นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ•ตอนที่ 48

สายลับในเงามืด

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
กรรไกรเงินเล่มเล็กในมือของคุณหญิงศจีสะท้อนแสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะเป็นประกายวาบวับ เสียงโลหะคมกริบตัดผ่านกระดาษเอกสารสำคัญแผ่นแล้วแผ่นเล่าดัง *ฉับ... ฉับ...* ราวกับเสียงนาฬิกาทรายที่กำลังสลัดเม็ดทรายสุดท้ายทิ้งไปอย่างไม่แยแส รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานไม้สักทอง กลิ่นอายความเย่อหยิ่งและอำนาจมืดที่แผ่ออกมาจากร่างของคุณหญิงศจีทำให้บรรยากาศในห้องทำงานกว้างใหญ่ดูคับแคบลงถตาตา ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับฉายแววท้าทาย ไม่ยอมจำนนต่อสถานการณ์ตรงหน้า "หาหลักฐานสนุกไหมคะ... คุณหนูรินรดา" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยเอ่ยทักทายด้วยความเย้ยหยัน ดวงตาคู่คมกริบของคุณหญิงกวาดมองเศษกระดาษที่ถูกทำลายบนโต๊ะด้วยความสมเพชเวทนา ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตารินรดา นัยน์ตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความตกใจเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าพวกเธอถูกต้อนให้จนมุมอยู่ในกำมือของท่านมาตั้งแต่ต้นแล้ว รินรดากลืนก้อนความขื่นขมลงคออย่างยากลำบาก มือเรียวที่ซ่อนอยู่ใต้ชายเสื้อคลุมกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความพยายามตลอดหลายเดือนในการสืบหาความจริงเกี่ยวกับการตายของบิดามารดา และเงื่อนงำความทรงจำวัยเด็กที่ขาดหายไป กลับกำลังถูกบดขยี้ให้แหลกคาตาภายในเวลาไม่กี่วินาที "ท่านทำลายเอกสารพวกนั้นไป ก็ไม่ได้หมายความว่าความจริงจะหายไปด้วยนะคะ คุณหญิงศจี" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว "ความผิดที่ตระกูลของท่านปกปิดไว้ มันเน่าเฟะเกินกว่าที่แผ่นกระดาษไม่กี่แผ่นจะช่วยกลบเกลื่อนได้แล้วค่ะ" คุณหญิงศจีหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่มันช่างบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก หญิงสูงวัยค่อยๆ วางกรรไกรลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น ท่าทางที่สง่างามแต่น่ากลัวนั้นบ่งบอกถึงประสบการณ์และความไร้ปรานีที่ผ่านมาโชกโชน "ความจริงหรือคะเด็กน้อย..." คุณหญิงศจีลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โน้มตัวเข้ามาใกล้รินรดาเล็กน้อย แววตาดุดันจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว "ในโลกใบนี้ ความจริงไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดหรอกค่ะ สิ่งที่สำคัญคือ 'ใคร' เป็นผู้กุมอำนาจต่างหาก และหนูกำลังเล่นอยู่กับเกมที่ใหญ่เกินกว่าที่เด็กกะโหลกกะลาอย่างหนูจะแบกรับไหว" ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่รินรดาจะได้ทันโต้ตอบอะไรกลับไป แสงไฟนีออนบนเพดานห้องก็กะพริบถี่ๆ สองครั้งก่อนจะดับวูบลงอย่างไร้สัญญาณเตือน ความมืดมิดเข้าปกคลุมห้องทำงานหรูหราทันที มีเพียงแสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านม่านกำมะหยี่หนาเข้ามาสาดส่องเป็นเงาทาบทับ *เคร้ง!* เสียงกระจกหน้าต่างด้านหลังแตกกระจายดังสนั่นหวั่นไหว เศษแก้วคมกริบปลิวว่อนไปทั่วห้องพร้อมกับสายลมยามค่ำคืนที่พัดโหมกระหน่ำเข้ามา รินรดาผวาเฮือกด้วยสัญชาตญาณ ร่างเพรียวถูกแรงผลักจากมือปริศนาเซถลาล้มลงไปกระแทกกับพื้นพรมหนานุ่มอย่างแรง "ระวังค่ะ!" เสียงตะโกนของภาคินที่พุ่งเข้ามาคว้าตัวเธอไว้ช่วยลดแรงกระแทกได้ทันท่วงที ความชุลมุนเกิดขึ้นในพริบตา ร่างเงาดำทมิฬในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทปรากฏตัวขึ้นจากช่องหน้าต่างที่แตกละเอียด ปลายกระบอกปืนติดที่เก็บเสียงสะท้อนแสงจันทร์เป็นประกายเย็นเยียบเป้าหมายไม่ได้อยู่ที่คุณหญิงศจี แต่ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทนั้นหันตรงมายังรินรดาที่กำลังพยายามพยุงตัวลุกขึ้น! "หลบไป!" ภาคินคำรามลั่นในลำคอ ชายหนุ่มไม่ลังเลที่จะเอาตัวเข้าปกป้องหญิงสาว เขาคว้าแจกันเซรามิกราคาแพงบนโต๊ะข้างๆ ปาใส่ร่างของนักฆ่าปริศนาสุดแรง เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เสียงกระบอกปืนเก็บเสียงดัง *ฟึบ... ฟึบ...* สองนัดติดๆ กัน เจาะทะลุกรอบรูปภาพโบราณบนผนังจนเศษไม้กระจาย คุณหญิงศจีไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย หญิงสูงวัยถอยหลังเข้าสู่ประตูทางลับหลังชั้นหนังสืออย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ ทิ้งให้รินรดากesและภาคินเผชิญหน้ากับความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาในความมืด "เราต้องออกไปจากที่นี่ ทางนี้ค่ะภาคิน!" รินรดาร้องบอกด้วยความตกใจแต่ยังมีสติ เธอคว้ามือชายหนุ่มให้วิ่งลัดเลาะไปตามมุมห้องเพื่อหลบวิถีกระสุน นักฆ่ายกยิ้มเยาะภายใต้หน้ากากผ้าสีดำ ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องรินรดาราวกับเหยื่อในกรงเล็บ พร้อมจะเหนี่ยวไกปลิดชีวิตพวกเธอได้ทุกเมื่อ ฝ่ามือของภาคินกระชับมือรินรดาแน่น ทั้งคู่พากันพุ่งตัวหลบหลังเสาหินอ่อนขนาดใหญ่ เสียงฝีเท้าของนักฆ่าก้าวเข้ามาใกล้ทุกที พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังขึ้นใกล้หูจนขนลุกซู่ "คุณหนู... นายสั่งให้มาเก็บกวาดให้เรียบร้อยค่ะ" รินรดาสะดุดกึกเมื่อได้ยินเสียงนั้น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เพราะเสียงที่ลอดออกมาจากใต้หน้ากาก... ไม่ใช่เสียงของผู้ชาย แต่มันเป็นเสียงของผู้หญิงที่เธอคุ้นเคยเสียยิ่งกว่าใคร! ภาคินสังเกตเห็นความผิดปกติในแววตาของหญิงสาว จึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน "ริน! เธอรู้จักเสียงนั้นเหรอ?" ก่อนที่รินรดาจะทันได้เปล่งเสียงตอบคำถาม ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบก็จ่อเข้าที่ขมับด้านซ้ายของเธออย่างแม่นยำ พร้อมกับมือเรียวอีกข้างที่กระชากหน้ากากผ้าสีดำลง เปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงของนักฆ่าสาวในเงาจันทร์ หัวใจของรินรดาร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อใบหน้าที่ปรากฏแก่สายตานั้น... คือคนที่เธอไว้วางใจที่สุดมาตลอดชีวิต "พี่... พี่เลี้ยงวิภา... ทำไม..." วิภายกยิ้มมุมปาก ดวงตาที่เคยอ่อนโยนและคอยดูแลเธอมาตั้งแต่เด็ก บัดนี้กลับว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความเย็นชา ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ สิ้นเชิง "ขอโทษด้วยนะคะคุณหนู... แต่ความลับบางอย่าง มันควรจะตายไปพร้อมกับคนที่ไม่ควรเผือกเรื่องของชาวบ้าน" วิภาเอ่ยเสียงเรียบ พร้อมกับนิ้วเรียวที่เริ่มออกแรงกดไกปืนลงทีละน้อย... *** ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ "เงาปรารถนาในม่านหมอก" มาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ... เอมเมอรัลด์อายส์
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%