“ถ้าเงินในบัญชีนั่นยังไม่พอ... ฉันยินดีจะเติมให้คุณอีกเท่าตัว เพียงแค่บอกมาว่ารินรดากำลังเก็บหลักฐานชิ้นสุดท้ายไว้ที่ไหน”
เสียงของคุณหญิงศจีไม่ได้ดัง แต่มันกรีดแทงลงไปในความรู้สึกของผู้ฟังจนสั่นสะท้าน มือของ ‘กิ่ง’ สั่นเทาขณะถือซองเอกสารสีน้ำตาลไว้แน่น เธอไม่ได้เงยหน้ามองสตรีสูงศักดิ์ตรงหน้า เพียงแต่จ้องมองพื้นพรมลวดลายวิจิตรที่เปรียบเสมือนกรงขังไร้ลูกกรงของความจงรักภักดีที่กำลังแตกร้าว
“คุณหญิงคะ... ดิฉันอยู่กับคุณรินมานาน ท่านไว้ใจดิฉันเหมือนคนในครอบครัว” เสียงของกิ่งแผ่วเบา สั่นเครือและแหบพร่า
“ครอบครัวอย่างนั้นหรือ?” คุณหญิงศจีแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะแหลมเล็กที่ฟังดูเหมือนเศษแก้วบาดลึก “ครอบครัวที่ปล่อยให้คุณเป็นแค่เงาที่คอยเก็บกวาดความลับของเธอไปวันๆ น่ะหรือกิ่ง? ดูสภาพเธอตอนนี้สิ เงินเดือนที่คุณได้รับ มันจะเพียงพอที่จะทำให้คุณหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในที่ที่ไม่มีใครรู้จักคุณได้จริงๆ หรือ?”
กิ่งนิ่งงัน ภาพความทรงจำตลอดห้าปีที่เธอคอยดูแลรินรดาแล่นผ่านเข้ามา—ความใจดีที่รินรดามอบให้ มือที่คอยลูบหลังในยามที่เธอร้องไห้เพราะคิดถึงบ้าน แต่เมื่อมองไปที่ตัวเลขในหน้าจอแท็บเล็ตที่คุณหญิงวางทิ้งไว้ตรงหน้า มันคืออิสรภาพ... อิสรภาพที่เธอโหยหามาตลอดชีวิต
“เธอเก็บ ‘สมุดบัญชีสีน้ำเงิน’ ไว้ในช่องลับใต้ลิ้นชักชั้นวางหนังสือห้องทำงาน” กิ่งพึมพำออกมา ราวกับคนละเมอ
คุณหญิงศจียิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสมเพช “ฉลาดมาก นี่คือเช็คเงินสดของคุณ ไปเสีย... ก่อนที่ความจงรักภักดีจอมปลอมนั่นจะทำให้คุณต้องพินาศไปพร้อมกับเธอ”
กิ่งหยิบซองเอกสารนั้นมาด้วยมือที่เย็นเฉียบ เธอหันหลังเดินออกจากคฤหาสน์หรูด้วยความรู้สึกเหมือนเพิ่งสูญเสียวิญญาณไปครึ่งหนึ่ง โดยไม่ทันสังเกตเห็นภาคินที่ยืนหลบอยู่ในมุมมืดหลังเสาต้นใหญ่ เขาได้ยินทุกอย่าง... ทุกคำพูด ทุกความทรยศที่กิ่งเพิ่งกระทำลงไป
ภาคินกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขาไม่ได้โกรธกิ่งเพียงอย่างเดียว แต่เขารู้สึกถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาหารินรดาอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะตั้งตัวทัน เขาตัดสินใจก้าวออกมาจากมุมมืด ทันทีที่กิ่งเดินพ้นเขตประตูรั้วคฤหาสน์ไป ภาคินคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาหญิงสาวทันที
“ริน... ฟังผมนะ ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว คุณต้องออกจากที่นั่นเดี๋ยวนี้!”
เสียงของรินรดาทางปลายสายดูงุนงง “ภาคิน? เกิดอะไรขึ้นคะ? ฉันกำลังทำธุระอยู่ อีกสักครู่จะรีบกลับไปหาคุณ”
“ไม่มีเวลาแล้ว!” ภาคินตะโกนแทรกขึ้นมาด้วยความร้อนใจ “กิ่ง... คนของคุณขายข้อมูลให้ศจีแล้ว เธอรู้เรื่องสมุดบัญชีนั่นแล้วริน!”
เงียบ... ปลายสายเงียบงันไปชั่วอึดใจ ก่อนที่รินรดาจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบจนน่ากลัว “ฉันรู้แล้วค่ะ”
ภาคินชะงัก “คุณรู้? คุณหมายความว่ายังไง?”
“ฉันแค่กำลังรอให้กิ่งตัดสินใจ... ว่าเธอจะเลือกทางไหน” รินรดาถอนหายใจยาว “แต่ดูเหมือนเธอจะเลือกทางที่ฉันเสียใจที่สุด แต่ก็เป็นทางที่ฉันคาดการณ์ไว้แล้ว”
ทว่าก่อนที่ภาคินจะได้ตอบโต้ เสียงโครมครามจากทางฝั่งของรินรดาก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงกรีดร้องและสายที่ถูกตัดขาดไปทันที
ภาคินใจหายวาบ เขาพุ่งตัวไปที่รถยนต์คู่ใจทันที ขับฝ่าความมืดของค่ำคืนออกไปโดยไม่คำนึงถึงกฎจราจร เขาพยายามโทรกลับหาเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่สิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงสัญญาณว่างเปล่า ราวกับว่ารินรดาได้หายไปจากโลกใบนี้อย่างกะทันหัน
เมื่อเขาไปถึงอพาร์ตเมนต์ของรินรดา ประตูกลับถูกเปิดทิ้งไว้ สิ่งของภายในห้องกระจัดกระจายราวกับเพิ่งผ่านการต่อสู้ สมุดบัญชีสีน้ำเงินที่เคยอยู่ในช่องลับถูกฉีกขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยกองอยู่บนพื้น และตรงกลางห้องนั้น... กิ่งนั่งก้มหน้าร้องไห้อยู่เพียงลำพัง
“รินล่ะ?” ภาคินถามเสียงต่ำ พุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อกิ่งให้ลุกขึ้น “รินอยู่ที่ไหน!”
กิ่งเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอแดงก่ำและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เธอชี้มือสั่นๆ ไปยังหน้าต่างที่เปิดอ้าอยู่ “เขา... เขาไม่ได้เอาแค่สมุดไปคุณภาคิน... เขาเอาตัวรินไปแล้ว”
ภาคินขมวดคิ้วแน่นมองออกไปนอกหน้าต่างที่มืดมิด เบื้องล่างมีรถสีดำคันหนึ่งที่เพิ่งแล่นลับตาไป แต่ในขณะที่เขากำลังจะวิ่งตามไปนั้น แสงไฟจากรถอีกคันก็สาดส่องเข้ามาในห้อง แสงนั้นสว่างจ้าจนภาคินต้องยกมือขึ้นบังตา
ประตูห้องถูกผลักออกอย่างแรง ชายชุดดำสองคนก้าวเข้ามา แต่คนที่เดินตามหลังมาติดๆ กลับเป็นร่างที่เขาไม่คาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ในเวลานี้... คุณหญิงศจีที่ดูใจเย็นเยือก เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มของผู้ชนะ
“ไม่ต้องตามหาให้เหนื่อยหรอกค่ะคุณภาคิน” คุณหญิงศจีกล่าวพลางจัดกระเป๋าถืออย่างใจเย็น “เพราะรินรดาไม่ได้ถูกพาไปที่อื่นไกล... เธอแค่ถูกพาไปในที่ที่เธอควรจะอยู่มานานแล้ว”
ภาคินหันไปมองกิ่งที่ทรุดฮวบลงกับพื้นอีกครั้ง ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ “คุณทำแบบนี้ทำไม? คุณต้องการอะไรกันแน่!”
คุณหญิงศจีขยับเข้าใกล้ภาคินจนได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลไปทั่วห้อง ก่อนจะกระซิบคำที่ทำให้หัวใจของภาคินแทบหยุดเต้น
“ต้องการอะไรน่ะหรือคะ? ก็ต้องการให้ความจริงที่ถูกฝังไว้เมื่อยี่สิบปีก่อน... ได้รับการเปิดเผยเสียที โดยมีรินรดาเป็น 'เหยื่อบูชายัญ' ไงคะ”
เอมเมอรัลด์อายส์ขอขอบพระคุณรี้ดทุกท่านที่ยังคงติดตามม่านหมอกแห่งปริศนานี้ไปพร้อมกับรินรดานะคะ
นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ•ตอนที่ 27
การหักหลัง
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!