กลิ่นอายฝนจางๆ ที่ยังคงลอยอวลอยู่เหนือผืนป่าสนด้านนอก ไม่ได้ทำให้ความอึดอัดภายในห้องโถงใหญ่ของบ้านพักตากอากาศหลังนั้นเจือจางลงเลยแม้แต่น้อย รินรดายืนนิ่งค้างอยู่เบื้องหน้าผืนผ้าใบขนาดใหญ่ที่ถูกคลุมด้วยผ้าแพรสีหม่น มือเรียวที่กำเข้าหากันแน่นจนปลายนิ้วซีดเผือดสั่นเทาเล็กน้อย ความเงียบงันภายในห้องช่างหนักอึ้ง ราวกับอากาศทุกตารางนิ้วถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น
ภาพวาดสีน้ำมันชิ้นนั้น... ภาพที่เธอเห็นมาตลอดในความฝันอันเลือนราง บัดนี้กลับมาปรากฏอยู่ตรงหน้าอย่างเด่นชัด
"คุณรินรดาคะ ดิฉันคิดว่าคุณน่าจะพร้อมเผชิญหน้ากับความจริงเสียที" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงด้วยความเยียบเย็นของคุณหญิงศจีดังขึ้นจากมุมห้อง ผู้สูงศักดิ์แห่งตระกูลนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้บุสักหลาดสีเลือดหมู ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจับจ้องมองมาที่เธอราวกับนักล่ากำลังมองเหยื่อในกรง
รินรดาไม่ตอบ เธอทำได้เพียงกวาดสายตามองรายละเอียดบนผืนผ้าใบที่สะท้อนภายใต้แสงไฟสีสลัว ภาพทิวทัศน์ของหน้าผาสูงชันในคืนที่สายฝนโหมกระหน่ำ เงาร่างของคนสองคนกำลังยื้อยุดฉุดกระชากกันริมขอบเหว และที่มุมขวาด้านล่างของภาพ มีลายเซ็นตัวอักษรย่อที่เธอจำได้ขึ้นใจ—รอยแผลเป็นในอดีตที่ถูกฝังกลบไว้ด้วยกาลเวลา กำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานต่อหน้าต่อตาอีกครั้ง
"มันหมายความว่ายังไงคะคุณหญิง" เสียงของรินรดาแหบพร่า แต่กลับหนักแน่นพอที่จะสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถง "ภาพนี้... ทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี่ และทำไมคุณถึงพยายามทุกทางเพื่อให้ดิฉันกลับมาที่บ้านหลังนี้"
ภาคินซึ่งยืนอยู่ไม่ห่าง ก้าวเท้าเข้ามาใกล้หญิงสาวอีกนิด สัญชาตญาณนักข่าวอิสระของเขาร้องเตือนภัยตั้งแต่แรกเห็นบรรยากาศที่ผิดปกติ แต่วินาทีนี้ สายตาของเขาไม่ใช่แค่มองหาข่าวเชิงลึก หากแต่เป็นความห่วงใยที่ฉายชัดผ่านแววตาคู่คม
"คุณริน ใจเย็นๆ ก่อนครับ... เอ๊ย ค่อยๆ ตั้งสตินะคะ" ภาคินเกือบเผลอใช้สรรพนามคุ้นชิน แต่รีบเปลี่ยนน้ำเสียงและคำลงท้ายให้เป็นปกติเมื่อเห็นสายตาดุๆ ที่คุณหญิงศจีปรายตามองมา
"ดิฉันใจเย็นพอค่ะคุณภาคิน" รินรดาเอ่ยตอบโดยไม่ละสายตาจากภาพวาด หัวใจของเธอกำลังเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความทรงจำที่ขาดหายไปเป็นชิ้นๆ เริ่มต่อประกอบกันเข้าอย่างช้าๆ ภาพเหตุการณ์ในคืนวันนั้น... คืนที่เสียงฟ้าคำรามกลบเสียงกรีดร้อง คืนที่กลิ่นอายความตายคละคลุ้งไปกับกลิ่นดิน และเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่หลังพุ่มไม้หนาทึบ
เด็กผู้หญิงคนนั้น... คือตัวเธอเอง
"คุณจำได้แล้วสินะคะ" คุณหญิงศจีลุกขึ้นยืนช้าๆ ไม้เท้าหัวเงินในมือกระทบพื้นไม้จนเกิดเสียงกังวานน่ากลัว รอยยิ้มบางเบาที่ปรากฏบนริมฝีปากของผู้สูงวัยไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยสักนิด "ความทรงจำที่พยายามหนีมาตลอดชีวิต สุดท้ายแล้ว มันก็หนีไม่พ้นหรอกค่ะ รินรดา"
"คุณเป็นคนทำเหรอคะ" รินรดาหันขวับกลับมาจ้องหน้าคู่กรณี หยดน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้าไม่ได้บ่งบอกถึงความอ่อนแอ หากแต่เป็นความโกรธเกรี้ยวที่อัดแน่นจนแทบระเบิด "คุณเป็นคนผลักแม่ของดิฉันลงไปจากหน้าผานั้นใช่ไหม!"
บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงทันที ภาคินก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างคนทั้งสองโดยอัตโนมัติ มือหนาวางแตะเบาๆ ที่ข้อศอกของรินรดาเพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและเตือนสติให้เธอระวังตัว
"ระวังคำพูดด้วยนะคะ รินรดา" คุณหญิงศจีไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ท่านกลับเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระเหยปะปนกับกลิ่นอับชื้นของบ้านพักตากอากาศร้างผู้คน "ความจริงมีหลายด้านเสมอ และภาพวาดชิ้นนั้น ก็ไม่ได้วาดขึ้นมาเพื่อกล่าวหาใคร... แต่มันวาดขึ้นมาเพื่อเตือนความจำต่างหากว่า ใครกันแน่ที่เป็นคนลงมือ"
สิ้นคำพูดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตูห้องโถง ประตูไม้บานใหญ่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความปรานี ร่างของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสามคนก้าวเข้ามาปิดกั้นทางออกทุกทาง ดวงตาของรินรดาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ หญิงสาวหันไปมองภาคินที่ตอนนี้ใบหน้าเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"เราติดกับดักแล้วล่ะค่ะคุณริน" ภาคินกระซิบเบาๆชิดใบหูของเธอ ขณะที่มือขวาแอบควโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทอย่างเงียบเชียบ "ผมได้ส่งพิกัดทั้งหมดให้ตำรวจทางหลวงไว้แล้ว อีกไม่เกินสิบนาที... ถ้าพวกเรายังรอดออกไปได้"
"คิดเหรอคะว่าจะออกไปได้ง่ายๆ" คุณหญิงศจีหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน พร้อมกับโบกมือเบาๆ ให้ชายฉกรรจ์เหล่านั้นขยับเข้ามาใกล้ "ความลับของตระกูลเรา จะไม่มีทางรั่วไหลออกไปเด็ดขาด... โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อแกดันจำได้แล้วว่า ใครคือฆาตกรตัวจริงที่ยืนอยู่ตรงหน้าแกในคืนนั้น"
รินรดากลืนน้ำลงคออย่างยากลำบาก สายตาของเธอกวาดมองไปที่ชายฉกรรจ์ที่กำลังเดินเข้ามาประชิดตัว ก่อนที่สายตาจะตวัดกลับไปมองภาพวาดสีน้ำมันบนผืนผ้าใบอีกครั้ง รายละเอียดสุดท้ายที่เธอเพิ่งสังเกตเห็นท่ามกลางความมืดมิดของภาพวาดนั้น... ไม่ใช่เงาของแม่เธอ ไม่ใช่เงาของคุณหญิงศจี แต่เป็นเงาของมืออีกคู่หนึ่งที่กำลังซ่อนอยู่หลังต้นไม้—มือที่มีแหวนเพชรเม็ดโตส่องประกายวาววับ ซึ่งเเพรวพราวอยู่บนนิ้วของคนใกล้ตัวที่สุดในเวลานี้เอง
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามและร่วมค้นหาความจริงในม่านหมอกแห่งปริศนานี้ด้วยกันนะคะ — เอมเมอรัลด์อายส์
นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ•ตอนที่ 10
ปริศนาภาพวาด
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!