คราบน้ำตาบนแก้วของรินรดายังไม่ทันแห้งสนิทดีด้วยซ้ำ เมื่อเสียงปรบมือเบาๆ แต่อัดแน่นไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นจากมุมมืดของห้องรับแขกโบราณหลังนั้น
ความจริงที่เพิ่งถูกกระชากออกมาจากปากของคุณหญิงศจีเมื่อชั่วพริบตาก่อน ยังคงแขวนลอยอยู่กลางอากาศราวกับละอองพิษที่รอวันกัดกร่อนปอด รินรดายืนตัวแข็งทื่อ ปลายนิ้วทั้งสิบชาหนึบจนไร้ความรู้สึก ความโกรธเกรี้ยวที่เคยพลุ่งพล่านถูกความตก Mะลึงเข้าแช่แข็งไว้จนหมดสิ้น คำประกาศิตที่ว่าพ่อแม่ของเธอไม่ได้ตายจากอุบัติเหตุ แต่ถูก "ฝัง" ด้วยน้ำมือของคนตรงหน้า... มันหนักหนาเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็กๆ จะแบกรับไหวในคราวเดียว
"ตกใจอะไรกันคะ รินรดา... หน้าตาเธอยามนี้น่าสมเพชเสียยิ่งกว่าตอนที่แม่ของเธอคุกเข่าขอชีวิตเสียอีก" คุณหญิงศจีแค่นหัวเราะ น้ำเสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยอำนาจมืดก้องกังวานในความเงียบ ดวงตาฝ้าฟางตามวัยแต่ยังคงความเฉี่ยวดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองหญิงสาวราวกับเหยื่อในกรง
ทว่า ในวินาทีที่ความมืดมนกำลังจะกลืนกินสติสัมปชัญญะทั้งหมดของรินรดา เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นจากระเบียงด้านนอก ประตูบานกระจกสีชาถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างสูงโปรดของภาคินที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตากลับคมกริบดุจใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนุ่มนวล
"น่าเสียดายนะคะคุณหญิงศจี... ที่คำสารภาพเมื่อครู่ ไม่ได้มีแค่เราสามคนในห้องนี้อีกต่อไปแล้ว"
ภาคินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันกลับทำให้รอยยิ้มเยືือกเย็นบนริมฝีปากของคุณหญิงศจีชะงักค้าง นางหันขวับไปมองชายหนุ่มทันที ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจเป็นครั้งแรก ก่อนที่เสียงสัญญาณเตือนภัยบางอย่างจะดังขึ้นในหัวของอดีตผู้ทรงอิทธิพล
รินรดาหันขวับไปมองภาคิน หัวใจเต้นระรัวด้วยความสับสน เธอกวาดสายตามองชายหนุ่มผู้เป็นที่พึ่งพิงเพียงคนเดียวในยามนี้ สลับกับร่างที่สั่นเทาเล็กน้อยของคุณหญิงศจี สมองที่เคยว่างเปล่าเริ่มประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว—นี่คือแผนการ... ภาคินไม่ได้มาช่วยเธอโดยบังเอิญ แต่เขากำลัง "ล่อ" ให้เสือยอมเดินออกจากถ้ำด้วยตัวเอง!
"แกหมายความว่ายังไง... ภาคิน" คุณหญิงศจีเค้นเสียงถาม รังสีอำมหิตแผ่ออกจากร่างชราจนแทบสัมผัสได้ มือที่ถือไม้เท้าสั่นเทาด้วยความโกรธ
"หมายความตามที่ได้ยินนั่นแหละครับ... เอ้ย ขออภัยค่ะ ดิฉันติดปาก" ภาคินยิ้มมุมปากเล็กน้อย จงใจล้อเลียนน้ำเสียงเย่อหยิ่งของอีกฝ่าย ก่อนจะดึงเครื่องบันทึกขนาดเล็กออกจากกระเป๋าเสื้อสูท ไฟสีแดงดวงเล็กบนตัวเครื่องยังคงกะพริบถี่ๆ บ่งบอกว่ามันกำลังทำงานอย่างขันแข็ง "ทุกถ้อยคำ ทุกความจริงที่คุณหญิงเพิ่งพรั่งพรูออกมาเมื่อครู่ ถูกส่งตรงไปยังเซิร์ฟเวอร์สำรองของสำนักข่าวใหญ่สามแห่ง และกำลังจะกระจายสู่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ทั่วประเทศในอีกไม่ถึงสิบนาทีข้างหน้าแล้วค่ะ"
"แก... ไอ้สารเลว!"
คุณหญิงศจีกรีดร้องออกมาสุดเสียง ใบหน้าที่เคยเรียบเนียนด้วยศัลยกรรมและเครื่องสำอางราคาแพงบิดเบี้ยวด้วยความเคียดแค้น นางเงื้อมือหมายจะพุ่งเข้าใส่ภาคินด้วยความลืมตัว แต่ทว่า... ชายหนุ่มกลับไม่สะทกสะทกเขยื้อน เขายังคงยืนนิ่ง สงบ และมั่นคงราวกับขุนเขา
ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ประตูบ้านไม้สักทองบานใหญ่ก็ถูกพังทลายลงด้วยแรงถีบจากภายนอก เจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบไม่ต่ำกว่านายกรูเข้ามาเต็มห้อง พร้อมด้วยหมายค้นและหมายจับที่ชูขึ้นเหนือหัวอย่างชัดเจน แสงไฟแฟลชจากโทรศัพท์มือถือของผู้สื่อข่าวอิ스ระหลายคนที่ภาคินแอบนัดแนะไว้ล่วงหน้าสาดส่องเข้ามาอย่างไร้ความปรานี บันทึกภาพทุกอากัปกิริยาความตกต่ำของผู้หญิงที่เคยอยู่จุดสูงสุดของสังคมไฮโซ
รินรดายืนมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ น้ำตาที่เคยแห้งเหือดกลับเอ่อล้นขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่หยดน้ำตาแห่งความอ่อนแอ หากแต่เป็นหยดน้ำตาแห่งความโล่งใจที่ความยุติธรรมกำลังจะมาเคาะประตูทวงถามความจริง
คุณหญิงศจีถูกกดตัวลงกับโซฟาตัวหูฉลามโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ข้อมือเหี่ยวย่นถูกสวมด้วยกุญแจมือเย็นเฉียบ แววตาดุดันที่เคยใช้กดขี่ข่มเหงผู้อื่นมาค่อนชีวิต บัดนี้เต็มไปด้วยความว่างเปล่าและพ่ายแพ้ นางหันมามองรินรดาเป็นครั้งสุดท้ายด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
"แกคิดว่า... ชนะแล้วสินะ รินรดา..." คุณหญิงศจีแค่นยิ้มทั้งน้ำตาที่คลอหน่วย "แกคิดว่าความลับทุกอย่างมันจบลงแค่นี้จริงๆ น่ะหรือ... หึ... โง่เง่าสิ้นดี!"
รินรดาสะดุ้งเฮือก หัวใจที่เพิ่งสงบลงกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง ประโยคสุดท้ายนั้น น้ำเสียงนั้น และรอยยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย มันไม่ได้บ่งบอกถึงความพ่ายแพ้เลยแม้แต่น้อย กลับเหมือนเป็นการเปิดฉากมหันตภัยครั้งใหม่ที่น่ากลัวกว่าเดิม
ภาคินขมวดคิ้วมุ่นทันที เขารีบก้าวเข้าไปคว้าแขนรินรดาเบาๆ เพื่อดึงให้ถอยห่างจากตัวผู้ต้องหา แต่สายตากลับจ้องมองตามเจ้าหน้าที่ที่กำลังควบคุมตัวคุณหญิงศจีออกไป ทว่า... ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของภาคินก็แผדเสียงกรีดร้องแหลมสูงขึ้น มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนข่าวสาร แต่เป็นสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกปริศนา
ชายหนุ่มลังเลอยู่ชั่วขณะก่อนจะกดรับ และกรอกเสียงลงไป "ฮัลโหล..."
ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ราวกับกำลังรอเวลาให้ความเงียบงันกัดกินสติของพวกเขา ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบจนน่าขนลุกจะดังลอดเข้ามาในโสตประสาท
*“ยินดีด้วยนะครับที่ลากตัวหมากตัวแรกตกกระดานได้... แต่คุณลืมคิดไปหรือเปล่าครับ ว่าบางทีคุณหญิงศจี... ก็เป็นแค่ลูกจ้างตัวเล็กๆ ที่คอยรับคำสั่งจากเจ้านายที่แท้จริงเท่านั้นเอง”*
ภาคินหน้าถอดสีทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เขารีบหันไปมองรินรดาที่ยืนมองเขาด้วยสายตาสงสัยใคร่รู้ และในวินาทีที่ปลายสายเอ่ยประโยคต่อมา โลกทั้งใบของรินรดาก็แทบจะหยุดหมุนลงตรงนั้น
*“และเจ้านายคนนั้น... ก็คือคนที่กำลังยืนอยู่ข้างหลังคุณในตอนนี้ยังไงล่ะครับ... รินรดา”*
---
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
"เอมเมอรัลด์อายส์"
นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ•ตอนที่ 41
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!