ๊กโบราณดูแคบลงถนัดตาเมื่อรินรดาก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา หญิงสาวไม่ได้สวมใส่ชุดเดรสเรียบหรูเหมือนทุกครั้ง แต่เธออยู่ในชุดสูทสีเข้มที่ดูทะมัดทะแมง ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววหวั่นไหว บัดนี้กลับนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำที่ถูกแช่แข็ง รินรดาไม่ตอบในทันที เธอค่อยๆ วางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะทำงานราคาแพงของหญิงสูงวัย เสียงกระทบของมันหนักแน่นและไร้ความลังเล เธอเลื่อนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแล้วทรุดตัวลงนั่งโดยไม่รอคำเชิญ “สภาพไหนหรือคะคุณหญิง? สภาพของผู้แพ้ที่กำลังจะถูกกำจัด หรือสภาพของเหยื่อที่เบื่อการวิ่งหนี?” รินรดาถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับคมกริบราวกับใบมีด คุณหญิงศจีแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาที่กวาดมองอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม “ความมั่นใจที่ได้มาจากข่าวโคมลอยของนักข่าวตกอับคนนั้นมันทำให้เธอหลงระเริงเกินไปแล้วนะ รินรดา ลืมไปแล้วหรือว่าใครเป็นคนหยิบยื่นชีวิตใหม่ให้เธอในวันที่ครอบครัวเธอพังทลาย” “จำได้ดีค่ะ” รินรดาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เริ่มสั่นไหวของอีกฝ่าย “จำได้แม่นยิ่งกว่าชื่อตัวเองเสียอีก ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนจุดไฟเผาบ้านหลังนั้นเพื่อปิดปากความลับที่ควรจะตายไปพร้อมกับพ่อแม่ของฉัน” บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที ความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศดูจะไร้ผลเมื่อเทียบกับไอสังหารที่รินรดาแผ่ออกมา เธอโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย มือเรียวสวยประสานกันบนโต๊ะ “คุณหญิงคะ ความกลัวที่เคยสะกดฉันไว้มันหายไปตั้งแต่วินาทีที่ฉันพบว่า หลักฐานชิ้นสำคัญไม่ได้ถูกทำลายไปอย่างที่คุณต้องการ” รินรดาเว้นจังหวะ เธอเห็นชัดว่ากล้ามเนื้อที่มุมปากของคุณหญิงศจีกระตุก “คุณทุ่มเททุกอย่างเพื่อรักษาชื่อเสียงตระกูลที่จอมปลอมนี้ไว้ แต่ดูเหมือนว่าคุณจะลืมไปว่า... ของที่เน่าเฟะอยู่ข้างใน ต่อให้ห่อหุ้มด้วยทองคำสวยงามแค่ไหน กลิ่นเหม็นมันก็ไม่มีวันจางหายไปได้หรอกค่ะ” ภาคินที่ยืนรออยู่หน้าห้องคอยสังเกตการณ์ผ่านรอยแผลที่ทิ้งไว้บนระบบกล้องวงจรปิด เขาเห็นมือของคุณหญิงศจีกำหมัดแน่นจนสั่นสะท้าน เธอพยายามรักษาความสงบ แต่รินรดาในตอนนี้ไม่ใช่เด็กสาวผู้ตื่นกลัวคนเดิมอีกต่อไป เธอคือผู้ล่าที่รู้จุดอ่อนของเหยื่อดีที่สุด “เธอจะทำอะไร” คุณหญิงศจีถาม เสียงนั้นแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยรังสีอำมหิต “ฉันไม่ได้มาเพื่อต่อรองค่ะ” รินรดาหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากซองเอกสาร รูปนั้นคือภาพถ่ายในคืนเกิดเหตุที่คนร้ายทำตกไว้ มันไม่ใช่ภาพที่ชัดเจนที่สุด แต่มันคือภาพนาฬิกาข้อมือที่มีสัญลักษณ์ประจำตระกูลซึ่งมีเพียงคนในครอบครัวศจีเท่านั้นที่ครอบครอง “ฉันมาเพื่อบอกว่า เกมนี้เปลี่ยนกติกาแล้ว ในเมื่อคุณเลือกที่จะเป็นคนเริ่มจุดไฟ ก็อย่าโทษกันถ้าวันหนึ่งไฟนั้นจะย้อนกลับมาเผาผลาญคุณจนไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน” หญิงสาวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอไม่ได้หันหลังกลับเดินจากไปเหมือนที่เคยทำ แต่เธอยืนนิ่งราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง “คุณคิดว่าคนอย่างฉันจะยอมให้เธอเดินออกไปจากที่นี่พร้อมกับความลับพวกนั้นได้จริงๆ หรือ?” คุณหญิงศจีกดปุ่มอินเตอร์คอมบนโต๊ะ “เรียกคนเข้ามา... จัดการเรื่องนี้ให้จบเสียที” ทว่าความเงียบคือคำตอบเดียวที่ตอบกลับมา คุณหญิงศจีกดปุ่มซ้ำๆ ด้วยความร้อนรน แต่ไม่มีเสียงตอบรับจากปลายสาย รินรดายกยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกหนาวสั่นถึงกระดูกสันหลัง “ไม่ต้องพยายามหรอกค่ะ” รินรดาเอ่ยเสียงนุ่ม “พนักงานรักษาความปลอดภัยของคุณตอนนี้คงยุ่งอยู่กับการเคลียร์หลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีลับของพวกเขาที่ถูกส่งตรงถึงตำรวจเมื่อห้านาทีก่อน ส่วนโทรศัพท์ของคุณ... ฉันเกรงว่าสัญญาณถูกตัดขาดไปตั้งแต่ฉันก้าวเข้าห้องนี้แล้ว” คุณหญิงศจีลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความโกรธจัดจนหน้าสั่น แต่ก่อนที่เธอจะทันได้กล่าววาจาใดๆ ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออกอย่างแรง ไม่ใช่ลูกน้องของศจี และไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจ... แต่เป็นชายร่างสูงในชุดสูทสีเทาที่เดินเข้ามาพร้อมกับแฟ้มคดีในมือ เขาคือคนที่ทุกคนต่างหวาดกลัวในความเที่ยงตรง “คุณหญิงศจีครับ” ชายคนนั้นกล่าวเสียงเรียบ “ผมมีหมายเรียกจากศาลในคดีฆาตกรรมและฟอกเงิน ขอเชิญคุณไปกับผมเดี๋ยวนี้ครับ” รินรดามองดูภาพความพินาศของหญิงสูงวัยด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ความสะใจไม่ได้เกิดขึ้นในใจเธออย่างที่เคยจินตนาการไว้ มีเพียงความโศกเศร้าที่ทับถมอยู่ลึกๆ เพราะไม่ว่าชัยชนะครั้งนี้จะยิ่งใหญ่แค่ไหน มันก็ไม่อาจเรียกเอาเวลาที่สูญเสียไปกลับคืนมาได้ ทว่าในจังหวะที่ชายร่างสูงเดินผ่านเพื่อเข้าคุมตัวคุณหญิงศจี เขากระซิบอะไรบางอย่างที่ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ “คุณรินรดา... เรื่องที่รื้อฟื้นขึ้นมาน่ะ ผมว่าคุณต้องไปดูเอกสารหน้าสุดท้ายของแฟ้มนี้เองนะครับ มันมีบางอย่างที่อาจจะทำให้ความทรงจำของคุณเปลี่ยนไปตลอดกาล” เขาส่งแฟ้มหนึ่งเล่มมาให้ รินรดารับมันมาด้วยมือที่สั่นเทา เธอค่อยๆ พลิกเปิดไปจนถึงหน้าสุดท้าย ทันทีที่สายตาปะทะกับตัวอักษรและรูปถ่ายที่แนบอยู่ เธอก็แทบหยุดหายใจ คนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้... ไม่ใช่แค่คุณหญิงศจีเพียงคนเดียว แต่กลับมีเงาของบุคคลที่เธอไว้ใจมากที่สุดซ้อนทับอยู่ด้วย! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกแห่งความลวงนี้ไปกับรินรดานะคะ โดย เอมเมอรัลด์อายส์
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%