“เปิดกระเป๋าของเธอเดี๋ยวนี้ รินรดา... อย่าให้ฉันต้องใช้วิธีที่มันหักหน้าคนในตระกูลไปมากกว่านี้เลย”
เสียงราบเรียบของคุณหญิงศจีที่ดังขึ้นกลางโถงรับรองโอ่อ่า เปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดผ่านความเงียบงัน รินรดาชะงักฝีเท้า หัวใจที่เต้นเป็นจังหวะปกติเมื่อครู่กลับกระตุกวูบ เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับดวงตาคู่คมที่ซ่อนความร้ายกาจไว้ภายใต้แว่นกันแดดกรอบทองของคุณหญิง ผู้คนในงานเลี้ยงการกุศลเริ่มหยุดการสนทนา สายตานับสิบคู่หันมาจับจ้องที่เธอเป็นจุดเดียว
“คุณหญิงหมายความว่าอย่างไรคะ?” รินรดาถามกลับ น้ำเสียงของเธอคงความสงบไว้ได้แม้ในใจจะเริ่มสั่นไหว เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของภัยพิบัติที่คืบคลานเข้ามา
“เข็มกลัดไพลินรูปหยดน้ำของตระกูลหายไป และพยานที่เห็นเหตุการณ์ยืนยันว่าเธอเป็นคนสุดท้ายที่ป้วนเปี้ยนอยู่แถวโต๊ะเครื่องแป้ง” คุณหญิงศจีกล่าวพลางกวาดสายตามองรินรดาด้วยความสมเพชที่แสร้งทำขึ้น “ในเมื่อเธอเป็นแค่คนนอกที่ได้รับเชิญมาด้วยความเมตตา ก็อย่าทำให้ฉันต้องเสียความรู้สึกไปมากกว่านี้เลยค่ะ... เอากระเป๋าใบนั้นมา”
รินรดาแค่นยิ้มที่มุมปาก มือที่ถือกระเป๋าใบเล็กเริ่มชื้นเหงื่อ เธอรู้ดีว่านี่คือกับดัก หากเธอปฏิเสธ ความผิดจะยิ่งชัดเจน หากเธอยินยอม... สิ่งที่อยู่ในนั้นจะกลายเป็นหลักฐานมัดตัวเธออย่างดิ้นไม่หลุด
“หากฉันไม่ได้ทำ แล้วเหตุใดต้องทำตามคำสั่งของคุณหญิงด้วยคะ?”
“เพราะถ้าเธอไม่เปิด... ฉันจะแจ้งตำรวจข้อหาลักทรัพย์ในเคหสถาน” คุณหญิงศจีขยับกายเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลอยู่รอบตัวนางให้ความรู้สึกเหมือนยาพิษที่เคลือบน้ำตาล “และเชื่อเถอะว่า เรื่องราวเมื่อยี่สิบปีก่อนที่เธอพยายามขุดคุ้ย มันจะจบลงด้วยการที่เธอต้องเข้าไปชดใช้กรรมในคุกแทน”
รินรดานิ่งงันไปครู่หนึ่ง ความทรงจำวัยเด็กที่เลือนลางเหมือนหมอกควันพลันแวบเข้ามาในหัว ภาพของเปลวเพลิงและความโกลาหลในค่ำคืนนั้น... เธอหันไปมองกลุ่มแขกเหรื่อที่เริ่มซุบซิบและมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยาม เธอเห็น 'ภาคิน' ยืนอยู่มุมมืดของโถง แววตาของเขาบ่งบอกถึงความกังวลอย่างปิดไม่มิด แต่เขาก็ส่งสัญญาณบางอย่างมาให้เธอผ่านสายตา
*ยอมเล่นไปตามเกมของมัน...*
รินรดาตัดสินใจช้าๆ เธอค่อยๆ วางกระเป๋าลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวยาว มือสั่นเทาเล็กน้อยขณะเอื้อมไปที่ตัวล็อก ท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ เธอดีดตัวล็อกออกและเปิดฝากระเป๋าขึ้น
ทว่า สิ่งที่ปรากฏอยู่ข้างในไม่ใช่เพียงแค่ลิปสติกหรือกระเป๋าสตางค์... แต่เป็นเข็มกลัดไพลินเม็ดงามที่วางเด่นอยู่บนกระดาษซับหน้า!
เสียงอุทานด้วยความตกใจดังขึ้นรอบด้าน คุณหญิงศจียกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ “ฉันก็นึกว่าเธอจะเป็นคนมีศักดิ์ศรีเสียอีก ที่แท้ก็เป็นเพียงหัวขโมยที่ตระกูลเราพลาดพลั้งไปหยิบยื่นไมตรีให้”
“ฉัน... ฉันไม่ได้ทำนะคะ ฉันไม่เคยเห็นมันมาก่อน” รินรดาอุทาน เสียงของเธอสั่นเครือแต่ยังคงความหนักแน่น
“หลักฐานคาตาแบบนี้ ยังจะกล้าปฏิเสธอีกหรือคะ?” คุณหญิงศจีหันไปสั่งการการ์ดร่างยักษ์สองคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง “จับตัวเธอไว้ แล้วรอจนกว่าตำรวจจะมาถึง... ฉันต้องการให้คนทั้งเมืองเห็นว่าจุดจบของคนที่ริอ่านจะขุดเรื่องเน่าเฟะของคนอื่นมาแฉนั้นเป็นอย่างไร”
ขณะที่การ์ดสองคนกำลังเอื้อมมือมาคว้าแขนของเธอ รินรดาก็เหลือบเห็นภาคินก้าวออกมาจากเงามืด เขาไม่ได้เข้ามาช่วยเธออย่างที่เธอคาดหวัง แต่เขากลับเดินตรงไปที่คุณหญิงศจี มือหนึ่งหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดหน้าจอที่แสดงข้อมูลบางอย่างไว้
“คุณหญิงครับ... การใส่ร้ายคนอื่นด้วยของปลอมแบบนี้ มันดูจะไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่นะครับ” เสียงของภาคินเรียบเฉยแต่หนักแน่นราวกับค้อนเหล็ก “เข็มกลัดไพลินของจริงของตระกูลคุณหญิง ซึ่งลงทะเบียนไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ... มีรอยตำหนิเล็กน้อยที่มุมขวาจากการซ่อมแซมเมื่อสิบปีก่อน”
คุณหญิงศจีชะงัก ใบหน้าที่มีริ้วรอยแห่งวัยซ่อนอยู่ใต้เครื่องสำอางหนาเตอะซีดเผือดลงทันที
“ส่วนไอ้ก้อนสีน้ำเงินในกระเป๋าคุณรินรดานี่... ถ้าผมจำไม่ผิด มันเป็นแค่แก้วเจียระไนที่วางขายตามตลาดนัดนะครับ” ภาคินก้าวไปหยิบเข็มกลัดขึ้นมาดูด้วยความชำนาญ ก่อนจะโยนมันลงบนโต๊ะด้วยท่าทีไม่แยแส “คุณหญิงคิดว่าตำรวจจะเชื่อใคร ระหว่างเจ้าของทรัพย์สินที่พยายามสร้างหลักฐานเท็จ เพื่อกลบเกลื่อนความลับเรื่องคดีเพลิงไหม้เมื่อยี่สิบปีก่อน... หรือนักข่าวที่ถือหลักฐานชิ้นสำคัญไว้ในมือ?”
ท่ามกลางความโกลาหลที่กำลังจะปะทุขึ้น รินรดาเห็นแววตาของคุณหญิงศจีสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธแค้นที่ถูกต้อนจนมุม ทว่าในจังหวะนั้นเอง ประตูโถงใหญ่ก็ถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบที่รินรดาจำได้แม่นยำจากรูปถ่ายเก่าๆ ในห้องใต้หลังคาของแม่
เขาเดินตรงมาที่โต๊ะ ก่อนจะวางซองเอกสารสีน้ำตาลลงตรงหน้าคุณหญิงศจี พร้อมกับประโยคที่ทำให้ทุกชีวิตในโถงต้องหยุดนิ่ง
“เข็มกลัดปลอมไม่สำคัญเท่าใบมรณบัตรใบนี้หรอกครับ... คุณหญิงศจี เพราะคนที่ควรจะตายไปเมื่อยี่สิบปีก่อน บัดนี้ได้กลับมาทวงคืนทุกอย่างที่เขาควรจะได้แล้ว”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความลับอันมืดดำนี้พร้อมกับดิฉันนะคะ... เอมเมอรัลด์อายส์
นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ•ตอนที่ 28
ตกหลุมพราง
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!